
นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการด้านเชื้อก่อโรคและความมั่นคงทางชีวภาพแห่งรัฐในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ค้นพบไวรัสชนิดใหม่ Asian longhorned tick nairovirus (ALTNV) สามารถแพร่จากเห็บสู่มนุษย์ได้ หลังตรวจผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกับโรคที่เกิดจาก Dabie bandavirus (DBV) ซึ่งเป็นไวรัสที่เกี่ยวข้องกับโรค Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome หรือ SFTS โรคดังกล่าวสามารถทำให้เกิดไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ และในกรณีรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะหลายระบบ
นักวิจัยได้ตรวจคัดกรองผู้ป่วยจำนวน 3,163 คนที่มีอาการและประวัติการสัมผัสเห็บที่เข้าข่ายการติดเชื้อ DBV แต่พบว่าประมาณ 10.4% ของผู้ป่วยตรวจไม่พบ DBV ความผิดปกติดังกล่าวทำให้นักวิจัยดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม และนำไปสู่การค้นพบเชื้อไวรัสอีกชนิดหนึ่งในตัวอย่างเลือดของผู้ป่วย ซึ่งไม่ใช่ DBV แต่เป็นไวรัสในสกุล Orthonairovirus ที่ไม่เคยถูกระบุว่าเป็นสาเหตุของโรคในมนุษย์มาก่อน ต่อมาเชื้อดังกล่าวได้รับชื่อว่า Asian longhorned tick nairovirus หรือ ALTNV

สรุปข่าว
นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการด้านเชื้อก่อโรคและความมั่นคงทางชีวภาพแห่งรัฐในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ค้นพบไวรัสชนิดใหม่ Asian longhorned tick nairovirus (ALTNV) สามารถแพร่จากเห็บสู่มนุษย์ได้ หลังตรวจผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายกับโรคที่เกิดจาก Dabie bandavirus (DBV) ซึ่งเป็นไวรัสที่เกี่ยวข้องกับโรค Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome หรือ SFTS โรคดังกล่าวสามารถทำให้เกิดไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ และในกรณีรุนแรงอาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะหลายระบบ
นักวิจัยได้ตรวจคัดกรองผู้ป่วยจำนวน 3,163 คนที่มีอาการและประวัติการสัมผัสเห็บที่เข้าข่ายการติดเชื้อ DBV แต่พบว่าประมาณ 10.4% ของผู้ป่วยตรวจไม่พบ DBV ความผิดปกติดังกล่าวทำให้นักวิจัยดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม และนำไปสู่การค้นพบเชื้อไวรัสอีกชนิดหนึ่งในตัวอย่างเลือดของผู้ป่วย ซึ่งไม่ใช่ DBV แต่เป็นไวรัสในสกุล Orthonairovirus ที่ไม่เคยถูกระบุว่าเป็นสาเหตุของโรคในมนุษย์มาก่อน ต่อมาเชื้อดังกล่าวได้รับชื่อว่า Asian longhorned tick nairovirus หรือ ALTNV

อาการของ ALTNV
จากข้อมูลผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ALTNV พบว่าอาการส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ ไข้ อ่อนเพลีย และความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ในกลุ่มผู้ป่วยที่ตรวจพบการติดเชื้อ ALTNV เพียงอย่างเดียว อาการส่วนใหญ่ไม่ได้มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และผู้ป่วยที่ถูกติดตามในการศึกษาสามารถฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบประเด็นที่น่ากังวลมากขึ้นเมื่อผู้ป่วยติดเชื้อ ALTNV พร้อมกับ DBV การติดเชื้อร่วมกันของไวรัสทั้งสองชนิดมีความสัมพันธ์กับอาการที่รุนแรงกว่า โดยเฉพาะความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจและการทำงานของไต
