
วันที่ 4 กันยายน 2569 นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย แถลงความคืบหน้าการดำเนินโครงการจ้างเหมาเอกชนขึ้นทะเบียนและผลิตใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว หรือ e-WorkPermit ที่โรงแรมดิ เอเมอรัลด์ กรุงเทพฯ พร้อมชี้แจงการดำเนินงาน ปริมาณการให้บริการ และการติดตามค่าจ้างตามโครงการ
นายชัยรัตน์เปิดเผยว่า ฟิวร์เจอร์ สกาย เริ่มให้บริการขึ้นทะเบียนและออกบัตรให้คนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าวผ่านระบบ e-WorkPermit ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569 โดยตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย สามารถออกบัตรได้ประมาณ 1.6 ล้านใบ และนำส่งเงินจากค่าธรรมเนียมการออกบัตรให้กรมการจัดหางานประมาณ 3,800 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างติดตามค่าจ้างจากการดำเนินโครงการ ซึ่งนายชัยรัตน์ระบุว่ามีมูลค่าสะสมประมาณ 715 ล้านบาท และได้ติดตามหารือกับกรมการจัดหางานมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดำเนินการตามช่องทางกฎหมายเพื่อขอให้มีการพิจารณาประเด็นค่าจ้างดังกล่าว
เสนอปรับบริการรองรับปริมาณคำขอ
สำหรับการดำเนินงาน e-WorkPermit นายชัยรัตน์ระบุว่า ปริมาณคำขอที่เกิดขึ้นจริงในบางช่วงสูงกว่าตัวเลขประมาณการตามข้อกำหนดของโครงการ ทำให้บริษัทต้องปรับกำลังบุคลากรและกระบวนการทำงานเพื่อรองรับผู้ใช้บริการ
ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย ข้อกำหนดกำหนดปริมาณการตรวจเอกสารประมาณ 6,000 ชุดต่อวัน และให้ดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่บริษัทพบว่าในบางช่วงมีเอกสารมากกว่า 10,000 ชุดต่อวัน และบางวันมีจำนวนสูงกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องเพิ่มบุคลากรและจัดการทำงานล่วงเวลาเพื่อรองรับปริมาณคำขอ
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า หลังการตรวจเอกสารของผู้รับจ้างแล้ว คำขอยังมีขั้นตอนการพิจารณาตามกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบางกรณีใช้เวลาหลายเดือน จึงเสนอให้ทุกฝ่ายร่วมกันพิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายจ้างและแรงงานต่างด้าว
สรุปข่าว
วันที่ 4 กันยายน 2569 นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย แถลงความคืบหน้าการดำเนินโครงการจ้างเหมาเอกชนขึ้นทะเบียนและผลิตใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว หรือ e-WorkPermit ที่โรงแรมดิ เอเมอรัลด์ กรุงเทพฯ พร้อมชี้แจงการดำเนินงาน ปริมาณการให้บริการ และการติดตามค่าจ้างตามโครงการ
นายชัยรัตน์เปิดเผยว่า ฟิวร์เจอร์ สกาย เริ่มให้บริการขึ้นทะเบียนและออกบัตรให้คนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าวผ่านระบบ e-WorkPermit ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569 โดยตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย สามารถออกบัตรได้ประมาณ 1.6 ล้านใบ และนำส่งเงินจากค่าธรรมเนียมการออกบัตรให้กรมการจัดหางานประมาณ 3,800 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างติดตามค่าจ้างจากการดำเนินโครงการ ซึ่งนายชัยรัตน์ระบุว่ามีมูลค่าสะสมประมาณ 715 ล้านบาท และได้ติดตามหารือกับกรมการจัดหางานมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งดำเนินการตามช่องทางกฎหมายเพื่อขอให้มีการพิจารณาประเด็นค่าจ้างดังกล่าว
เสนอปรับบริการรองรับปริมาณคำขอ
สำหรับการดำเนินงาน e-WorkPermit นายชัยรัตน์ระบุว่า ปริมาณคำขอที่เกิดขึ้นจริงในบางช่วงสูงกว่าตัวเลขประมาณการตามข้อกำหนดของโครงการ ทำให้บริษัทต้องปรับกำลังบุคลากรและกระบวนการทำงานเพื่อรองรับผู้ใช้บริการ
