วิจัย 55 ปีชี้ชัด อายุยืน 100 ปี ไร้สูตรลับ แค่ปรับพฤติกรรม

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิจัย 55 ปีชี้ชัด อายุยืน 100 ปี ไร้สูตรลับ แค่ปรับพฤติกรรม

นักวิทยาศาสตร์ตั้งคำถามมายาวนานว่าหากอยากมนุษย์มีชีวิตยืนยาวถึง 100 ปี จำเป็นต้องมีเคล็ดลับหรือสูตรสำเร็จที่ทำได้จริงหรือไม่ แต่ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดกลับให้คำตอบที่แตกต่างออกไป โดยระบุว่า การมีอายุยืนไม่ได้เกิดจากอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ยาวิเศษ หรือยีนเพียงตัวเดียว หากแต่เป็นผลลัพธ์ของการสะสมปัจจัยเล็ก ๆ หลายด้านตลอดช่วงชีวิต ทั้งพันธุกรรม การใช้ชีวิต สุขภาพจิต และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ 

สรุปข่าว

ผลวิจัยกว่า 55 ปีชี้คนอายุยืน 100 ปีไม่ได้มาจากยีนหรือยาวิเศษ แต่เกิดจากพฤติกรรมสะสม ทั้งการกินพืช ออกกำลังกาย สุขภาพจิตดี และสังคมแข็งแรง แม้พันธุกรรมจะมีผล แต่การปรับวิถีชีวิตตั้งแต่วันนี้คือหัวใจสำคัญที่ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

นักวิทยาศาสตร์ตั้งคำถามมายาวนานว่าหากอยากมนุษย์มีชีวิตยืนยาวถึง 100 ปี จำเป็นต้องมีเคล็ดลับหรือสูตรสำเร็จที่ทำได้จริงหรือไม่ แต่ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดกลับให้คำตอบที่แตกต่างออกไป โดยระบุว่า การมีอายุยืนไม่ได้เกิดจากอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ยาวิเศษ หรือยีนเพียงตัวเดียว หากแต่เป็นผลลัพธ์ของการสะสมปัจจัยเล็ก ๆ หลายด้านตลอดช่วงชีวิต ทั้งพันธุกรรม การใช้ชีวิต สุขภาพจิต และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ 

งานวิจัยเกี่ยวกับผู้มีอายุ 100 ปี


งานวิจัยดังกล่าวนำโดย ไชม่า อิบราฮิม (Shaima Ibrahim) นักเภสัชวิทยาจาก มหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งไคโร (American University in Cairo) ประเทศอียิปต์ ซึ่งทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับผู้มีอายุ 100 ปี (Centenarians) และผู้มีอายุเกิน 110 ปี (Supercentenarians) จำนวน 124 ฉบับ ครอบคลุมระยะเวลานานกว่า 55 ปี ก่อนเผยแพร่ผลการศึกษาในวารสาร Discover Public Health เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสรุปว่า อายุขัยที่ยืนยาวเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของปัจจัยจำนวนมาก ไม่ใช่ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงลำพัง

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีอายุยืนเป็นพิเศษมักมีความแตกต่างในระดับเซลล์เมื่อเทียบกับคนทั่วไป โดยเฉพาะระบบซ่อมแซมสารพันธุกรรมหรือ DNA ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า เซลล์มีไมโทคอนเดรียซึ่งทำหน้าที่สร้างพลังงานแข็งแรงกว่า สามารถควบคุมการอักเสบในร่างกายได้ดี และมีระบบเผาผลาญที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวข้องกับวัยชรา นอกจากนี้ยังพบว่าหลายคนสามารถรักษาสมรรถภาพทางสมองและการทำงานของร่างกายไว้ได้ดีแม้อายุเพิ่มขึ้น

ในด้านพันธุกรรม นักวิจัยยืนยันว่าไม่มียีนอายุยืน เพียงตัวเดียวที่กำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ แต่การมีอายุยืนเกิดจากการทำงานร่วมกันของยีนหลายตำแหน่ง หรือที่เรียกว่า Polygenic ซึ่งแต่ละยีนอาจส่งผลเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับมีอิทธิพลต่ออายุขัยอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม พันธุกรรมไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เพราะวิถีชีวิตยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกคนสามารถปรับเปลี่ยนได้ งานวิจัยพบว่าผู้มีอายุเกิน 100 ปีในหลายประเทศมักมีพฤติกรรมคล้ายกัน ได้แก่ รับประทานอาหารที่เน้นพืชเป็นหลัก เคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินหรือทำสวน ไม่สูบบุหรี่ และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับครอบครัวหรือชุมชนรอบตัว

นอกจากสุขภาพกายแล้ว สุขภาพใจก็มีบทบาทไม่แพ้กัน นักวิจัยพบว่ากลุ่มคนอายุยืนมักมีความยืดหยุ่นทางจิตใจ สามารถรับมือกับความเครียดและความเปลี่ยนแปลงได้ดี รวมทั้งมีระดับความวิตกกังวลต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งช่วยลดผลกระทบของความเครียดเรื้อรังที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การมีอายุถึง 100 ปีไม่ได้หมายความว่าจะไม่เคยเจ็บป่วย 

นักวิจัยแบ่งคนกลุ่มนี้ออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ กลุ่มที่แทบไม่เผชิญโรคเรื้อรังสำคัญเลย กลุ่มที่เริ่มป่วยช้ากว่าคนทั่วไปมาก หรือเกิดภาวะที่เรียกว่า "การบีบอัดระยะเวลาการเจ็บป่วย" ซึ่งหมายถึงป่วยในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนเสียชีวิต และกลุ่มที่แม้จะเป็นโรคตั้งแต่อายุยังน้อย แต่สามารถควบคุมอาการและใช้ชีวิตร่วมกับโรคได้อย่างมีคุณภาพเป็นเวลาหลายสิบปี

แม้ผลการศึกษาจะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยของการมีอายุยืน แต่คณะวิจัยยอมรับว่ายังมีข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากเป็นการศึกษาจากผู้ที่มีชีวิตรอดมาถึงอายุ 100 ปีเท่านั้น จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกับผู้ที่มีพันธุกรรมหรือวิถีชีวิตคล้ายกันแต่เสียชีวิตก่อนวัยได้ ทำให้ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างเด็ดขาดว่าปัจจัยต่าง ๆ เป็นสาเหตุโดยตรงของการมีอายุยืน หรือเป็นเพียงลักษณะที่พบร่วมกันในกลุ่มผู้มีอายุยืนเท่านั้น นักวิจัยจึงเสนอว่า ในอนาคตควรมีการศึกษาระยะยาวเพิ่มเติมเพื่อแยกแยะให้ชัดเจนว่า ปัจจัยใดส่งผลต่อการมีอายุยืนอย่างแท้จริง 

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนส่วนใหญ่ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังคงชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้พันธุกรรมจะมีบทบาทมากขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยชราขั้นสูง แต่สิ่งที่กำหนดสุขภาพและอายุขัยของคนส่วนใหญ่ยังคงเป็นพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่สะสมมาตลอดชีวิต 

ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ ดูแลสุขภาพจิต และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ยังคงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพ 

ที่มาข้อมูล : sciencealert, springer, Discover Public Health

ที่มารูปภาพ : sciencealert, springer, Discover Public Health