“ความปกติใหม่” ที่น่ากลัว! ฮังการีเผชิญร้อนจัด–ฝนน้อย ผลผลิตเสียหายหนัก

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ความปกติใหม่” ที่น่ากลัว! ฮังการีเผชิญร้อนจัด–ฝนน้อย ผลผลิตเสียหายหนัก

“ฮังการี” กำลังเผชิญวิกฤตภัยแล้งครั้งใหญ่ หลังคลื่นความร้อนปกคลุมประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก นักเศรษฐศาสตร์ด้านการเกษตรเตือนว่า ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในไร่นา แต่จะลุกลามไปถึงภาคปศุสัตว์ อุตสาหกรรมแปรรูป และห่วงโซ่อาหารทั้งหมด สะท้อนความท้าทายของยุโรปที่ต้องรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นับตั้งแต่ต้นฤดูร้อนปีนี้ ฮังการีเผชิญทั้งอุณหภูมิสูงและภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า อุณหภูมิในบางพื้นที่อาจสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภาคเกษตรได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง คาดว่ามูลค่าความเสียหายจะอยู่ที่ 470,000–500,000 ล้านฟอรินต์ หรือประมาณ 1.48–1.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สรุปข่าว

“ฮังการี” เผชิญภัยแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรง อุณหภูมิอาจทะลุ 40°C ส่งผลให้ภาคเกษตรเสียหาย คาดมูลค่าความเสียหายสูงถึง 470,000–500,000 ล้านฟอรินต์ (ราว 1.48–1.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยผลผลิตข้าวสาลีลดลงอย่างชัดเจน จากปกติ ราว 880–960 กิโลกรัมต่อไร่ เหลือเพียง 640–800 กิโลกรัมต่อไร่ เนื่องจากฝนตกน้อยและดินขาดความชุ่มชื้น นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า ผลกระทบไม่ได้จำกัดแค่ภาคเกษตร แต่จะลุกลามไปถึงภาคปศุสัตว์ อุตสาหกรรมแปรรูป และห่วงโซ่อาหารทั้งหมด เนื่องจากสภาพอากาศสุดขั้วกำลังกลายเป็น "ความปกติใหม่" ของฮังการี

“ฮังการี” กำลังเผชิญวิกฤตภัยแล้งครั้งใหญ่ หลังคลื่นความร้อนปกคลุมประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก นักเศรษฐศาสตร์ด้านการเกษตรเตือนว่า ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่แค่ในไร่นา แต่จะลุกลามไปถึงภาคปศุสัตว์ อุตสาหกรรมแปรรูป และห่วงโซ่อาหารทั้งหมด สะท้อนความท้าทายของยุโรปที่ต้องรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นับตั้งแต่ต้นฤดูร้อนปีนี้ ฮังการีเผชิญทั้งอุณหภูมิสูงและภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า อุณหภูมิในบางพื้นที่อาจสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภาคเกษตรได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง คาดว่ามูลค่าความเสียหายจะอยู่ที่ 470,000–500,000 ล้านฟอรินต์ หรือประมาณ 1.48–1.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เดวิด ฮอลโลซี นักเศรษฐศาสตร์ด้านการเกษตรของฮังการี กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา คลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงฤดูร้อนกลายเป็นเรื่องปกติของประเทศ โดยมีฝนตกน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความชื้นในดินลดลงอย่างมาก

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือผลผลิตข้าวสาลีเฉลี่ยของฮังการีลดลงเหลือเพียง 640–800 กิโลกรัมต่อไร่ จากปกติที่ควรได้ประมาณ 880–960 กิโลกรัมต่อไร่สะท้อนว่าพืชผลได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งและร้อนจัด

ฮอลโลซีอธิบายว่า แม้ฮังการีจะเคยมีฤดูร้อนที่ร้อนและแห้งแล้งในอดีต แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สภาพอากาศลักษณะนี้ได้กลายเป็น "ภาวะปกติใหม่" (New Normal) นอกจากนี้ ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ดินจากแม่น้ำและหิมะละลายในช่วงฤดูหนาวก็ลดลง ส่งผลให้ดินขาดความชุ่มชื้นอย่างรุนแรง แม้แต่ในชั้นดินลึก

ข้อมูลการติดตามสภาพดินพบว่า ปัจจุบันดินของฮังการีขาดน้ำประมาณ 140–170 ลิตรต่อตารางเมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโพด ธัญพืช องุ่น และผลไม้ต่าง ๆ

เมื่อผลผลิตทางการเกษตรลดลง วัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหารก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้ผลกระทบขยายวงกว้างไปยังภาคปศุสัตว์ โรงงานแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมอาหารทั้งหมด ซึ่งอาจนำไปสู่ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว

ภัยแล้งและคลื่นความร้อนที่รุนแรงในฮังการีกำลังสร้างความเสียหายมหาศาลต่อภาคเกษตร โดยความเสียหายประเมินสูงถึง 1.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นักวิชาการเตือนว่า สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 กำลังกลายเป็นความปกติใหม่ และผลกระทบจะลุกลามไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่ไร่นาไปจนถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters