กล้องโทรทรรศน์ “Vera C. Rubin” เปิดฉากถ่าย “ภาพยนตร์แห่งจักรวาล” เรื่องแรกของโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
กล้องโทรทรรศน์ “Vera C. Rubin” เปิดฉากถ่าย “ภาพยนตร์แห่งจักรวาล” เรื่องแรกของโลก

บนยอดเขาสูงในภูมิภาค โกกิมโบ (Coquimbo) ประเทศชิลี หนึ่งในพื้นที่ที่ท้องฟ้ามืดมิดและเอื้อต่อการดูดาวที่สุดในโลก หอดูดาวขนาดใหญ่ได้เริ่มเปิดฉากบันทึกภาพความกว้างใหญ่ไพศาลของห้วงอวกาศ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่จะกลายเป็นภาพยนตร์แห่งจักรวาล เรื่องแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

สรุปข่าว

หอดูดาวเวรา ซี. รูบิน (Vera C. Rubin Observatory) ในภูมิภาคโกกิมโบ ประเทศชิลี ได้เริ่มต้นภารกิจระยะเวลา 10 ปีในการสร้าง "ภาพยนตร์แห่งจักรวาล" เรื่องแรกของมนุษยชาติ โดยใช้กล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงถึง 3,200 ล้านพิกเซล สแกนและบันทึกภาพท้องฟ้าซีกโลกใต้อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ 3-4 คืน เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการศึกษาดาราศาสตร์แบบภาพนิ่งดั้งเดิม ไปสู่การติดตามการวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของดวงดาว กาแล็กซี รวมถึงวัตถุอวกาศต่าง ๆ ตามกาลเวลา

บนยอดเขาสูงในภูมิภาค โกกิมโบ (Coquimbo) ประเทศชิลี หนึ่งในพื้นที่ที่ท้องฟ้ามืดมิดและเอื้อต่อการดูดาวที่สุดในโลก หอดูดาวขนาดใหญ่ได้เริ่มเปิดฉากบันทึกภาพความกว้างใหญ่ไพศาลของห้วงอวกาศ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่จะกลายเป็นภาพยนตร์แห่งจักรวาล เรื่องแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

หอดูดาวที่จะทำภารกิจนานนับสิบปี

หอดูดาวเวรา ซี. รูบิน (Vera C. Rubin Observatory) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการ นัวร์แล็บ (NOIRLab) มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ (NSF) และห้องปฏิบัติการเร่งอนุภาคแห่งชาติ (SLAC) ของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ซึ่งได้เริ่มต้นภารกิจสำรวจท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดระยะเวลาโครงการยาวนานถึง 10 ปี

ความพิเศษของหอดูดาวแห่งนี้คือการติดตั้งกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงถึง 3,200 ล้านพิกเซล (3.2 billion-pixel) ซึ่งจะทำหน้าที่ถ่ายภาพท้องฟ้าซีกโลกใต้ที่มองเห็นได้ทั้งหมดซ้ำในทุก ๆ 3 ถึง 4 คืน เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของจักรวาล

เก็บภาพรวมกันซ้ำ ๆ จนได้เป็นภาพยนตร์แห่งจักรวาล

นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการนี้เผยว่า หอดูดาวรูบิน จะให้ภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนในรูปแบบภาพยนตร์ แทนที่จะเป็นภาพนิ่งของส่วนเล็ก ๆ ของท้องฟ้า ซึ่งเป็นวิธีการทางดาราศาสตร์แบบดั้งเดิม โดยมันจะสแกนพื้นที่อันกว้างใหญ่ของท้องฟ้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อติดตามการวิวัฒนาการของดวงดาว กาแล็กซี และวัตถุอวกาศอื่น ๆ ตามกาลเวลา ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้นักวิจัยเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของค่าการวัดและวัตถุต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ระบบของหอดูดาว จะแจ้งเตือนนักดาราศาสตร์ทันทีเมื่อเกิดปรากฏการณ์สำคัญ เช่น ดาวฤกษ์ระเบิด (ซูเปอร์โนวา) หรือกรณีที่มีดาวเคราะห์น้อยโคจรผ่านเข้ามาใกล้ หรือกรณีมีวัตถุลึกลับที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้น เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์สามารถติดตามและศึกษาได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ นักวิจัยยังหวังว่าข้อมูลจากรูบินจะช่วยไขปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวาล เช่น การรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสสารมืด (Dark Matter) และพลังงานมืด (Dark Energy) พร้อมทั้งทำการสำรวจและจัดทำ ทะเบียนประชากรของวัตถุอวกาศต่าง ๆ ในระบบสุริยะ และช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นดาวเคราะห์น้อยที่เดินทางมาจากระบบสุริยะอื่นได้มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับระบบสุริยะของเรา

ที่มาข้อมูล : reutersconnect.com

ที่มารูปภาพ : REUTERS / RubinObs/NOIRLab/SLAC/NSF/DOE/AURA

แท็กบทความ