Nuro ได้ไฟเขียวทดสอบ Lucid Gravity ไร้คนขับในแคลิฟอร์เนีย

Share on Line Share on Facebook Share on X
Nuro ได้ไฟเขียวทดสอบ Lucid Gravity ไร้คนขับในแคลิฟอร์เนีย

บริษัท Nuro ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจาก Uber ได้รับใบอนุญาตฉบับปรับปรุงใหม่จากกรมยานยนต์ (DMV) ในการทดสอบแท็กซี่ไร้คนขับรุ่น Lucid Gravity บนถนนในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับแผนการใหญ่ของ Uber ที่ตั้งเป้าจะนำรถยนต์ไร้คนขับจำนวน 100,000 คัน มาให้บริการในสหรัฐอเมริกา โดยในจำนวนนี้จะเป็นรถที่ใช้เทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Nuro มากถึง 35,000 คัน

ความสำเร็จดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยโฆษกของบริษัท Nuro ระบุว่าทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะสามารถเริ่มทดสอบระบบอัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบได้ภายในปีนี้ 

สรุปข่าว

บริษัท Nuro ได้รับใบอนุญาตใหม่จาก DMV สหรัฐฯ ให้ทดสอบแท็กซี่ไร้คนขับ Lucid Gravity แบบไม่มีมนุษย์อยู่หลังพวงมาลัยบนถนนจริงในรัฐแคลิฟอร์เนีย ถือเป็นก้าวสำคัญของแผน Uber ที่ตั้งเป้านำรถไร้คนขับกว่า 100,000 คันมาให้บริการในสหรัฐฯ รถรุ่นดังกล่าวมาพร้อมระบบ LiDAR กล้อง และเรดาร์รอบคัน รองรับการขับอัตโนมัติเต็มรูปแบบ โดย Uber ยังอัดเงินลงทุนเพิ่มกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 16,165 ล้านบาท เพื่อเร่งผลักดันบริการ Robotaxi เชิงพาณิชย์ในอนาคต

บริษัท Nuro ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจาก Uber ได้รับใบอนุญาตฉบับปรับปรุงใหม่จากกรมยานยนต์ (DMV) ในการทดสอบแท็กซี่ไร้คนขับรุ่น Lucid Gravity บนถนนในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับแผนการใหญ่ของ Uber ที่ตั้งเป้าจะนำรถยนต์ไร้คนขับจำนวน 100,000 คัน มาให้บริการในสหรัฐอเมริกา โดยในจำนวนนี้จะเป็นรถที่ใช้เทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Nuro มากถึง 35,000 คัน

ความสำเร็จดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยโฆษกของบริษัท Nuro ระบุว่าทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะสามารถเริ่มทดสอบระบบอัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบได้ภายในปีนี้ 

ก่อนหน้านี้ การทดสอบรถยนต์ไฟฟ้า Lucid Gravity ในโหมดขับขี่อัตโนมัติของ Uber และ Nuro ยังคงต้องมีคนขับเพื่อควบคุมความปลอดภัย และจำกัดการให้บริการเฉพาะกลุ่มพนักงานของ Uber เท่านั้น

แต่สำหรับใบอนุญาตใหม่นี้ บริษัทจะสามารถทดสอบรถยนต์แบบไร้คนขับได้อย่างแท้จริง แบบที่ไม่มีคนขับเป็นมนุษย์ในห้องโดยสาร ภายใต้เงื่อนไขต้องใช้ความเร็วได้สูงสุดถึง 45 ไมล์ต่อชั่วโมง ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ครอบคลุมพื้นที่เขตซานตาคลาราและซานมาเตโอ

นอกจากในสหรัฐอเมริกาแล้ว Nuro ยังมีการนำแท็กซี่ไร้คนขับ Lucid ไปทดสอบในกรุงโตเกียว โดยมีคนขับสำรองคอยดูแลความปลอดภัยด้วยเช่นกัน แท็กซี่ไร้คนขับรุ่นนี้ได้ถูกเปิดตัวดีไซน์ไปเมื่องาน CES 2026 ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าสามแถวรุ่น Lucid Gravity

ตัวรถอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งระบบเซ็นเซอร์หลายตัว กล้องความละเอียดสูง เซ็นเซอร์ LiDAR เรดาร์ รวมถึงมีจอแสดงผล LED บนหลังคารถ โดยภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหรา  ผู้โดยสารสามารถควบคุมเบาะนั่งปรับอุณหภูมิได้ด้วยตัวเอง

ปัจจุบัน Nuro ถือเป็นผู้เล่นรายสำคัญในวงการยานยนต์ไร้คนขับที่ได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA, Toyota และ Uber โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งได้รับใบอนุญาตจัดส่งสินค้าไร้คนขับด้วยรถหุ่นยนต์ R3 Nuro Robot มาแล้วเช่นกัน

โดยการแถลงผลประกอบการล่าสุดของบริษัท Lucid มีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวบริการแท็กซี่ไร้คนขับภายในปีนี้ 

นอกจากนี้ Uber ยังได้อัดฉีดเงินทุนเพิ่มให้กับบริษัทสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 16,165 ล้านบาท และขยายยอดคำสั่งซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นจาก 20,000 คัน เป็น 35,000 คัน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะสามารถเริ่มให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้จริง ทั้ง Nuro และ Uber ยังคงต้องดำเนินการขอใบอนุญาตสำหรับการให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน และใบอนุญาตการใช้งานจากกรมการขนส่งทางบกเพิ่มเติมให้เรียบร้อยเสียก่อน 

ที่มาข้อมูล : Engadget, Nuro, Uber

ที่มารูปภาพ : Engadget, Nuro, Uber

แท็กบทความ