Google เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ Googlebook OS

Share on Line Share on Facebook Share on X
Google เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ Googlebook OS

Google เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ Googlebook OS สำหรับ Googlebook ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีจาก Android มาผสานเข้ากับพื้นฐานการใช้งานแบบเดสก์ท็อปของ ChromeOS และเพิ่มความสามารถด้าน Gemini เข้าไปตั้งแต่ระดับระบบ

สรุปข่าว

Google เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ Googlebook OS สำหรับ Googlebook ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีจาก Android มาผสานเข้ากับพื้นฐานการใช้งานแบบเดสก์ท็อปของ ChromeOS และเพิ่มความสามารถด้าน Gemini เข้าไปตั้งแต่ระดับระบบ

Google เปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ Googlebook OS สำหรับ Googlebook ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีจาก Android มาผสานเข้ากับพื้นฐานการใช้งานแบบเดสก์ท็อปของ ChromeOS และเพิ่มความสามารถด้าน Gemini เข้าไปตั้งแต่ระดับระบบ

Googlebook OS คืออะไร ?

ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ระบบปฏิบัติการที่นำ Android และ ChromeOS มารวมกันเคยถูกพูดถึงภายใต้ชื่อโค้ดเนม Aluminium แต่ปัจจุบัน Google ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Googlebook OS

Googlebook OS คือการนำข้อดีของทั้งสองระบบมารวมกัน โดย Android ทำหน้าที่เป็นพื้นฐานของระบบและเปิดทางให้แอป Android ทำงานบนโน้ตบุ๊กได้ ขณะที่ ChromeOS ยังคงมีอิทธิพลต่อประสบการณ์แบบเดสก์ท็อป เช่น ระบบจัดการหน้าต่าง การทำงานหลายแอปพร้อมกัน เบราว์เซอร์ Chrome เวอร์ชันเต็ม และระบบความปลอดภัยของ ChromeOS

Googlebook OS จะมีความใกล้เคียงกับการใช้สมาร์ตโฟน Pixel ทั้งตำแหน่งของ Notifications และ Quick Settings บริเวณมุมขวาบน หน้าตาของ Settings รวมถึง App Drawer ที่มีลักษณะคล้าย Pixel Launcher ขณะเดียวกันระบบก็ยังคงรูปแบบ Desktop และ Dock ที่ผู้ใช้ Chromebook คุ้นเคยเอาไว้

Google ยังเพิ่มความสามารถที่ ChromeOS เดิมขาดไป เช่น การวางแอป Widget ไฟล์ และโฟลเดอร์ไว้บน Desktop รวมถึงการเพิ่มและแก้ไข Widget ด้วยการกดค้างบนพื้นที่ว่างของหน้าจอ ทำให้ประสบการณ์ใช้งานมีความใกล้เคียงกับ Android บนโทรศัพท์มากขึ้น

ฟีเจอร์ Continue On ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นทำงานบนแอป Android จากโทรศัพท์ แล้วสามารถเปิด Googlebook เพื่อทำงานต่อจากจุดเดิมผ่าน Taskbar ได้ ขณะที่ Cast My Apps สามารถนำแอปที่กำลังทำงานอยู่บนโทรศัพท์มาแสดงและโต้ตอบผ่านหน้าต่างบน Googlebook โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปดังกล่าวบนโน้ตบุ๊ก

นอกจากนี้ แอป Files บน Googlebook ยังสามารถเข้าถึงไฟล์และรูปภาพจากสมาร์ตโฟน Android ได้โดยตรง ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องส่งไฟล์ผ่านอีเมลหรือรอซิงก์ขึ้น Cloud ก่อนจึงจะนำมาใช้งานบนคอมพิวเตอร์ เมื่อเริ่มต้นใช้งาน Googlebook ระบบยังสามารถนำข้อมูลบางอย่างจากโทรศัพท์ Android เช่น การตั้งค่า รหัสผ่านที่บันทึกไว้ เครือข่าย Wi-Fi และข้อความมาใช้งานต่อ โดย Google ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสแบบ End-to-End Encryption

แม้ Googlebook OS จะมีพื้นฐานจาก Android แต่ Google ไม่ได้ลดทอนประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์แบบคอมพิวเตอร์ลง ผู้ใช้ยังได้รับ Chrome เวอร์ชันเดสก์ท็อปเต็มรูปแบบ พร้อมการรองรับส่วนขยาย Chrome รวมถึงฟีเจอร์สำหรับการจัดการแท็บและการทำงานหลายหน้าต่าง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สืบทอดมาจาก ChromeOS

Google ระบุว่าการออกแบบดังกล่าวมีเหตุผลจากพฤติกรรมของผู้ใช้โน้ตบุ๊กที่ยังใช้เวลาส่วนใหญ่บนเว็บ ดังนั้น Googlebook จึงไม่ได้พยายามแทนที่เว็บด้วย Android Apps ทั้งหมด แต่เปิดให้นักพัฒนาตัดสินใจว่าแอปของตนควรใช้ Android หรือ Web เป็นพื้นฐาน

แอป Google บางตัวไม่ได้ใช้ Android Apps แม้ Googlebook OS จะมี Android เป็นพื้นฐานก็ตาม ตัวอย่างเช่น Gmail และ Google Calendar จะอยู่ในรูปแบบ Trusted Web Activities หรือ TWA ซึ่งช่วยนำ Web App มาแจกจ่ายผ่าน Play Store และสามารถทำงานร่วมกับ Widget ได้