ตามข้อมูลที่บริษัทเปิดเผย ข้อกำหนดกำหนดปริมาณการตรวจเอกสารประมาณ 6,000 ชุดต่อวัน และให้ดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่บริษัทพบว่าในบางช่วงมีเอกสารมากกว่า 10,000 ชุดต่อวัน และบางวันมีจำนวนสูงกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องเพิ่มบุคลากรและจัดการทำงานล่วงเวลาเพื่อรองรับปริมาณคำขอ
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า หลังการตรวจเอกสารของผู้รับจ้างแล้ว คำขอยังมีขั้นตอนการพิจารณาตามกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบางกรณีใช้เวลาหลายเดือน จึงเสนอให้ทุกฝ่ายร่วมกันพิจารณาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายจ้างและแรงงานต่างด้าว
เสนอเพิ่มจุดบริการในพื้นที่แรงงานกระจุกตัว
ฟิวร์เจอร์ สกาย ยังเสนอแนวทางเพิ่มจุดให้บริการในพื้นที่ที่มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก เช่น สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร เพื่อกระจายปริมาณผู้ใช้บริการและเพิ่มความคล่องตัวในการออกบัตร
นายชัยรัตน์ระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการเปิดศูนย์บริการเฉพาะกิจที่ศูนย์การค้าหลักสี่พลาซ่า ซึ่งตามข้อมูลของบริษัทสามารถผลิตบัตรได้ไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 ใบ และบริษัทได้เสนอแนวทางเพิ่มจุดบริการในลักษณะดังกล่าวเพื่อรองรับพื้นที่ที่มีความต้องการสูง โดยอยู่ภายใต้การพิจารณาและขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ยืนยันเดินหน้าระบบ e-WorkPermit
นายชัยรัตน์ระบุอีกว่า บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งด้านบุคลากร การทำงานล่วงเวลาและการบริหารระบบ แต่ยังยืนยันเดินหน้าการให้บริการ เพื่อให้กระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวสามารถดำเนินต่อเนื่อง
บริษัทมองว่า e-WorkPermit เป็นระบบที่ช่วยรวมกระบวนการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ช่องทางดิจิทัล ซึ่งสามารถสนับสนุนการตรวจสอบข้อมูลและลดขั้นตอนการดำเนินงาน โดยแรงงานต่างด้าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายภาคส่วน ตั้งแต่ภาคครัวเรือน ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม
ภายหลังการแถลงข่าว นายชัยรัตน์ พร้อมที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายและคณะพนักงาน เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อขอให้พิจารณาและติดตามความคืบหน้าประเด็นค่าจ้างที่บริษัทระบุว่ามีมูลค่าประมาณ 715 ล้านบาท
ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้าง 715 ล้านบาท ปริมาณการออกบัตร ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย และรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินโครงการข้างต้น เป็นข้อมูลที่กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย เปิดเผยในการแถลงข่าว โดยข้อมูลต้นฉบับที่ได้รับ ไม่ได้มีคำชี้แจงจากกรมการจัดหางานต่อประเด็นดังกล่าว จึงควรรอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการนำเสนอให้ครบถ้วนทุกด้าน
ไทม์ไลน์สำคัญ
13 ตุลาคม 2568 ฟิวร์เจอร์ สกาย เริ่มดำเนินงานผ่านระบบ e-WorkPermit
สิงหาคม 2569 บริษัทระบุว่าออกบัตรสะสมประมาณ 1.6 ล้านใบ และนำส่งค่าธรรมเนียมประมาณ 3,800 ล้านบาท
4 กันยายน 2569 แถลงความคืบหน้าโครงการ พร้อมระบุอยู่ระหว่างติดตามค่าจ้างประมาณ 715 ล้านบาท ก่อนยื่นหนังสือต่อกรมการจัดหางาน





- คลองถมเซ็นเตอร์หลังเพลิงสงบ กทม.เร่งช่วย 300 แผงค้า
- ทำความรู้จัก “คลองถมเซ็นเตอร์” ศูนย์รวมอะไหล่และอิเล็กทรอนิกส์คู่ย่านวรจักร
- เปิดคลิปนาทีระทึก ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เพลิงลามชั้นลอย
- ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เพลิงลามชั้นลอย เจ้าหน้าที่เร่งควบคุม
- นักวิชาการเตือน กทม.เสี่ยงน้ำท่วมหนักปี 2593 จี้เร่งทำแผนแม่บทรับมือ
