MIT พัฒนา SANDO ระบบโดรนหลบหลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ กู้ภัยฉุกเฉิน

Share on Line Share on Facebook Share on X
MIT พัฒนา SANDO ระบบโดรนหลบหลีกสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ กู้ภัยฉุกเฉิน

ทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT พัฒนาระบบวางแผนเส้นทางบินอัตโนมัติรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ SANDO ซึ่งย่อมาจาก Safe AutoNomous trajectory planning for Dynamic unknOwn environments ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับสามารถบินผ่านพื้นที่ที่ไม่เคยมีการทำแผนที่มาก่อนได้อย่างปลอดภัย แม้ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งกีดขวางที่กำลังเคลื่อนที่อย่างคาดเดาไม่ได้ 

สรุปข่าว

MIT ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบ SANDO เพื่อให้โดรนสามารถบินหลบหลีกสิ่งกีดขวางในพื้นที่อันตรายได้อย่างปลอดภัย นวัตกรรมนี้จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการกู้ภัย ด้วยการประมวลผลที่รวดเร็วและแม่นยำแม้ไม่มีข้อมูลแผนที่ล่วงหน้า

ทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT พัฒนาระบบวางแผนเส้นทางบินอัตโนมัติรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ SANDO ซึ่งย่อมาจาก Safe AutoNomous trajectory planning for Dynamic unknOwn environments ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับสามารถบินผ่านพื้นที่ที่ไม่เคยมีการทำแผนที่มาก่อนได้อย่างปลอดภัย แม้ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งกีดขวางที่กำลังเคลื่อนที่อย่างคาดเดาไม่ได้ 

การค้นพบนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมภารกิจกู้ภัยในพื้นที่ภัยพิบัติ เช่น การส่งโดรนเข้าไปสำรวจใจกลางไฟป่าเพื่อหลบหลีกเศษไม้ที่ตกหล่น การบินสำรวจซากอาคารพังทลาย การค้นหาผู้รอดชีวิตในอุโมงค์เหมือง หรือแม้กระทั่งการขนส่งเวชภัณฑ์ฉุกเฉินในเขตชุมชนที่มีผู้คนแออัด

ความท้าทายสำคัญของการบินโดรนในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คือ ความยากในการคำนวณความเสี่ยงล่วงหน้า ระบบนำทางทั่วไปมักรองรับได้เฉพาะพื้นที่นิ่งหรือต้องทราบตำแหน่งสิ่งกีดขวางล่วงหน้าเท่านั้น แต่ทีมนักวิจัยนำโดยโคตะ คอนโด (Kota Condo) ร่วมกับศาสตราจารย์โจนาธาน ฮาว และคณะ ได้นำระเบียบวิธีทางคณิตศาสตร์ขั้นสูงมาใช้สร้างการรับประกันความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบ 

ระบบ SANDO ต้องการข้อมูลเพียงอย่างเดียวจากสิ่งกีดขวาง นั่นคือ ความเร็วสูงสุดที่สิ่งกีดขวางนั้นจะสามารถเคลื่อนที่ได้ จากนั้นระบบจะสร้างขอบเขตทรงกลมเสมือนรอบสิ่งกีดขวางเพื่อประเมินระยะทางที่สิ่งกีดขวางจะขยายไปได้ในอนาคต ร่วมกับการคำนวณช่องทางบินปลอดภัยแบบสามมิติที่ปรับเปลี่ยนตามเวลา

นอกเหนือจากการสร้างช่องทางบินปลอดภัยแล้ว SANDO ยังติดตั้งโมดูลพิเศษสำหรับตรวจจับ กลุ่ม และติดตามสิ่งกีดขวางที่กำลังเคลื่อนที่เพื่อประเมินทิศทางในก้าวถัดไป ระบบจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลร่วมกับตัววางแผนเส้นทางแบบฮีทแมป เพื่อชี้จุดพื้นที่ความเสี่ยงสูงที่มีสิ่งกีดขวางหนาแน่น และสั่งการให้โดรนบินหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวอย่างทันท่วงที โดยอัลกอริทึมได้ลดความซับซ้อนของการคำนวณลง เพื่อให้คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งอยู่บนตัวโดรนสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว 

โดยจากการทดลองจำลองสถานการณ์ในคอมพิวเตอร์ พบว่า SANDO สามารถนำทางโดรนไปสู่เป้าหมายได้รวดเร็วกว่าระบบชั้นนำอื่น ๆ โดยไม่เกิดการชนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ในการทดสอบบินจริงกับโดรนจำนวน 12 เที่ยวบิน โดรนที่ใช้ระบบ SANDO และเซนเซอร์บนเครื่อง สามารถบินหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบทุกครั้ง 

งานวิจัยนี้มีชื่อว่า SANDO ระบบวางแผนเส้นทางบินอัตโนมัติอย่างปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและไม่ทราบข้อมูลล่วงหน้า โดยหัวหน้าทีมวิจัย โคตะ คอนโด (Kota Kondo) ร่วมกับทีมงาน และเผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 8 เมษายน 2026 บนฐานข้อมูลงานวิจัย arXiv ก่อนเผยแพร่ในวารสารธุรกรรมด้านวิทยาการหุ่นยนต์ของ IEEE โดย MIT  

ที่มาข้อมูล : techxplore, IEEE, MIT

ที่มารูปภาพ : techxplore, IEEE, MIT

แท็กบทความ