คลองถมเซ็นเตอร์หลังเพลิงสงบ กทม.เร่งช่วย 300 แผงค้า

Share on Line Share on Facebook Share on X
คลองถมเซ็นเตอร์หลังเพลิงสงบ กทม.เร่งช่วย 300 แผงค้า

จากภารกิจดับเพลิงตลอดทั้งคืน สู่ภารกิจสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือผู้ประกอบการ เป็นสถานการณ์ล่าสุดที่ “คลองถมเซ็นเตอร์” ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หลังเหตุเพลิงไหม้ที่เริ่มขึ้นช่วงค่ำวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในช่วงเช้าวันถัดมา

เช้าวันที่ 29 สิงหาคม พื้นที่โดยรอบไม่ได้มีเปลวเพลิงรุนแรงเหมือนช่วงกลางคืนแล้ว แต่ภายในอาคารยังพบควันและความร้อนจากจุดที่คุกรุ่น เจ้าหน้าที่จึงยังต้องฉีดน้ำเพื่อลดอุณหภูมิและป้องกันการปะทุขึ้นอีกครั้ง พร้อมจำกัดการเข้าถึงตัวอาคาร เนื่องจากโครงสร้างบางส่วนได้รับความเสียหายจากความร้อน

ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครเริ่มเดินหน้าภารกิจอีกด้าน คือการสำรวจผลกระทบต่อผู้ค้าและนำผู้ประสบภัยเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือโดยเร็ว

จาก 20.42 น. ถึง 05.32 น. ภารกิจควบคุมเพลิงตลอดคืน

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 20.42 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2569 หลังได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที

การปฏิบัติงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง เนื่องจากภายในอาคารมีร้านค้าและสินค้าอยู่จำนวนมาก โดยข้อมูลเบื้องต้นจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า จุดเริ่มต้นของเพลิงคาดว่าอยู่บริเวณชั้น 1 แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ยังไม่สามารถสรุปได้

เวลาประมาณ 23.20 น. สถานการณ์เริ่มสงบลง แต่ในช่วงใกล้เที่ยงคืนเกิดการปะทุขึ้นอีก เจ้าหน้าที่จึงต้องกลับมาระดมฉีดน้ำควบคุมพื้นที่ต่อเนื่อง

กระทั่งเวลา 05.32 น. วันที่ 29 สิงหาคม จึงสามารถควบคุมเพลิงได้ หลังปฏิบัติงานต่อเนื่องตลอดทั้งคืน

อย่างไรก็ตาม ภารกิจยังไม่สิ้นสุด เพราะช่วงเช้ายังคงพบควันสีขาวลอยออกมาจากอาคาร เจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงจุดต่าง ๆ เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายใน

ห่วงโครงสร้างหลังรับความร้อนนานหลายชั่วโมง

สภาพตัวอาคารกลายเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังหลังเพลิงสงบ โดยนายชัชชาติระบุว่า อาคารมีส่วนประกอบของโครงสร้างเหล็ก ซึ่งเมื่อได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานานอาจสูญเสียกำลังได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าหลังคาและโครงสร้างบางส่วนเกิดการทรุดตัว เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นบริเวณใกล้อาคาร และยังไม่เปิดให้ผู้ประกอบการหรือประชาชนทั่วไปกลับเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สิน

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีจุดคุกรุ่นอยู่ใต้ซากโครงสร้างบางส่วน ทำให้การฉีดน้ำจากภายนอกเข้าถึงได้ไม่เต็มที่ กรุงเทพมหานครจึงต้องหารือกับวิศวกรเพื่อพิจารณาวิธีเปิดทางเข้าไปจัดการพื้นที่อย่างปลอดภัย รวมถึงแนวทางการใช้รถแบคโฮเข้าช่วยดำเนินงาน

สรุปข่าว

คลองถมเซ็นเตอร์เข้าสู่ภารกิจฟื้นฟู หลังเพลิงไหม้ตั้งแต่ 20.42 น. วันที่ 28 ส.ค. ก่อนควบคุมได้ 05.32 น. วันที่ 29 ส.ค. ไม่มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ 11 คน ผู้ค้ากระทบราว 100 ราย ประมาณ 300 แผง กทม.เร่งตรวจโครงสร้าง คุณภาพอากาศ และเปิดช่องทางช่วยเหลือผู้ประสบภัย

