
รัฐบาลเดินหน้าขยายตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกระทรวงแรงงานไทยและรัฐบาลอิตาลีได้หารือเพื่อผลักดันความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศ เปิดทางให้แรงงานไทยเข้าถึงโอกาสการจ้างงานในยุโรปมากขึ้น ท่ามกลางความต้องการแรงงานต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในหลายภาคส่วน
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือทวิภาคีกับ นางมารินา เอลวีรา กัลเดโรเน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคมของสาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILC) สมัยที่ 114 ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านแรงงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือ คือ การที่รัฐบาลอิตาลีบรรจุประเทศไทยไว้ในร่างกฎหมายแรงงานต่างชาติ หรือ Flows Decree ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปิดรับแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย ส่งผลให้แรงงานไทยมีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานอิตาลีในภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ทั้งในรูปแบบแรงงานตามฤดูกาลและแรงงานทั่วไป
สรุปข่าว
รัฐบาลเดินหน้าขยายตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกระทรวงแรงงานไทยและรัฐบาลอิตาลีได้หารือเพื่อผลักดันความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างสองประเทศ เปิดทางให้แรงงานไทยเข้าถึงโอกาสการจ้างงานในยุโรปมากขึ้น ท่ามกลางความต้องการแรงงานต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในหลายภาคส่วน
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้หารือทวิภาคีกับ นางมารินา เอลวีรา กัลเดโรเน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคมของสาธารณรัฐอิตาลี ระหว่างการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILC) สมัยที่ 114 ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านแรงงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการหารือ คือ การที่รัฐบาลอิตาลีบรรจุประเทศไทยไว้ในร่างกฎหมายแรงงานต่างชาติ หรือ Flows Decree ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปิดรับแรงงานต่างชาติอย่างถูกกฎหมาย ส่งผลให้แรงงานไทยมีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานอิตาลีในภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ ทั้งในรูปแบบแรงงานตามฤดูกาลและแรงงานทั่วไป
ก่อนหน้านี้ กระทรวงแรงงานไทยและเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยได้หารือร่วมกัน โดยฝ่ายอิตาลีแสดงความสนใจรับแรงงานไทยจำนวน 20,000-30,000 คนต่อปี ในสาขาที่กำลังขาดแคลนแรงงาน ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ภาคสาธารณสุข และภาคบริการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Decreto Flussi 2026-2028 ที่กำหนดโควตารับแรงงานจากประเทศนอกสหภาพยุโรปรวมมากกว่า 500,000 อัตรา
รัฐบาลไทยจึงได้ขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคมของอิตาลี เพื่อเร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านแรงงานระหว่างสองประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเป็นช่องทางจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการหลอกลวงของนายหน้าเถื่อน และเพิ่มการคุ้มครองสิทธิแรงงาน สวัสดิการ รวมถึงสภาพการจ้างงานตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องขยายความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาอาชีวศึกษาและศูนย์ฝึกแรงงานร่วม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านระบบบำนาญชราภาพ การคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการครอบครัว และการส่งเสริมโอกาสให้แรงงานไทยเข้าสู่ตลาดแรงงานยุโรปมากขึ้น
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ การศึกษารูปแบบการศึกษาเชิงเทคนิคและระบบการศึกษาทวิภาคีของอิตาลี ซึ่งเชื่อมโยงการเรียนรู้ในสถานศึกษากับการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ เพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ รวมถึงการแลกเปลี่ยนแนวทางด้านความปลอดภัยในการทำงาน และแนวคิด “สิทธิในการตัดการเชื่อมต่อ” หรือ Right to Disconnect ที่คุ้มครองลูกจ้างจากการถูกติดต่อหรือมอบหมายงานนอกเวลาทำงาน
รัฐบาลมองว่า หากการจัดทำ MOU แล้วเสร็จตามเป้าหมาย อิตาลีจะกลายเป็นอีกหนึ่งตลาดแรงงานสำคัญของไทยในยุโรป โดยเฉพาะในภาคเกษตร สุขภาพ และบริการ ซึ่งกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานในหลายพื้นที่ พร้อมช่วยเพิ่มรายได้และโอกาสการทำงานให้กับแรงงานไทยในระยะยาว
- นายกฯ หญิงอิตาลีตะลึง ทรัมป์แต่งเรื่องออกทีวี อ้างเธออ้อนขอถ่ายรูปที่ G7
- รัฐบาลเร่งพัฒนาทักษะแรงงาน ตั้งเป้า 4 ปี สร้างเศรษฐกิจงานดี
- อิตาลีขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงต่ออีก 1 เดือน
- ผู้นำอิตาลีถกพันธมิตรยุโรป ตรียมมาตรการคุมราคาน้ำมัน จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
- แรงงานไทยยังปลอดภัย กางแผน 4 ระดับรับมือวิกฤตสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
บรรณาธิการออนไลน์
