
วันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยแผนการที่จะเดินหน้าอนุมัติการขายเครื่องยนต์ไอพ่น F110 ให้กับตุรกี ซึ่งรายงานระบุว่าเป็นข้อตกลงที่มีมูลค่ากว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 23,380 ล้านบาท
สรุปข่าว
วันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยแผนการที่จะเดินหน้าอนุมัติการขายเครื่องยนต์ไอพ่น F110 ให้กับตุรกี ซึ่งรายงานระบุว่าเป็นข้อตกลงที่มีมูลค่ากว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 23,380 ล้านบาท
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และตุรกี
การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในพัฒนาการเชิงบวกที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ด้านกลาโหมระหว่างสหรัฐฯ และตุรกี นับตั้งแต่ตุรกีถูกขับออกจากโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 เมื่อปี 2019
ก่อนการเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ในเดือนกรกฎาคม 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับประธานาธิบดีทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี โดยทรัมป์กล่าวชื่นชมว่าแอร์โดอันเป็นสมาชิกที่แข็งแกร่งของนาโต และเขาน่าจะทำบางสิ่งที่จะทำให้ประธานาธิบดีตุรกีมีความสุขมาก
นอกจากนี้ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้กล่าวเสริมว่า พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และทีมงาน กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนความเป็นไปได้ที่ตุรกีจะสามารถกลับมาเป็นผู้รับเครื่องบินรบ F-35 ได้หรือไม่ โดยต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าการดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายอเมริกัน
ความสำคัญของเครื่องยนต์ F110 ต่อเครื่องบินรบ Kaan
เครื่องยนต์ F110 เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนที่ผลิตโดยบริษัทของสหรัฐฯ เครื่องยนต์รุ่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ TF Kaan ซึ่งเป็นโครงการเรือธงและเป็นความภาคภูมิใจของอุตสาหกรรมการบินตุรกี โดยเครื่องบินต้นแบบลำแรกเพิ่งทำการบินไปเมื่อต้นปี 2024
โครงการ Kaan มีรายงานว่าต้องการเครื่องยนต์ F110 ล็อตแรกจำนวน 80 เครื่อง โดยตุรกีมีแผนที่จะสร้างเครื่องบินต้นแบบช่วงก่อนการผลิตจำนวน 3 ลำ และเข้าสู่สายพานการผลิตจริงอีกจำนวน 250 ลำ นอกจากจะใช้ในกองทัพอากาศตุรกีแล้ว Kaan ยังมีศักยภาพในการส่งออกสูงมาก โดยมีรายงานว่าอินโดนีเซียได้ลงนามสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นนี้จำนวน 48 ลำไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
การผลักดันข้อตกลงฝ่าด่านสภาคองเกรส
แม้จะมีเสียงคัดค้านจากสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วน โดยเฉพาะความพยายามขัดขวางข้อตกลงการขายเครื่องยนต์จาก สส. เกรกอรี มีกส์ (Gregory Weldon Meeks) แกนนำพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร แต่สื่ออย่าง Wall Street Journal คาดการณ์ว่า รัฐบาลทรัมป์จะใช้อำนาจของฝ่ายบริหารเพื่อลบล้างการคัดค้านดังกล่าว และคาดว่าข้อตกลงนี้จะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า
F-35 และระบบ S-400 คู่ปรับที่ปล่อยความลับรั่วไหลไม่ได้
ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ กับตุรกีขัดแย้งอย่างรุนแรงหลังจากตุรกีสั่งซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 จากรัสเซีย ทำให้สหรัฐฯ ลงดาบด้วยการตัดตุรกีออกจากโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 ในปี 2019 นอกเหนือจากเรื่อง S-400 สหรัฐฯ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่แย่ลงระหว่างตุรกีกับกรีซ, ความสัมพันธ์กับรัสเซียและอาเซอร์ไบจาน, บทบาทในสงครามกลางเมืองซีเรีย, ปัญหาสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการที่ตุรกีเคยพยายามขัดขวางสวีเดนในการเข้าร่วมนาโต
นอกจากนี้ ตามกฎหมายของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ตุรกีจะไม่สามารถกลับเข้าร่วมโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 ได้ หากยังคงครอบครองระบบ S-400 ของรัสเซียอยู่
ในระหว่างที่เผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรเครื่องบิน F-35 และความล่าช้าในการอนุมัติขายเครื่องบิน F-16 ตุรกีได้หาทางออกเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บในระยะสั้น ด้วยการลงนามซื้อเครื่องบินรบ Eurofighter Typhoon จำนวน 20 ลำเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ควบคู่ไปกับการทุ่มงบประมาณพัฒนาโดรนรบขั้นสูง เช่น โดรนล่องหน ANKA-3 และโดรนรบทรงเครื่องบินขับไล่อย่าง Bayraktar Kizilelma เพื่อนำมาใช้ปฏิบัติภารกิจร่วมกับเครื่องบินรบแบบมีนักบิน
การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในการอนุมัติเครื่องยนต์ F110 ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้โครงการเครื่องบินรบ Kaan สามารถเดินหน้าต่อไปได้ และอาจเป็นก้าวแรกแห่งการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ปูทางไปสู่การให้ตุรกีกลับเข้าสู่โครงการ F-35 ได้ในอนาคต
- Dolby Atmos พลิกประสบการณ์เสียง สู่มิติใหม่แห่งความบันเทิงและการเล่นเกม
- อวสานคลิปสั้น AI Slop ? เมื่อ YouTube เปิดให้ผู้ใช้ตั้งค่าความยาวคลิปวิดีโอสั้นในหน้าฟีด
- เปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S26 Series
- เปิดตัว Samsung Galaxy S26 Ultra สมาร์ตโฟน AI รุ่นเรือธงใหม่ล่าสุด
- เลื่อนปล่อยภารกิจ Ax-4 หลังพบการรั่วของออกซิเจนเหลว (LOx) ขณะตรวจสอบระบบ
