“Tesla” โบกมือลา “Solar Roof” เผยต้นทุนสูงลิ่ว หันพึ่งฟอสซิลดันโปรเจกต์ AI

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Tesla” โบกมือลา “Solar Roof” เผยต้นทุนสูงลิ่ว หันพึ่งฟอสซิลดันโปรเจกต์ AI

เทสลา (Tesla) บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ ประกาศยุติการผลิตและทำตลาดกระเบื้องหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof Tiles) ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในนวัตกรรมไฮไลต์ที่ตั้งเป้าจะเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาด หลังประสบปัญหาด้านความคุ้มค่าทางธุรกิจและไม่สามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมาย

สรุปข่าว

Tesla ตัดสินใจยกเลิกการทำตลาดกระเบื้องหลังคา Solar Roof เนื่องจากปัญหาต้นทุนสูงเกินจริงและไม่คุ้มค่าทางธุรกิจ แม้จะยังคงขายแผงโซลาร์เซลล์ทั่วไปอยู่ แต่ภาพรวมทิศทางของ Elon Musk กลับเริ่มสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับพลังงานฟอสซิลมากกว่าเรื่องความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการพลังงานอันมหาศาลในศูนย์ข้อมูล AI และโปรเจกต์เทคโนโลยีใหม่

เทสลา (Tesla) บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ ประกาศยุติการผลิตและทำตลาดกระเบื้องหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof Tiles) ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในนวัตกรรมไฮไลต์ที่ตั้งเป้าจะเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาด หลังประสบปัญหาด้านความคุ้มค่าทางธุรกิจและไม่สามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมาย

โปรเจกต์ Solar Roof ที่ต้องจบลง

สำหรับนวัตกรรมกระเบื้องหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof Tiles) เป็นนวัตกรรมกระเบื้องมุงหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ผสานแผงโซลาร์เซลลล์เข้ากับตัวแผ่นกระเบื้องโดยตรง ทำให้ไม่ต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ทับซ้อนบนหลังคาอีกชั้น 

แนวคิดนี้ ทำให้ตัวหลังคากลายเป็นอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าโดยตรง และมองว่าหากเจ้าของบ้านต้องเปลี่ยนหลังคาเดิมที่มีอยู่ ก็สามารถติดตั้งทั้งหลังคาใหม่ที่มีแผงโซลาร์เซลล์ได้พร้อมกันในครั้งเดียว ทำให้อาจจะประหยัดต้นทุนกว่า

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การเปิดตัวแนวคิดในปี 2016 ซึ่งบริษัทเคยตั้งเป้าราคานวัตกรรมกระเบื้องโซลาร์เซลล์ไว้เพียง 22 ดอลลาร์สหรัฐต่อตารางฟุต หรือราว 720 บาทต่อตารางฟุตเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการติดตั้งจริง ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวกลับเจอปัญหาราคาติดตั้งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล เนื่องจากความซับซ้อนของลักษณะหลังคาในแต่ละบ้าน รวมถึงยังไม่สามารถทำยอดติดตั้งได้ตามเป้าหมาย โดยทำไปได้เพียงประมาณ 3,000 หลัง ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ขัดแย้งกับที่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เคยตั้งเป้าไว้ว่าจะมีการติดตั้งสูงถึง 1,000 หลังต่อสัปดาห์ 

โดยปัจจุบัน บริษัทเผยว่าจะไม่รับคำสั่งซื้อกระเบื้องหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof Tiles) เพิ่มและจะเน้นการจำหน่าย แผงโซลาร์เซลล์แบบปกติ (Solar Panels) แทน แม้แต่บนหน้าเว็บไซต์ปัจจุบันของบริษัทเอง ก็ยืนยันถึงการยุติโครงการนี้แล้วเช่นกัน หน้าเว็บไซต์เดิมอย่าง tesla.com/solarroof ตอนนี้เปลี่ยนเส้นทางไปยัง tesla.com/solarpanels แล้ว และคำว่า “Solar Roof” ก็ถูกลบออกจากเมนูนำทางด้านพลังงานโดยสิ้นเชิง ซึ่งปัจจุบันแสดงเฉพาะ แผงพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Panels), ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ที่บ้าน (Powerwall) และ ระบบแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาดใหญ่เท่าตู้คอนเทนเนอร์ (Megapack) เท่านั้น

Tesla ยังไม่ได้ทิ้งพลังงานแสงอาทิตย์

อย่างไรก็ตาม เทสลา (Tesla) ก็ยังไม่ได้ละทิ้งการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ โดยล่าสุดยังมีแผนที่จะทุ่มงบ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 326,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานโซลาร์เซลล์แห่งใหม่ในเท็กซัส โดยคาดว่าโครงการ คริสตัล ซัน (Project Crystal Sun) จะเริ่มก่อสร้างในปีนี้ และแล้วเสร็จภายในปี 2028

ขยับถอยห่างสิ่งแวดล้อม หันมาใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อขับเคลื่อน AI?

ทว่าจุดที่น่าจับตาคือทิศทางของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่ดูเหมือนจะถอยห่างจากภาพลักษณ์ของผู้กอบกู้สิ่งแวดล้อม ด้วยการเดินหน้าโครงการ AI ที่เลือกใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติและพลังงานฟอสซิลปริมาณมหาศาลในการเดินเครื่อง 

เดิมที อีลอน มัสก์ (Elon Musk) สร้างความร่ำรวยมหาศาลจากเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และเซลล์แสงอาทิตย์ โดยเมื่อสิบปีก่อน เขายังเคยกล่าวว่าการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็น “การทดลองที่โง่ที่สุดในประวัติศาสตร์” (“the dumbest experiment in history”) พร้อมเตือนว่าในที่สุดมันจะหมดไป 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มุมมองของเขาเปลี่ยนไป โดยรายงานจากหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ วอลล์ สตรีท เจอนัล (Wall Street Journal) พบว่าในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้เข้าซื้อกิจการผู้ผลิตพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลขนาดกลาง อย่าง เอพีอาร์ เอเนอร์จี (APR Energy) ซึ่งให้บริการกังหันก๊าซเคลื่อนที่สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้สำหรับการขับเคลื่อนบริษัทปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักสำหรับแผนธุรกิจของเขาเอง

ทั้งนี้เอกสารที่โพสต์บนเว็บไซต์ของ FTC (Federal Trade Commission) หรือคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา เป็นหน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ยืนยันว่าเป็นการเข้าซื้อในฐานะบุคคล ไม่ใช่บริษัทแต่อย่างใด 


ที่มาข้อมูล : livemint.com electrek.co gizmodo.com futurism.com

ที่มารูปภาพ : Tesla

แท็กบทความ