ขณะเดียวกันก็มีแอป Android ที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับความสามารถของ Googlebook โดยตรง เช่น Antigravity ซึ่ง Google พัฒนาเป็นแอปที่มี Native UI บน Android และสามารถทำงานร่วมกับ Linux Terminal บน Googlebook OS ได้ ทาง Google ยังเตรียมแนวทางให้นักพัฒนา Android ปรับแอปให้เหมาะกับหน้าจอขนาดใหญ่และรูปแบบการใช้งานของโน้ตบุ๊กมากขึ้น โดยเน้นการออกแบบอินเทอร์เฟซแบบ Adaptive เพื่อให้แอปสามารถปรับตัวตามขนาดหน้าจอและรูปแบบการควบคุมได้

อีกองค์ประกอบสำคัญของ Googlebook OS คือ Gemini Intelligence ซึ่ง Google พยายามฝังเข้าไปในระบบตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ไม่ได้จำกัด Gemini ไว้เพียงแอปแชตหรือผู้ช่วย AI แยกต่างหาก

Googlebook สามารถใช้ Gemini Nano ประมวลผล AI บนอุปกรณ์ และใช้สถาปัตยกรรมแบบ Hybrid Intelligence ที่ผสมการประมวลผลบนเครื่องกับระบบ Cloud สำหรับฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Magic Pointer, Rambler และ Create My Widget รวมถึงการสร้างคำอธิบายให้กับภาพหน้าจอเพื่อช่วยให้ค้นหาข้อมูลภายใน Screenshot ได้ง่ายขึ้น

Magic Pointer เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ Google ใช้แสดงแนวคิดใหม่ของการควบคุมคอมพิวเตอร์ เพียงขยับเคอร์เซอร์ในลักษณะที่กำหนด ระบบจะเรียก Gemini ขึ้นมาตรงบริเวณที่ผู้ใช้กำลังทำงาน Gemini สามารถทำความเข้าใจข้อความ ภาพ และบริบทบนหน้าจอ จากนั้นผู้ใช้สามารถขอให้ AI ช่วยจัดการสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เช่น การจัดระเบียบข้อมูลในปฏิทิน หรือแปลข้อความ โดย Google ระบุว่า Gemini จะทำงานเมื่อผู้ใช้เรียกใช้งานเท่านั้น และสามารถปิดฟีเจอร์นี้ได้

อีกฟีเจอร์คือ Rambler ระบบรับเสียงพูดที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้พูดความคิดออกมาแบบเป็นธรรมชาติ แม้จะมีการพูดตะกุกตะกัก วนไปวนมา หรือเปลี่ยนภาษาไปมาระหว่างการพูด Rambler สามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาจัดระเบียบใหม่เป็นข้อความที่อ่านง่าย พร้อมโครงสร้างอย่างหัวข้อและรายการต่าง ๆ โดยเรียกใช้งานผ่านปุ่ม Quick Insert ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่เดิมเป็นปุ่ม Caps Lock บนคีย์บอร์ด

Create My Widget ผู้ใช้สามารถอธิบายด้วยภาษาธรรมดาว่าต้องการ Widget แบบใด แล้ว Gemini สามารถสร้าง Widget ตามคำอธิบาย พร้อมเชื่อมต่อกับข้อมูลที่มีการอัปเดต เช่น ข้อมูลจาก Google Search ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเอง

Google ไม่ได้วาง Googlebook ไว้สำหรับผู้ใช้ทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรองรับกลุ่มนักพัฒนาด้วย โดยระบบมี Linux Environment พร้อม Terminal และใช้ระบบแยกสภาพแวดล้อมผ่าน pKVM Hypervisor เพื่อเพิ่มความปลอดภัย นักพัฒนาสามารถใช้เครื่องมือ Linux รวมถึง Claude Code, OpenAI Codex และ Antigravity ได้ ขณะที่ Google ยังสร้าง Antigravity เวอร์ชันที่มี Native UI สำหรับ Googlebook โดยสามารถเชื่อมต่อกับ Linux Environment ของเครื่องได้โดยตรง

Google ยังคงนำแนวทางการอัปเดตแบบ ChromeOS มาใช้กับ Googlebook โดย Google จะเป็นผู้ดูแลการปล่อยอัปเดตระบบเอง ไม่ได้เปิดให้ผู้ผลิตแต่ละรายปรับแต่งระบบอย่างอิสระจนทำให้ประสบการณ์ใช้งานแตกต่างกันมากเกินไป โดย Googlebook OS จะได้รับการอัปเดตฟีเจอร์ครั้งใหญ่เป็นรายไตรมาสในลักษณะใกล้เคียงกับ Android Quarterly Platform Release หรือ QPR ขณะที่ Security Updates สามารถปล่อยเพิ่มเติมระหว่างรอบได้

Google ระบุว่า Googlebook จะได้รับการอัปเดตอัตโนมัติเป็นระยะเวลาสูงสุด 10 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการสนับสนุนระยะยาวของแพลตฟอร์ม สำหรับ Chromebook รุ่นปัจจุบัน Google ยังไม่ได้ประกาศรายชื่อทั้งหมดว่ารุ่นใดจะสามารถอัปเกรดไปใช้ Googlebook OS ได้ แต่การเปลี่ยนผ่านไม่ได้หมายความว่า Chromebook รุ่นเดิมจะถูกยกเลิกการสนับสนุนทันที โดย ChromeOS และโครงการ ChromeOS Flex ยังคงมีบทบาทต่อไป

ที่มาข้อมูล : Google

ที่มารูปภาพ : Google

แท็กบทความ