ล้อยาน Curiosity แตกร้าวหลังลุยดาวอังคาร 14 ปี NASA ยันยังไหว

Share on Line Share on Facebook Share on X
ล้อยาน Curiosity แตกร้าวหลังลุยดาวอังคาร 14 ปี NASA ยันยังไหว

ยานสำรวจดาวอังคาร Curiosity ขององค์การ NASA ได้เผยแพร่ภาพถ่ายชุดใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงรอยแตกร้าวและรูโหว่ขนาดใหญ่บนล้ออะลูมิเนียมของยาน ซึ่งภาพถ่ายระยะใกล้ชิ้นสำคัญนี้ถูกบันทึกไว้ได้เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 หรือตรงกับวันที่ 4963 ของภารกิจ (Sol 4963) ผ่านกล้อง Mars Hand Lens Imager (MAHLI) ที่ติดตั้งอยู่บนแขนกลของยาน

สรุปข่าว

ยานสำรวจ Curiosity ของ NASA เผยสภาพล้ออะลูมิเนียมที่แตกร้าวอย่างหนักหลังลุยพื้นผิวดาวอังคารมาเกือบ 14 ปี แม้สภาพล้อจะเสียหายจากการเดินทางกว่า 32 กิโลเมตร แต่วิศวกรยืนยันว่ายานยังคงแข็งแกร่งและเดินหน้าทำภารกิจต่อไปได้

ยานสำรวจดาวอังคาร Curiosity ขององค์การ NASA ได้เผยแพร่ภาพถ่ายชุดใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงรอยแตกร้าวและรูโหว่ขนาดใหญ่บนล้ออะลูมิเนียมของยาน ซึ่งภาพถ่ายระยะใกล้ชิ้นสำคัญนี้ถูกบันทึกไว้ได้เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 หรือตรงกับวันที่ 4963 ของภารกิจ (Sol 4963) ผ่านกล้อง Mars Hand Lens Imager (MAHLI) ที่ติดตั้งอยู่บนแขนกลของยาน

ภารกิจการสำรวจที่ดำเนินมานานเกือบ 14 ปีได้ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้บนล้อของยานอย่างเห็นได้ชัด ยาน Curiosity ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า 1 ตัน ได้เดินทางร่อนลงสู่พื้นผิวแอ่งอุกกาบาตเกล (Gale Crater) บนดาวอังคารตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2012 โดยใช้ระบบการลงจอดสุดล้ำด้วยสลิงสกายเครน (Sky Crane) 

นับจากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน ยานสำรวจลำนี้ได้ขับเคลื่อนผ่านเส้นทางหินที่แหลมคมและสมบุกสมบันมาแล้วเป็นระยะทางรวมมากกว่า 20 ไมล์ หรือประมาณ 32 กิโลเมตร เพื่อค้นหาเบาะแสและร่องรอยของสิ่งมีชีวิตโบราณบนดาวเคราะห์สีแดง

แม้ว่าล้อโลหะจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการเดินทางที่ยากลำบาก แต่ทาง NASA และห้องปฏิบัติการขับเคลื่อนด้วยแรงดันพ่น (JPL) ซึ่งคอยใช้กล้องตรวจสอบสภาพล้อของยานเป็นระยะระบุว่า ล้อของยานยังคงทนทานและทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม แม้จะเผชิญกับการสึกหรอที่รุนแรงที่สุดจากสภาพแวดล้อมของดาวอังคาร

ความสำเร็จของยานสำรวจ Curiosity ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมอันยอดเยี่ยมที่ช่วยให้มนุษยชาติสามารถควบคุมยานยนต์ล้อหมุนให้ทำงานอยู่บนพื้นผิวดาวเคราะห์ดวงอื่นได้อย่างปลอดภัยนานหลายปี และเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำพาให้มนุษย์สามารถก้าวสู่การเป็นสิ่งมีชีวิตระหว่างดาวเคราะห์และเดินทางไปเหยียบดาวอังคารได้จริงในอนาคต  

ที่มาข้อมูล : Space, NASA, JPL

ที่มารูปภาพ : Space, NASA, JPL

แท็กบทความ