
ฝันของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่จะเปลี่ยน เทสลา (Tesla) ให้เป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีไร้คนขับ กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อการขยายบริการโรโบแท็กซี่ (Robotaxi) ในรัฐเท็กซัส กลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด
สรุปข่าว
ฝันของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ที่จะเปลี่ยน เทสลา (Tesla) ให้เป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีไร้คนขับ กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อการขยายบริการโรโบแท็กซี่ (Robotaxi) ในรัฐเท็กซัส กลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด
จากการทดสอบล่าสุดโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) พบว่าบริการดังกล่าวยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ เพราะถึงแม้มัสก์ จะเคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วว่า โรโบแท็กซี่ จะครอบคลุมประชากรครึ่งหนึ่งของสหรัฐฯ ภายในสิ้นปี 2025 แต่ในความเป็นจริง บริการนี้ยังคงจำกัดอยู่ในเพียง 3 เมืองของเท็กซัส ได้แก่ ดัลลัส ฮิวสตัน และออสติน
จากการทดสอบของผู้สื่อข่าวพบว่า ผู้ใช้บริการต้องเผชิญกับการรอรถที่นานกว่า 30 นาที และบ่อยครั้งที่ไม่มีรถว่างให้บริการ โดยในกรณีหนึ่งที่เมืองดัลลัส การเดินทางที่ปกติใช้เวลาเพียง 20 นาที กลับบานปลายเกือบ 2 ชั่วโมง เนื่องจากปัญหาด้านการนำทางและความพร้อมของรถ
ปัญหานี้อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการตลาดของ Tesla ที่สูงถึง 1,600,000 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 51 ล้านล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ว่า บริษัทจะสามารถส่งกองทัพรถไร้คนขับออกสู่ถนนได้ในเร็ววัน
ทั้งนี้ มัสก์ ยืนยันเสมอว่าเทคโนโลยีของเขาใช้งานได้ทุกที่ และมักวิจารณ์คู่แข่งอย่าง เวย์โม (Waymo) ของบริษัทอัลฟาเบท (Alphabet) ว่าใช้แนวทางที่ล่าช้าเกินไป จากการต้องทำแผนที่ความละเอียดสูงและทดสอบอย่างเข้มข้นก่อนเริ่มงาน
อย่างไรก็ตาม รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกเผยให้เห็นว่า การขยายตัวของโรโบแท็กซี่นั้นช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ซึ่งมัสก์ให้เหตุผลว่าบริษัทต้องใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้น เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
รอยเตอร์อ้างอิงถึงข้อมูลจากตำรวจที่ระบุว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว Tesla รายงานเหตุรถโรโบแท็กซี่ชนในเมืองออสติน ต่อหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางถึง 15 ครั้ง แต่บริษัทได้ร้องขอให้เก็บรายละเอียดของเหตุการณ์เหล่านี้ไว้เป็นความลับ
นอกจากนี้ ตำรวจในเมืองออสตินยังแสดงความกังวลอย่างมาก หลังพบรถ Tesla ขับเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งทางบริษัทอ้างว่าเป็นการโปรแกรมเพื่อให้รถไหลไปตามกระแสจราจรได้ปลอดภัยกว่า แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าพวกเขาไม่มีทางสนับสนุนการโปรแกรมรถให้ทำผิดกฎหมายจราจร
ขณะที่กลุ่มนักศึกษาในพื้นที่กังวลว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาแย่งงานคนขับรถ รวมถึงความสงสัยในความสามารถของ AI ในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าบนท้องถนนได้ดีกว่าหุ่นยนต์ที่ทำตามแค่ชุดคำสั่ง
ปัจจุบัน Tesla มีรถให้บริการในออสตินเพียงประมาณ 50 คัน ซึ่งน้อยกว่า Waymo ของ Alphabet ที่มีรถวิ่งอยู่กว่า 250 คัน และที่สำคัญคือรถโรโบแท็กซี่ของ Tesla ส่วนใหญ่ ยังจำเป็นต้องมีมนุษย์นั่งควบคุม เพื่อความปลอดภัย
- SEC และ อีลอน มัสก์ บรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทคดีซื้อทวิตเตอร์ ยอมจ่ายค่าปรับ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 49 ล้านบาท
- Tesla Semi คันแรกออกจากสายการผลิตจำนวนมากเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
- SpaceX ทุ่ม 1.9 ล้านล้านบาท ลุยซื้อ Cursor เสริมแกร่ง AI เขียนโค้ด สู้ศึกเทคโลก
- Tesla กำไรสูงกว่าคาดใน Q1/69 ขานรับกำไรธุรกิจยานยนต์โต
- EyeDAR คืออะไร ? เทคโนโลยีใหม่เซนเซอร์เรดาร์ ช่วยรถยนต์ไร้คนขับฉลาดขึ้น
ที่มาข้อมูล : reutersconnect.com
ที่มารูปภาพ : Reuters
