“วิกฤตความร้อน” ทำฮังการีจ่อปิด “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” หลังแม่น้ำดานูบลดต่ำเป็นประวัติการณ์

Share on Line Share on Facebook Share on X
“วิกฤตความร้อน” ทำฮังการีจ่อปิด “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” หลังแม่น้ำดานูบลดต่ำเป็นประวัติการณ์

สำนักข่าวต่างประเทศ เอเอฟพี (AFP) รายงานว่า ฮังการีเตรียมปิดทำการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวของประเทศในสัปดาห์หน้า เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำดานูบ (Danube) ลดต่ำลงอย่างวิกฤต ตามการเปิดเผยของ นายกรัฐมนตรี เปเตอร์ มาจยาร์ (Peter Magyar) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ภูมิภาคยุโรปกลางกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนระลอกใหม่อย่างหนักหน่วง

สรุปข่าว

วิกฤตคลื่นความร้อนและความแห้งแล้งอย่างหนักในภูมิภาคยุโรปกลาง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบลดต่ำลงจนทำสถิติ นำไปสู่การตัดสินใจเตรียมสั่งปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปักช์ (Paks) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าหลักกว่า 40% ของฮังการี เนื่องจากไม่มีน้ำเพียงพอในการระบายความร้อนเตาปฏิกรณ์

สำนักข่าวต่างประเทศ เอเอฟพี (AFP) รายงานว่า ฮังการีเตรียมปิดทำการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพียงแห่งเดียวของประเทศในสัปดาห์หน้า เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำดานูบ (Danube) ลดต่ำลงอย่างวิกฤต ตามการเปิดเผยของ นายกรัฐมนตรี เปเตอร์ มาจยาร์ (Peter Magyar) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่ภูมิภาคยุโรปกลางกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนระลอกใหม่อย่างหนักหน่วง

คลื่นความร้อนส่งผลกระทบยาว

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเมืองปักช์ (Paks) ทางตอนใต้ของกรุงบูดาเปสต์ (Budapest) เมืองหลวงของประเทศฮังการี ถือเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าสำคัญซึ่งคิดเป็นเกือบร้อยละ 40 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในฮังการี 

โดยผู้ให้บริการโรงไฟฟ้าซึ่งใช้เตาปฏิกรณ์เทคโนโลยี ยุคโซเวียตจำนวน 4 เครื่อง และต้องใช้น้ำจากแม่น้ำดานูบในการระบายความร้อน ได้ออกมาเตือนก่อนหน้านี้ว่า การปิดระบบ จะกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากสถานการณ์คลื่นความร้อนที่รุนแรง

โรมาเนียก็โดนด้วย

นายกรัฐมนตรีฮังการีระบุระหว่างการแถลงข่าว ณ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าว ซึ่งได้เริ่มลดกำลังการผลิตลงแล้วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า สาเหตุหลักของการปิดโรงงาน มาจากระดับน้ำในแม่น้ำดานูบที่ลดต่ำลงทำสถิติในบางจุด อันเป็นผลมาจากภาวะฝนแล้งสะสมยาวนานและคลื่นความร้อนที่เข้าถล่มอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งก่อนหน้านี้ โรมาเนียก็ได้สั่งปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไปแล้ว 1 เครื่องด้วยเหตุผลเดียวกัน และประกาศเตรียมปิดเครื่องที่สองตามมา

ผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ส่งผลให้หลายประเทศต้องออกมาราชการและมาตรการฉุกเฉิน โดยรัฐบาลฮังการีได้ขอความร่วมมือภาคธุรกิจให้ลดการใช้ไฟฟ้า พร้อมสั่งห้ามจุดไฟในที่โล่ง และสั่งปิดไฟประดับตามอาคารของรัฐเพื่อประหยัดพลังงาน

ลามไปจนถึงสโลวาเกียและสโลวีเนีย

สำหรับประเทศเพื่อนบ้านทางตอนเหนืออย่างสโลวาเกีย ทางการท้องถิ่นในกรุงบราติสลาวา (Bratislava)  ได้จัดตั้งจุดคลายร้อนกว่า 30 แห่ง ที่มีห้องปรับอากาศและน้ำดื่มให้บริการ 

ส่วนในประเทศสโลวีเนีย (Slovenia) นักพยากรณ์อากาศเตือนว่าพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในระดับสูงมาก จนทางการต้องสั่งห้ามกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟ ขณะที่นักภูมิอากาศวิทยา ชี้ว่าคลื่นความร้อนครั้งนี้มีความพิเศษเนื่องจากระยะเวลาที่ยาวนาน ไม่ใช่แค่เรื่องอุณหภูมิที่สูงขึ้นเท่านั้น 

นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญทางทะเลคาดว่าอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งเอเดรียติกของสโลเวเนีย อาจทำลายสถิติสูงสุดเดิมที่ 30.4 องศาเซลเซียส เมื่อปี 2010 อีกด้วย

ส่วนออสเตรีย มีการบันทึกสถิติอุณหภูมิเดือนกรกฎาคมที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาที่ 40.3 องศาเซลเซียส ในเมือง วีเซลบวร์ก (Wieselburg) ทางตะวันตกของกรุงเวียนนา โดยสำนักปรมาณูและอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ (GeoSphere Austria) ระบุว่าประเทศกำลังเผชิญกับภาวะภัยแล้งขั้นรุนแรง โดยปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ต้นปีต่ำกว่าระดับปกติถึงเกือบร้อยละ 30

ที่มาข้อมูล : news.afp.com

ที่มารูปภาพ : ATTILA KISBENEDEK / AFP