จากภารกิจดับเพลิงตลอดทั้งคืน สู่ภารกิจสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือผู้ประกอบการ เป็นสถานการณ์ล่าสุดที่ “คลองถมเซ็นเตอร์” ถนนวรจักร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หลังเหตุเพลิงไหม้ที่เริ่มขึ้นช่วงค่ำวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในช่วงเช้าวันถัดมา

เช้าวันที่ 29 สิงหาคม พื้นที่โดยรอบไม่ได้มีเปลวเพลิงรุนแรงเหมือนช่วงกลางคืนแล้ว แต่ภายในอาคารยังพบควันและความร้อนจากจุดที่คุกรุ่น เจ้าหน้าที่จึงยังต้องฉีดน้ำเพื่อลดอุณหภูมิและป้องกันการปะทุขึ้นอีกครั้ง พร้อมจำกัดการเข้าถึงตัวอาคาร เนื่องจากโครงสร้างบางส่วนได้รับความเสียหายจากความร้อน

ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครเริ่มเดินหน้าภารกิจอีกด้าน คือการสำรวจผลกระทบต่อผู้ค้าและนำผู้ประสบภัยเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือโดยเร็ว

จาก 20.42 น. ถึง 05.32 น. ภารกิจควบคุมเพลิงตลอดคืน

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 20.42 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2569 หลังได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที

การปฏิบัติงานต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง เนื่องจากภายในอาคารมีร้านค้าและสินค้าอยู่จำนวนมาก โดยข้อมูลเบื้องต้นจากนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า จุดเริ่มต้นของเพลิงคาดว่าอยู่บริเวณชั้น 1 แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ยังไม่สามารถสรุปได้

เวลาประมาณ 23.20 น. สถานการณ์เริ่มสงบลง แต่ในช่วงใกล้เที่ยงคืนเกิดการปะทุขึ้นอีก เจ้าหน้าที่จึงต้องกลับมาระดมฉีดน้ำควบคุมพื้นที่ต่อเนื่อง

กระทั่งเวลา 05.32 น. วันที่ 29 สิงหาคม จึงสามารถควบคุมเพลิงได้ หลังปฏิบัติงานต่อเนื่องตลอดทั้งคืน

อย่างไรก็ตาม ภารกิจยังไม่สิ้นสุด เพราะช่วงเช้ายังคงพบควันสีขาวลอยออกมาจากอาคาร เจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงจุดต่าง ๆ เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายใน

ห่วงโครงสร้างหลังรับความร้อนนานหลายชั่วโมง

สภาพตัวอาคารกลายเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังหลังเพลิงสงบ โดยนายชัชชาติระบุว่า อาคารมีส่วนประกอบของโครงสร้างเหล็ก ซึ่งเมื่อได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานานอาจสูญเสียกำลังได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าหลังคาและโครงสร้างบางส่วนเกิดการทรุดตัว เจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นบริเวณใกล้อาคาร และยังไม่เปิดให้ผู้ประกอบการหรือประชาชนทั่วไปกลับเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สิน

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีจุดคุกรุ่นอยู่ใต้ซากโครงสร้างบางส่วน ทำให้การฉีดน้ำจากภายนอกเข้าถึงได้ไม่เต็มที่ กรุงเทพมหานครจึงต้องหารือกับวิศวกรเพื่อพิจารณาวิธีเปิดทางเข้าไปจัดการพื้นที่อย่างปลอดภัย รวมถึงแนวทางการใช้รถแบคโฮเข้าช่วยดำเนินงาน

ผู้บาดเจ็บ 11 คน ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 11 คน

ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต 1 คน ซึ่งเป็นอาสาดับเพลิงที่ได้รับผลกระทบจากการสำลักควัน ผู้ป่วยฉุกเฉินกึ่งวิกฤต 1 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 9 คน

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเดินทางไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลกลาง

จากภารกิจดับไฟ สู่การดูแลผู้ค้าราว 100 ราย

หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย การช่วยเหลือผู้ประกอบการเป็นอีกภารกิจที่หน่วยงานในพื้นที่เร่งดำเนินการ

การสำรวจเบื้องต้นพบผู้ประกอบการได้รับผลกระทบราว 100 ราย คิดเป็นพื้นที่ร้านค้าประมาณ 300 แผง