จากการศึกษาพบผู้ป่วยจำนวน 38 คนที่ติดเชื้อ ALTNV และ DBV พร้อมกัน ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีอาการรุนแรงกว่าผู้ที่ติดเชื้อ DBV เพียงอย่างเดียว โดยพบปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและการทำงานของไตในสัดส่วนที่สูงกว่า ที่สำคัญคือในกลุ่มผู้ติดเชื้อร่วม 38 คน มีผู้เสียชีวิต 7 คน หรือประมาณ 18.4%
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ควรตีความว่า ALTNV เพียงอย่างเดียวมีอัตราการเสียชีวิต 18.4% เพราะผู้เสียชีวิตในกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ติดเชื้อ ALTNV และ DBV พร้อมกัน ข้อมูลในปัจจุบันยังไม่แสดงให้เห็นว่า ALTNV เพียงอย่างเดียวมีความรุนแรงในระดับเดียวกัน
ประเด็นนี้มีความสำคัญทางการแพทย์ เนื่องจากอาการในระยะแรกของ ALTNV และ DBV อาจมีความคล้ายคลึงกัน หากแพทย์ไม่สามารถแยกแยะการติดเชื้อแต่ละชนิดได้อย่างถูกต้อง ก็อาจทำให้การประเมินความรุนแรงของโรคและการดูแลผู้ป่วยมีความซับซ้อนมากขึ้น
เห็บลองฮอร์นเอเชีย
หลักฐานจากการศึกษาชี้ไปที่ เห็บลองฮอร์นเอเชีย (Haemaphysalis longicornis) ในฐานะพาหะสำคัญของ ALTNV เห็บชนิดนี้พบได้ในหลายพื้นที่ของจีน และเป็นเห็บชนิดเดียวกับที่สามารถเกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อโรคอื่น ๆ นักวิจัยตรวจสอบเห็บจำนวนมากกว่า 47,000 ตัวจาก 15 มณฑลของจีน และพบสารพันธุกรรมของ ALTNV ในเห็บบางส่วน โดยพบอัตราการตรวจพบสูงในเห็บลองฮอร์นเอเชีย
การทดลองเพิ่มเติมยังแสดงให้เห็นว่าเห็บชนิดนี้สามารถรักษาเชื้อไว้ในร่างกายและถ่ายทอดเชื้อไปยังสัตว์ทดลองได้ รวมถึงมีหลักฐานที่สนับสนุนความสามารถในการถ่ายทอดเชื้อไปยังรุ่นถัดไปของเห็บ ในปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานว่าการติดเชื้อ ALTNV สามารถแพร่จากคนสู่คนได้
หลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้สนับสนุนเส้นทางการแพร่เชื้อผ่านเห็บมากกว่า โดยเฉพาะการถูกเห็บที่มีเชื้อกัด ดังนั้น การค้นพบ ALTNV จึงยังไม่ควรถูกนำไปเปรียบเทียบกับไวรัสระบบทางเดินหายใจที่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ง่าย นอกจากนี้ การพบไวรัสชนิดใหม่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการแพร่ระบาดไปทั่วโลกโดยอัตโนมัติ นักวิทยาศาสตร์ยังจำเป็นต้องศึกษาต่อว่ามีการแพร่กระจายของ ALTNV ในพื้นที่อื่นมากน้อยเพียงใด รวมถึงต้องประเมินความสามารถในการก่อโรคและความเสี่ยงต่อประชากรในวงกว้าง
นอกจากนี้ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาเฉพาะเจาะจงสำหรับ ALTNV และ DBV การดูแลผู้ป่วยจึงเน้นไปที่การรักษาตามอาการและการประคับประคองการทำงานของร่างกาย เนื่องจากไวรัสไม่ใช่แบคทีเรีย ยาปฏิชีวนะจึงไม่สามารถกำจัดไวรัสได้โดยตรง ผู้ป่วยจึงต้องอาศัยระบบภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับเชื้อ ขณะที่แพทย์ให้การดูแลอาการและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น
สถานการณ์นี้ทำให้การป้องกันการถูกเห็บกัดและการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีเห็บหรือมีโรคที่เกิดจากเห็บเป็นโรคประจำถิ่น
- นักวิจัยใช้ “AI” สังเคราะห์ “ไวรัส”เป็นครั้งแรก ก้าวสำคัญหรือภัยเงียบ?
- ทีมนักวิจัยญี่ปุ่น พบไวรัสโคโรนาสายพันธ์ในค้างคาวที่พบในไทย
- นักวิทย์ออสเตรเลียพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในค้างคาวแม่ไก่
- ฟินแลนด์พบไวรัสยักษ์ ใหญ่กว่าโควิด 2 เท่า ครั้งแรกของฟินแลนด์
- "ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ HKU5" เป็นข้อมูลวิจัยในห้องแล็บ ยังไม่มีติดเชื้อไปสู่คน
ที่มาข้อมูล : https://newatlas.com/disease/virus-ticks-identified/
ที่มารูปภาพ : Depositphotos
