นายจ้างขาดคน คนหางานไม่ได้! เจาะลึกวิกฤต Skill Mismatch ที่รัฐต้องเร่งแก้

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายจ้างขาดคน คนหางานไม่ได้! เจาะลึกวิกฤต Skill Mismatch ที่รัฐต้องเร่งแก้

ไทยมีงาน แต่คนยังหางานไม่ได้ เพราะ "ทักษะไม่ตรงกับงาน"

ปัญหาตลาดแรงงานไทยในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการขาดตำแหน่งงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัญหา Skill Mismatch หรือภาวะที่ทักษะของแรงงานไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากยังหาแรงงานที่ตรงความต้องการไม่ได้ ขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนไม่น้อยยังคงว่างงาน

ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม "ไทยมีงานทำ" ของกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีตำแหน่งงานว่างสะสมกว่า 311,983 อัตรา ขณะที่มีบัณฑิตจบใหม่ระดับปริญญาตรีมากกว่า 25,000 คน อยู่ระหว่างการหางาน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของตลาดแรงงานไทยที่ต้องเร่งเชื่อมโยง "คน" กับ "งาน" ให้สอดคล้องกันมากขึ้น

คนว่างงานส่วนใหญ่เป็นบัณฑิตจบใหม่

ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน โดยอยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี และส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นไป

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การพัฒนาทักษะของแรงงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่ กลายเป็นภารกิจสำคัญของทุกภาคส่วน

สรุปข่าว

ตลาดแรงงานไทยยังเผชิญปัญหา Skill Mismatch แม้มีตำแหน่งงานว่างกว่า 311,983 อัตรา แต่บัณฑิตจบใหม่กว่า 25,000 คนยังหางานไม่ได้ รัฐบาลเร่งจับมือเอกชนพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการตลาด พร้อมผลักดันโครงการ "60 ยังแจ๋ว" เปิดโอกาสผู้สูงอายุกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน

ไทยมีงาน แต่คนยังหางานไม่ได้ เพราะ "ทักษะไม่ตรงกับงาน"

ปัญหาตลาดแรงงานไทยในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการขาดตำแหน่งงานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัญหา Skill Mismatch หรือภาวะที่ทักษะของแรงงานไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากยังหาแรงงานที่ตรงความต้องการไม่ได้ ขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนไม่น้อยยังคงว่างงาน

ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม "ไทยมีงานทำ" ของกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีตำแหน่งงานว่างสะสมกว่า 311,983 อัตรา ขณะที่มีบัณฑิตจบใหม่ระดับปริญญาตรีมากกว่า 25,000 คน อยู่ระหว่างการหางาน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความท้าทายของตลาดแรงงานไทยที่ต้องเร่งเชื่อมโยง "คน" กับ "งาน" ให้สอดคล้องกันมากขึ้น

คนว่างงานส่วนใหญ่เป็นบัณฑิตจบใหม่

ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ผู้ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน โดยอยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี และส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นไป

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การพัฒนาทักษะของแรงงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่ กลายเป็นภารกิจสำคัญของทุกภาคส่วน

รัฐบาลเร่งแก้เกม ปั้นคนให้ตรงกับงาน

รัฐบาลเดินหน้าปรับแนวทางการพัฒนาแรงงาน โดยมุ่งเน้นให้การแก้ปัญหาการว่างงานเริ่มจากการทำให้แรงงานมีทักษะตรงกับความต้องการของนายจ้าง ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนตำแหน่งงานเท่านั้น

เป้าหมายสำคัญคือการยกระดับทักษะแรงงานไทยให้พร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างงานที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

อีกทั้งยังผลักดันแนวคิดใหม่ จากเดิมที่ "เรียนก่อนแล้วค่อยหางาน" ไปสู่การกำหนดเป้าหมายอาชีพก่อน แล้วจึงพัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการของตลาด

จับมือเอกชน 35 บริษัท ออกแบบหลักสูตรใหม่

กระทรวงแรงงานได้ร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำ 35 บริษัท เพื่อสำรวจว่าตลาดต้องการแรงงานประเภทใด และต้องมีทักษะด้านใดบ้าง

จากนั้นภาครัฐจะนำข้อมูลดังกล่าวมาพัฒนาหลักสูตร Upskill และ Reskill ให้ตรงกับความต้องการจริง พร้อมใช้แพลตฟอร์ม ไทยมีงานทำ เป็นฐานข้อมูลกลาง เชื่อมโยงตำแหน่งงาน ทักษะที่ต้องการ และหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อให้การจับคู่ระหว่างนายจ้างกับผู้หางานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มบัณฑิตจบใหม่

เปิดโอกาสผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปกลับมาทำงาน

นอกจากการดูแลแรงงานรุ่นใหม่แล้ว รัฐบาลยังเดินหน้ารองรับสังคมสูงวัย ผ่านโครงการ "60 ยังแจ๋ว" ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมกิจการผู้สูงอายุ และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

โครงการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุอายุ 60-70 ปี นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกลับมาสร้างรายได้อีกครั้ง โดยครอบคลุมการดำเนินงาน 4 ด้าน ได้แก่

  • ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ
  • พัฒนาทักษะอาชีพ
  • ส่งเสริมกิจกรรมด้านสุขภาพ
  • เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของผู้สูงอายุภายในแม็คโครและโลตัส

มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย พร้อมช่วยเพิ่มกำลังแรงงานให้ภาคธุรกิจในช่วงที่ประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มลดลง

WEF ชี้ โลกกำลังต้องการแรงงานทักษะใหม่

รายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum (WEF) ระบุว่า ภายในปี 2573

  • งานทั่วโลกประมาณ 22% จะเปลี่ยนแปลงจาก AI ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัล
  • งานเดิมจะหายไปประมาณ 92 ล้านตำแหน่ง
  • ขณะที่จะเกิดงานใหม่ราว 170 ล้านตำแหน่ง
  • ส่งผลให้มีงานเพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 78 ล้านตำแหน่ง

นอกจากนี้ WEF ยังประเมินว่า เกือบ 40% ของทักษะที่แรงงานใช้อยู่ในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี และนายจ้างทั่วโลกมากกว่า 60% มองว่าการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะ เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ

ยกระดับแรงงานไทย รองรับการลงทุนแห่งอนาคต

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและ AI ซึ่งคุณภาพของแรงงานถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนหรือโครงสร้างพื้นฐาน

การแก้ปัญหา Skill Mismatch จึงเป็นทั้งการลดปัญหาการว่างงาน และการเตรียมกำลังคนให้พร้อมรองรับการลงทุนมูลค่าสูง เพิ่มผลิตภาพแรงงาน และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์