ความเสียหายยังขยายไปถึงอาคารพาณิชย์ใกล้เคียงประมาณ 2-3 คูหา โดยเฉพาะพื้นที่ชั้น 3 และชั้น 4 ส่วนรถยนต์ที่จอดอยู่ภายในอาคารยังไม่สามารถระบุจำนวนความเสียหายที่แน่นอนได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านความปลอดภัยในการเข้าพื้นที่

ตัวเลขทั้งหมดจึงยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น และต้องรอการสำรวจหลังวิศวกรประเมินว่าเจ้าหน้าที่สามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

ควันยังเป็นอีกภารกิจหลังเพลิงสงบ

แม้เปลวเพลิงจะถูกควบคุม แต่ผลกระทบจากควันยังต้องติดตามต่อ โดยช่วงเช้าพบทั้งกลุ่มควันและกลิ่นไหม้ในบริเวณโดยรอบ

ข้อมูลจากกรุงเทพมหานครระบุว่า กระแสลมพัดควันไปทางทิศใต้ในแนวฝั่งวัดสระเกศ และอาจครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2-3 กิโลเมตร

กทม. จึงนำเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศเข้าตรวจสอบ พร้อมขอความร่วมมือผู้ที่ไม่มีภารกิจเกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ ขณะที่ถนนวรจักรบริเวณด้านหน้าอาคารสามารถกลับมาใช้สัญจรได้

เปิดช่องทางให้ผู้ค้าเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ

สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายเปิดรับคำร้องจากผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีผู้ประกอบการเข้ามาแจ้งความประสงค์เบื้องต้นแล้วประมาณ 70 ราย

ผู้ยื่นคำร้องต้องเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สัญญาเช่าพื้นที่ และบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจ ซึ่งระบุรายละเอียดทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย พร้อมภาพถ่ายประกอบ

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00-16.00 น. เปิดรับคำร้องที่บริเวณศาลา วัดพระพิเรนทร์

ส่วนตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เวลา 08.00-16.00 น. ผู้ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

หลังตรวจรับคำร้อง สำนักงานเขตจะออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย และดำเนินขั้นตอนนัดหมายเพื่อรับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของกรุงเทพมหานคร สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ฝ่ายปกครอง โทร. 0 2281 6117

ขณะเดียวกัน กทม. ได้ประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาลเข้าดูแลพื้นที่และทรัพย์สินของผู้ประกอบการ หลังได้รับรายงานว่ามีบุคคลเข้าไปนำทรัพย์สินออกจากบริเวณเกิดเหตุในช่วงสถานการณ์ชุลมุน

ยังไม่สรุปสาเหตุ รอพิสูจน์หลักฐานตรวจพื้นที่

อีกขั้นตอนสำคัญคือการหาสาเหตุของเพลิงไหม้ โดยข้อมูลว่าจุดเริ่มต้นของเพลิงอาจอยู่บริเวณชั้น 1 ยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปถึงสาเหตุของเหตุการณ์

ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะต้องเข้าตรวจสถานที่ เก็บวัตถุพยาน และตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ก่อนมีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ

หลังผ่านภารกิจควบคุมเพลิงตลอดคืน การทำงานของกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเปลี่ยนเข้าสู่การดูแลหลายด้านพร้อมกัน ทั้งความมั่นคงของโครงสร้าง การป้องกันการปะทุซ้ำ คุณภาพอากาศ การสำรวจทรัพย์สิน ตลอดจนการนำผู้ค้าประมาณ 100 รายเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ เพื่อให้พื้นที่และผู้ได้รับผลกระทบสามารถเดินหน้าสู่ขั้นตอนฟื้นฟูต่อไป

ไทม์ไลน์เหตุคลองถมเซ็นเตอร์

28 สิงหาคม 2569 เวลา 20.42 น. เริ่มรับแจ้งเหตุเพลิงไหม้

เวลา 23.20 น. สถานการณ์เพลิงเริ่มสงบ

ช่วงประมาณเที่ยงคืน เพลิงเกิดการปะทุขึ้นอีกครั้ง

29 สิงหาคม เวลา 05.32 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้

ช่วงเช้า ฉีดน้ำลดอุณหภูมิ ตรวจโครงสร้างและเฝ้าระวังควัน

29 สิงหาคม 08.00-16.00 น. เปิดรับคำร้องผู้ประสบภัยที่วัดพระพิเรนทร์

ตั้งแต่ 30 สิงหาคม รับคำร้องต่อที่สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

บรรณาธิการออนไลน์