“Radia” ดันเครื่องบินยักษ์ “WindRunner” ชูจุดขายขนส่งชิ้นส่วนจรวดอวกาศสุดฉับไว

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Radia” ดันเครื่องบินยักษ์ “WindRunner” ชูจุดขายขนส่งชิ้นส่วนจรวดอวกาศสุดฉับไว

บริษัท ราเดีย (Radia) จากรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำเสนอแนวทางการใช้เครื่องบินยักษ์ วินด์รันเนอร์ (WindRunner) เครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากปริมาตร เพื่อเป็นเครื่องบินขนส่งชิ้นส่วนทางอวกาศ เช่น จรวด ดาวเทียม แบบไม่ต้องถอดประกอบใหม่

สรุปข่าว

บริษัท Radia ได้เปิดตัวเครื่องบินยักษ์ "WindRunner" ซึ่งเป็นเครื่องบินขนส่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกตามปริมาตร มีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิวัติการขนส่งชิ้นส่วนอวกาศขนาดใหญ่ เช่น จรวดและดาวเทียม โดยสามารถเคลื่อนย้ายได้ทั้งชิ้นโดยไม่ต้องถอดประกอบ ช่วยลดเวลา ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยง เพิ่มความรวดเร็วในการปฏิบัติการ และเปิดโอกาสให้นักออกแบบสร้างระบบอวกาศที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่า นอกจากนี้ เครื่องบินยังสามารถขึ้นลงจอดบนรันเวย์ที่ไม่ลาดยาง และเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลได้อีกด้วย

บริษัท ราเดีย (Radia) จากรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำเสนอแนวทางการใช้เครื่องบินยักษ์ วินด์รันเนอร์ (WindRunner) เครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อวัดจากปริมาตร เพื่อเป็นเครื่องบินขนส่งชิ้นส่วนทางอวกาศ เช่น จรวด ดาวเทียม แบบไม่ต้องถอดประกอบใหม่

ออกแบบเพื่อแก้ปัญหาการขนส่งชิ้นส่วนอวกาศ เช่น จรวดยักษ์

ปกติแล้วอุตสาหกรรมอวกาศ เมื่อต้องการขนส่งชิ้นส่วนขนาดใหญ่ เช่น จรวด ก็มักจะต้องใช้วิธีการถอดออกเป็นส่วน ๆ เพื่อนำไปต่อประกอบ ส่งผลให้อุปกรณ์ราคาสูงมักต้องถูกถอดแยกชิ้นส่วน ถูกจำกัดด้วยข้อจำกัดการขนส่งเดิม ๆ หรือต้องส่งทางเรือและทางถนนซึ่งใช้เวลานานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ เพิ่มทั้งต้นทุน ความเสี่ยงเรื่องเวลา และเพิ่มการสัมผัสจับต้องระบบการบินและอวกาศที่มีความละเอียดอ่อนโดยไม่จำเป็น

แต่สำหรับเครื่องบินลำนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นรองรับปริมาตรสัมภาระไม่ใช่แค่เพียงน้ำหนักบรรทุก โดยตัวเครื่องมีพื้นห้องโดยสารระดับต่ำ มีประตูเปิดด้านหน้า และมีระบบโหลดสินค้าอันทันสมัย ช่วยให้การย้ายชิ้นส่วนอวกาศขนาดใหญ่ทำได้ง่ายขึ้น จะช่วยให้สามารถส่งมอบระบบอวกาศขนาดใหญ่พิเศษตรงไปยังฐานปล่อย โรงงานผลิต หรือพื้นที่ปฏิบัติงานที่ห่างไกลได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน

สำหรับรายละเอียดของเครื่องบิน มีความยาวตัวเครื่องที่ 109 เมตร ความสูง 24 เมตร ความกว้างปีก 80 เมตร ส่วนความยาวบรรทุกของสัมภาระสูงสุด 105 เมตร ความสูงบรรทุกสูงสุด 9 เมตร และความกว้างบรรทุกสูงสุด 10 เมตร ในแง่ของน้ำหนักบรรทุก (สูงสุด) อยู่ที่ 72.6 ตัน ความเร็วในการบิน มัค 0.6 เพดานบิน 12,525 เมตร และระยะทำการบิน (น้ำหนักบรรทุกสูงสุด) อยู่ที่ 2,000 กิโลเมตร

วินด์รันเนอร์ (WindRunner) ยังสามารถสนับสนุนการปฏิบัติการอวกาศที่รวดเร็ว ช่วยย้ายระบบปล่อยขนาดใหญ่ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงแทนที่จะเป็นหลายวัน พร้อมทั้งสนับสนุนการเก็บกู้และปรับเปลี่ยนตำแหน่งของยานอวกาศที่นำกลับมาใช้ใหม่เพื่อความรวดเร็วในการหมุนเวียนใช้งาน 

เข้าถึงพื้นที่ห่างไกลที่เครื่องบินทั่วไปเข้าไม่ถึง

นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีคุณสมบัติในการบินขึ้นและลงจอดบนรันเวย์ไม่ลาดยาง (unpaved runways) ความยาวประมาณ 1,800 เมตรได้ ทำให้เข้าถึงฐานปล่อยอวกาศแห่งใหม่ พื้นที่ปล่อยกระจายตัว หรือจุดปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกลที่เครื่องบินขนส่งทั่วไปเข้าไม่ถึง

วินด์รันเนอร์ (WindRunner)  ยังถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์จัดการสินค้ามาตรฐานและโครงสร้างพื้นฐานสนามบินทั่วไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ระบบโหลดสินค้าพิเศษหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่สร้างขึ้นเฉพาะ 

สำหรับภารกิจอวกาศทางการทหารและพาณิชย์ สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนสถาปัตยกรรมระบบโลจิสติกส์แบบกระจายตัว แทนที่จะพึ่งพาศูนย์กลางการขนส่งหลักเพียงไม่กี่แห่ง โดยชิ้นส่วนทางอวกาศขนาดใหญ่จะสามารถถูกย้ายไปใกล้กับฐานปล่อยอวกาศแห่งใหม่ ศูนย์ทดสอบ หรือพื้นที่ปฏิบัติงานห่างไกลได้โดยตรง 

ทางบริษัท ราเดีย (Radia)  ระบุว่า เครื่องบินยักษ์ วินด์รันเนอร์ (WindRunner)  ยังสามารถรองรับดาวเทียมที่มีขนาดใหญ่กว่าขีดจำกัดสูงสุดในปัจจุบันถึงสองเท่า 

หากความสามารถนี้ใช้งานได้จริงในทางปฏิบัติ นักออกแบบยานอวกาศจะมีอิสระมากขึ้นในการสร้างระบบที่ใหญ่ขึ้น โดยไม่ต้องถูกบีบด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่งอีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อภารกิจดาวเทียมสื่อสาร การสำรวจโลก การข่าวกรอง การเฝ้าระวัง การลาดตระเวน และภารกิจอวกาศเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ และอาจส่งผลต่อการออกแบบยานอวกาศในอนาคตด้วยเช่นกัน

ที่มาข้อมูล : interestingengineering.com radia.com

ที่มารูปภาพ : RADIA