จับตา “Sam Altman” เตือนโลกระวัง “ผู้พัฒนา AI” กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตา “Sam Altman” เตือนโลกระวัง “ผู้พัฒนา AI” กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

ในเวทีประชุมเทคโนโลยีระดับโลก เซลล์ฟอร์ซ ดรีมฟอร์ซ 2026 (Salesforce Dreamforce 2026) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของบริษัท โอเพนเอไอ (OpenAI) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงและอันตรายของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ว่า สังคมโลกมีเหตุผลอันสมควรอย่างยิ่ง ที่จะหวาดกลัวการก้าวขึ้นมามีอำนาจที่มากเกินไปของเหล่าบริษัทผู้พัฒนา AI

สรุปข่าว

Sam Altman ประธานบริหารของ OpenAI ได้แสดงทัศนะในงาน Dreamforce 2026 ถึงความน่ากลัวของการที่บริษัทผู้พัฒนา AI อาจมีอำนาจล้นมือจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชี้นำความคิดของผู้คน โดยย้ำว่าการพัฒนาความปลอดภัยและการกำกับดูแลต้องรุดหน้ามากกว่าความสามารถของตัวระบบ ทั้งนี้ OpenAI ยังได้ประกาศสนับสนุนกฎหมายควบคุม AI ของสหรัฐฯ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอาวุธชีวภาพ พร้อมเปิดทางให้มีหน่วยงานตรวจสอบเอกราชเข้ามาประเมินความปลอดภัยของโมเดลรุ่นใหม่อย่างเข้มงวด

ในเวทีประชุมเทคโนโลยีระดับโลก เซลล์ฟอร์ซ ดรีมฟอร์ซ 2026 (Salesforce Dreamforce 2026) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของบริษัท โอเพนเอไอ (OpenAI) ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงและอันตรายของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ว่า สังคมโลกมีเหตุผลอันสมควรอย่างยิ่ง ที่จะหวาดกลัวการก้าวขึ้นมามีอำนาจที่มากเกินไปของเหล่าบริษัทผู้พัฒนา AI

กลุ่มผู้นำเอไออาจก้าวขึ้นกุมอำนาจ

โดยระหว่างการสนทนาบนเวทีร่วมกับ มาร์ค เบนิออฟ (Marc Benioff) ผู้ก่อตั้งร่วมและซีอีโอของ เซลล์ฟอร์ซ (Salesforce) บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า แซม ได้ชี้ให้เห็นถึงความกังวลของสังคมในปัจจุบันว่า กลุ่มบริษัทที่พัฒนาเทคโนโลยี AI อาจก้าวไปถึงจุดที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ จนสามารถแทรกแซงหรือสร้างอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมได้

ถ้อยแถลงดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการถกเถียงระดับโลกเกี่ยวกับภัยคุกคามของ AI และข้อถกเถียงที่ว่าควรกำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดเพียงใด โดย แซม ย้ำว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยี จำเป็นต้องยกระดับความเข้มงวดในการเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยขึ้นไปอีกขั้น 

เสนอแนวทางปรับการพัฒนาเอไอ

โดยเขาเสนอแนวทางสำคัญ คือการปรับจังหวะการพัฒนาความสามารถของ AI ให้สอดคล้องกับเรื่องทางจริยธรรม ความปลอดภัย และที่สำคัญคือระบบการเฝ้าระวัง จะต้องก้าวนำหน้าขีดความสามารถของตัว AI อยู่เสมอ

นอกจากนี้ โฆษกของ โอเพนเอไอ (OpenAI) ยังได้เปิดเผยในวันเดียวกันว่า บริษัทกำลังให้การสนับสนุนร่างกฎหมายของสภาคองเกรสแห่งสหรัฐฯ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทั้งสองพรรคร่วมกันผลักดัน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้โมเดลปัญญาประดิษฐ์ถูกนำไปใช้เร่งหรือขยายขีดความสามารถ ในการพัฒนาอาวุธชีวภาพและไวรัสสังเคราะห์

พร้อมกันนี้บริษัทยังยืนยันการสนับสนุน ฟรอนเทียร์ แอค (Frontier Act) ร่างกฎหมายสำคัญที่จะบังคับให้บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยี AI ต้องยินยอมให้ผู้ประเมินอิสระภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบและประเมินความปลอดภัยของโมเดล AI ก่อนและระหว่างการใช้งานจริง เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดแก่สาธารณชน

ที่มาข้อมูล : REUTERS

ที่มารูปภาพ : REUTERS