
เป็นเวลาหลายปีที่วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ถูกมองว่าเป็น “วัคซีนสำหรับผู้หญิง” เนื่องจากจุดประสงค์หลักในช่วงแรกคือการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วโลก แต่ความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันชี้ชัดว่า HPV ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงเพียงเพศเดียว โดยมองว่า ผู้ชายสามารถติดเชื้อและเป็นพาหะแพร่เชื้อได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อโรคและมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต มะเร็งช่องปากและลำคอ รวมถึงหูดหงอนไก่
สรุปข่าว
เป็นเวลาหลายปีที่วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ถูกมองว่าเป็น “วัคซีนสำหรับผู้หญิง” เนื่องจากจุดประสงค์หลักในช่วงแรกคือการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทั่วโลก แต่ความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันชี้ชัดว่า HPV ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงเพียงเพศเดียว โดยมองว่า ผู้ชายสามารถติดเชื้อและเป็นพาหะแพร่เชื้อได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อโรคและมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต มะเร็งช่องปากและลำคอ รวมถึงหูดหงอนไก่
ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงเริ่มปรับนโยบายจากการฉีดวัคซีนเฉพาะเด็กหญิง มาเป็น "โครงการฉีดวัคซีน HPV แบบไม่จำกัดเพศ" หรือ Gender-neutral HPV Vaccination Program โดยสนับสนุนให้เด็กชายและผู้ชายได้รับวัคซีนเช่นเดียวกับผู้หญิง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในประชากรทั้งสองเพศและลดการแพร่กระจายของเชื้อในระยะยาว
จากการป้องกันมะเร็งปากมดลูก สู่การป้องกันมะเร็งในทุกเพศ
ในอดีต หลายประเทศให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนในเด็กหญิงก่อน เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเป็นภาระโรคที่สำคัญ และองค์การอนามัยโลก เคยแนะนำให้ประเทศที่มีทรัพยากรจำกัดเน้นการฉีดในเด็กหญิงเป็นลำดับแรก
แต่ในช่วงหลายปีกลับพบว่า HPV เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งหลายชนิดที่เกิดขึ้นในผู้ชายเช่นกัน โดยเฉพาะมะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งองคชาต นอกจากนี้ ผู้ชายยังเป็นส่วนหนึ่งของวงจรการแพร่เชื้อสู่คู่นอนอีกด้วย
งานวิจัยและการประเมินนโยบายสาธารณสุขในหลายประเทศจึงชี้ว่า การฉีดวัคซีนให้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายสามารถลดการติดเชื้อ HPV ในประชากรได้มีประสิทธิภาพมากกว่า และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ได้ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบันมีอย่างน้อย 47 ประเทศที่ฉีด HPV ให้ผู้ชายด้วย
บทความวิชาการจาก BMC Medicine ที่ตีพิมพ์ในปี 2024 ระบุว่า ณ ปี 2023 มีประมาณ 47 ประเทศทั่วโลกที่รวมเด็กชายหรือผู้ชายไว้ในโครงการวัคซีน HPV ระดับชาติแล้ว ตัวอย่างเช่น
ออสเตรเลีย
ออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบของโลกด้านการป้องกัน HPV โดยเริ่มฉีดวัคซีนให้เด็กหญิงก่อน และขยายมาสู่เด็กชายในโครงการระดับชาติ ทำให้ประเทศมีอัตราการติดเชื้อ HPV และหูดหงอนไก่ลดลงอย่างมาก จนถูกคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่สามารถกำจัดมะเร็งปากมดลูกในฐานะปัญหาสาธารณสุขได้
สหราชอาณาจักร
สหราชอาณาจักรเริ่มให้วัคซีน HPV แก่เด็กชายอายุประมาณ 12-13 ปี ผ่านระบบโรงเรียน เพื่อให้ได้รับการป้องกันเช่นเดียวกับเด็กหญิง และลดการแพร่เชื้อในประชากร
สหรัฐอเมริกา
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) แนะนำให้เด็กชายและเด็กหญิงได้รับวัคซีน HPV เป็นประจำตั้งแต่อายุ 11-12 ปี โดยสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี
สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส โปรตุเกส และฟินแลนด์
หลายประเทศในยุโรปเหนือและยุโรปตะวันตกได้เปลี่ยนมาใช้แนวทางฉีดวัคซีนแบบไม่จำกัดเพศ โดยมองว่าการป้องกัน HPV ควรเป็นเรื่องของประชากรทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิง
แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหน?
ประเทศไทยได้บรรจุวัคซีน HPV ในโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคแห่งชาติสำหรับเด็กหญิง เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก และเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการนำวัคซีน HPV มาใช้ในระดับประเทศแล้ว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการภาครัฐยังมุ่งเน้นการฉีดในเด็กหญิงเป็นหลัก ขณะที่การฉีดในเด็กชายยังเป็นทางเลือกที่ผู้ปกครองหรือบุคคลสามารถเข้ารับบริการได้ตามคำแนะนำของแพทย์และความสมัครใจ
ทำไมผู้ชายจึงควรได้รับวัคซีน HPV?
- ผู้ชายสามารถติดเชื้อ HPV ได้เช่นเดียวกับผู้หญิง
- HPV เป็นสาเหตุของมะเร็งหลายชนิดในผู้ชาย ไม่ใช่เฉพาะมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง
- การฉีดวัคซีนให้ทั้งสองเพศช่วยลดการแพร่เชื้อในสังคม และเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า
แนวคิดเรื่องวัคซีน HPV จึงกำลังเปลี่ยนจาก "วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก" ไปสู่ "วัคซีนป้องกันมะเร็งและโรคจาก HPV ในทุกเพศ" ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มผลักดันโครงการฉีดวัคซีนแบบไม่จำกัดเพศ เพื่อปกป้องสุขภาพของประชากรทั้งหญิงและชายในระยะยาว
- HPV ในประเทศไทย ติดเชื้อสูงแค่ไหน? เปิดสถิติที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
- ไขปริศนา "การเข้าห้องน้ำสาธารณะ" เสี่ยงติดเชื้อ "HPV" ได้จริงหรือไม่? นักไวรัสวิทยามีคำตอบ
- ไขข้อสงสัย HPV ติดทางไหนบ้าง? ทำไมแพทย์เตือนเรื่องออรัลเซ็กซ์
- ออรัลเซ็กซ์เสี่ยงมะเร็งคอจริงไหม? เปิดข้อมูล HPV ตามงานวิจัย
- ทีมนักวิจัยญี่ปุ่น พบไวรัสโคโรนาสายพันธ์ในค้างคาวที่พบในไทย
ที่มาข้อมูล : WHO, European Cancer Organisation, BMC Medicine, UNICEF
ที่มารูปภาพ : CANVA
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
