พลิกโฉมประเทศไทยสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและวิถี Nature Positive

Share on Line Share on Facebook Share on X
พลิกโฉมประเทศไทยสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและวิถี Nature Positive

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ประกาศผลักดันแนวคิด Nature Positive ให้เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรม เชื่อมเข้ากับเศรษฐกิจ ชุมชน และการฟื้นฟูธรรมชาติ เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ประเทศกำลังเผชิญ 

ประกาศผลักดันแนวคิด Nature Positive ครั้งนี้เกิดขึ้นภายในงาน GCNT Expo 2026 ที่จัดขึ้นที่ True Digital Park West ระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน 

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตนเอง โดยเฉพาะงานด้านสุขภาพและนวัตกรรมอุตสาหกรรม แต่ความท้าทายสำคัญในวันนี้คือ หลายเป้าหมายมีกรอบเวลาและความเร่งด่วนที่แตกต่างกัน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องทบทวนเส้นทางการทำงานและวางแผนย้อนกลับจากเป้าหมาย เพื่อให้รู้ว่าประเทศต้องเริ่มดำเนินการเรื่องใดก่อน 

สรุปข่าว

รองนายกฯ ประกาศแนวทาง Nature Positive นำเทคโนโลยีและงานวิจัยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้ชุมชน เป้าหมายเพื่อรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชนสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ประกาศผลักดันแนวคิด Nature Positive ให้เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรม เชื่อมเข้ากับเศรษฐกิจ ชุมชน และการฟื้นฟูธรรมชาติ เพื่อรับมือกับความท้าทายที่ประเทศกำลังเผชิญ 

ประกาศผลักดันแนวคิด Nature Positive ครั้งนี้เกิดขึ้นภายในงาน GCNT Expo 2026 ที่จัดขึ้นที่ True Digital Park West ระหว่างวันที่ 2-4 กันยายน 

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตนเอง โดยเฉพาะงานด้านสุขภาพและนวัตกรรมอุตสาหกรรม แต่ความท้าทายสำคัญในวันนี้คือ หลายเป้าหมายมีกรอบเวลาและความเร่งด่วนที่แตกต่างกัน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องทบทวนเส้นทางการทำงานและวางแผนย้อนกลับจากเป้าหมาย เพื่อให้รู้ว่าประเทศต้องเริ่มดำเนินการเรื่องใดก่อน 

⬛️ ภัยพิบัติทำให้ไทยต้องเร่งหาคำตอบ

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งจังหวัดน่าน ภาคกลาง และภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการรับมือกับผลกระทบ ขณะที่คำถามสำคัญของประชาชนคือ ปีหน้าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร หากสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ปัญหาดังกล่าวทำให้การป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติกลายเป็นวาระเร่งด่วน โดยการแก้ปัญหาไม่สามารถพึ่งพาหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยเทคโนโลยี ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงระบบการเงินและการลงทุนที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

⬛️ Nature Positive ก้าวต่อจาก Net Zero

หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่รัฐบาลต้องการผลักดันคือ Nature Positive หรือการพัฒนาที่ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติและเพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มองว่า ธรรมชาติเป็นรากฐานของเป้าหมายการพัฒนาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ทะเล สุขภาพ ความยากจน หรือแม้แต่นวัตกรรม

ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ แต่สิ่งสำคัญคือ ประเทศยังจำเป็นต้องมีข้อมูลและเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำมากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจว่าระบบนิเวศกำลังสูญเสียอะไร และควรฟื้นฟูอย่างไรให้ตรงจุด

ตัวอย่างเช่น การศึกษาระบบนิเวศทางทะเลด้วยเทคนิคทางวิทยาศาสตร์ เพื่อค้นหาว่าสิ่งมีชีวิตชนิดใดกำลังลดลงหรือหายไป ก่อนนำข้อมูลมาออกแบบแนวทางฟื้นฟูธรรมชาติให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง รัฐจึงต้องเข้ามาลงทุนในงานวิจัยและเทคโนโลยี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

⬛️ เปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลายเป็นรายได้

อีกแนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเพิ่มมูลค่า แทนการเผาทำลาย ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ใหม่ให้กับเกษตรกร

แนวคิดสำคัญคือการใช้วิทยาศาสตร์และงานวิจัยเข้ามาพิสูจน์ว่าวัสดุเหลือใช้แต่ละชนิดสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หรือวัตถุดิบใหม่ได้มากเพียงใด พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับภาคอุตสาหกรรมและบริษัทขนาดใหญ่ เพื่อขยายผลจากระดับชุมชนสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง

รัฐบาลมองว่างานวิจัยเชิงลึกที่มีความเสี่ยงสูงควรเป็นหน้าที่ที่ภาครัฐเข้ามาลงทุนก่อน ขณะที่ภาคเอกชนสามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์

⬛️ ความยั่งยืนต้องเดินคู่กับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ย้ำว่า Nature Positive ไม่ใช่ภารกิจของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน ทั้งธรรมชาติ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน เพราะการขอให้ประชาชนดูแลสิ่งแวดล้อมโดยไม่คำนึงถึงปัญหาปากท้องย่อมไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน

การออกแบบนโยบายจึงต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้มาตรการต่าง ๆ สอดคล้องกับชีวิตจริงของประชาชน เช่น การสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพให้กับเยาวชนที่มีเส้นทางชีวิตแตกต่างจากระบบการศึกษาแบบเดิม

เป้าหมายสุดท้ายคือการสร้างสังคมที่ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาส มีรายได้ และมีส่วนร่วมในการดูแลประเทศ ขณะเดียวกันก็รักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนและองค์การสหประชาชาติ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม 

ที่มาข้อมูล : TNN Thailand

ที่มารูปภาพ : TNN Thailand