ถอดรหัส Happitat ใช้เทคโนโลยีวัดความสุขได้อย่างไร

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน เมื่อเรากล่าวถึงคำว่า “Future Technology” อาจนึกถึงภาพของรถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ หรือเมืองอัจฉริยะที่ยังดูห่างไกลจากชีวิตประจำวัน ซึ่งทุกอย่างนี้เกิดขึ้นจริงแล้ว
แต่เทคโนโลยีที่ดี คงล้ำสมัยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องสนับสนุนชีวิตเรา ทำให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ประหยัดเวลาขึ้น จึงเป็นที่มาของวงเสวนาว่าเทคโนโลยีในแต่ละด้าน จะมาตอบโจทย์ความเป็นอยู่ของเรา ตอบโจทย์การทำงานหรือธุรกิจเรามีศักยภาพในการแข่งขันและอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยได้อย่างไร กับ panel discussion หัวข้อ Future Technology : Shaping the Way We Live เทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีชีวิตเราอย่างไร
ในวงเสวนานี้ หนึ่งในตัวแทนที่มาจากโลกของการสร้าง World Destination และประสบการณ์แห่งความสุขให้กับผู้คน คุณเบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจ ศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการ Happitat World’s First Happiness Destination
สรุปข่าว
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน เมื่อเรากล่าวถึงคำว่า “Future Technology” อาจนึกถึงภาพของรถยนต์ไร้คนขับ หุ่นยนต์ หรือเมืองอัจฉริยะที่ยังดูห่างไกลจากชีวิตประจำวัน ซึ่งทุกอย่างนี้เกิดขึ้นจริงแล้ว
แต่เทคโนโลยีที่ดี คงล้ำสมัยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องสนับสนุนชีวิตเรา ทำให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ประหยัดเวลาขึ้น จึงเป็นที่มาของวงเสวนาว่าเทคโนโลยีในแต่ละด้าน จะมาตอบโจทย์ความเป็นอยู่ของเรา ตอบโจทย์การทำงานหรือธุรกิจเรามีศักยภาพในการแข่งขันและอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยได้อย่างไร กับ panel discussion หัวข้อ Future Technology : Shaping the Way We Live เทคโนโลยีเปลี่ยนวิถีชีวิตเราอย่างไร
ในวงเสวนานี้ หนึ่งในตัวแทนที่มาจากโลกของการสร้าง World Destination และประสบการณ์แห่งความสุขให้กับผู้คน คุณเบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจ ศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการ Happitat World’s First Happiness Destination
เมื่อเทคโนโลยีออกแบบความสุขและประสบการณ์ของมนุษย์
คุณเบญจวรรณ เล่าว่าภายในโครงการ Happitat มีการติดกล้องวงจรปิดโดยรอบ ซึ่งไม่ได้ช่วยในเรื่องของความปลอดภัยและการเก็บจำนวนผู้บริโภคว่ามีการเข้า-ออกกี่คน
แต่ Happitat นำภาพและข้อมูลที่ได้จากกล้องที่มีเทคโนโลยี AI มาแยกว่าแต่ละชั้นแต่ละโซนมีผู้บริโภคว่ามีเพศอะไร ช่วงวัยไหน ไปจนถึงนำมาวัดความสุขของคนที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ของโครงการ ว่ามีความสุขจริงหรือไม่
โดยพฤติกรรมที่ Happitat นำไปวัดความสุข ไม่ใช่การยิ้มของผู้บริโภค แต่ต้องยิ้มและหันไปแชร์หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว ถึงจะสะท้อนความสุขที่เป็นนามธรรมมาออกเป็นตัวเลขได้อย่างแท้จริง
ซึ่งข้อมูลที่ได้ตรงนี้ ทำให้ Happitat เข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น และจะนำไปปรับปรุงและออกแบบโครงการให้ตรงกับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ เช่น ที่นั่งพักน้อยไปไหม สนามเด็กเล็กนอกจากเด็ก ๆ แล้ว พ่อแม่อยู่อย่างไร มีความสุขในการนั่งรอหรือไม่ สร้างความสุขและประสบการณ์ต่อไป
รวมถึงไปสามารถข้อมูลไปยังคู่ค้าในโครงการ ว่าคนเดินเข้ามาในโครงการแต่ละโซนต้องการอะไร ตั้งเป้าว่าคนที่เข้ามาในโครงการ 100% หากได้ความสุขกลับไป 80% ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
นอกจากนี้ Happitat ยังได้นำเทคโนโลยีไปใช้ในส่วนอื่น ๆ เพื่อลดอุณหภูมิให้กับโครงการ เช่น
การใช้เทคโนโลยีดูแลต้นไม้ พื้นที่สีเขียวในโครงการ
การใช้วัสดุก่อสร้างดูดซับความร้อน
ระบบท่อขนาดใหญ่ใต้โครงการ ที่ไม่เพียงไว้ระบายน้ำ แต่ยังเพิ่มความเย็นให้กับถนน
ระบบน้ำเย็น ที่วิ่งผ่านท่อไปสร้างความเย็นให้กับโครงการแทนคอมเพรสเซอร์แอร์
การใช้ AI ตรวจจับปฏิกิริยาผู้บริโภคที่เดินมาในแต่ละพื้นที่ จดจำเวลาไหนที่คนมาเยอะมาน้อย เพื่อให้ AI สั่งเปิดปิดการทำงานของพัดลม
- AI ครองโลกเริ่มเป็นจริง อยู่เหนือการควบคุม หรือนี่คือจุดจบมนุษยชาติ ?
- วิธีทำรูปสไตล์ยุค 80s ด้วย AI สร้างภาพวินเทจยอดฮิตโดนใจชาวเน็ต
- วิกฤต AI นักวิจัยเตือนเสี่ยงล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ภายใน 3 ปี
- ทางรอดธุรกิจยุค AI ใช้เทคโนโลยีให้ทัน สร้างความไว้ใจ ฝ่าวิกฤตความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลก
- อดีตวิศวกร “OpenAI-Anthropic” ประกาศลาออก พร้อมเตือนภัย AI พัฒนาไกลเกินควบคุม
