อนุทิน ชูโมเดล “Skill Bridge” เชื่อม Credit Bank เปิดทางแรงงานไทยเติบโตยั่งยืน

Share on Line Share on Facebook Share on X
อนุทิน ชูโมเดล “Skill Bridge” เชื่อม Credit Bank เปิดทางแรงงานไทยเติบโตยั่งยืน



วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 10.45 น. ที่ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและกล่าวเปิดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง หรือ 29th ASEAN Labour Ministers Meeting: 29th ALMM and Related Meetings

การประชุมจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาทุนมนุษย์อาเซียน: การรับรองทักษะฝีมือสู่การยอมรับในระดับสากล” โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะแรงงาน และพัฒนาระบบรับรองทักษะที่มีมาตรฐานและได้รับความเชื่อถือในระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงาน การเคลื่อนย้ายแรงงาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาเซียนมีประชากรเกือบ 700 ล้านคน และมีกำลังแรงงานมากกว่า 357 ล้านคน ถือเป็นฐานทุนมนุษย์ขนาดใหญ่ของโลก การพัฒนาประชาชนและทักษะแรงงานจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ภูมิภาคยังมีช่องว่างด้านการเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะ เทคโนโลยี โอกาสสร้างรายได้ สุขภาพ และระบบคุ้มครองทางสังคมที่ต้องร่วมกันแก้ไข

 

สรุปข่าว

นายกฯ อนุทิน เปิดประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 ชูฐานแรงงานอาเซียนกว่า 357 ล้านคน เร่งพัฒนาทักษะดิจิทัล AI และทักษะสีเขียว พร้อมเดินหน้า Skill Bridge เชื่อมการเรียนรู้กับงานจริง ผ่าน Credit Bank และ RPL ผลักดันมาตรฐานทักษะให้ได้รับการยอมรับข้ามประเทศ



วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 10.45 น. ที่ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและกล่าวเปิดการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง หรือ 29th ASEAN Labour Ministers Meeting: 29th ALMM and Related Meetings

การประชุมจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การพัฒนาทุนมนุษย์อาเซียน: การรับรองทักษะฝีมือสู่การยอมรับในระดับสากล” โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะแรงงาน และพัฒนาระบบรับรองทักษะที่มีมาตรฐานและได้รับความเชื่อถือในระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงาน การเคลื่อนย้ายแรงงาน และขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค

นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาเซียนมีประชากรเกือบ 700 ล้านคน และมีกำลังแรงงานมากกว่า 357 ล้านคน ถือเป็นฐานทุนมนุษย์ขนาดใหญ่ของโลก การพัฒนาประชาชนและทักษะแรงงานจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ภูมิภาคยังมีช่องว่างด้านการเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะ เทคโนโลยี โอกาสสร้างรายได้ สุขภาพ และระบบคุ้มครองทางสังคมที่ต้องร่วมกันแก้ไข

 

AI-เศรษฐกิจสีเขียว เปลี่ยนความต้องการแรงงาน

นายอนุทินกล่าวว่า เทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ขณะที่เศรษฐกิจเดินหน้าเข้าสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และหลายประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ตลาดแรงงานต้องการทักษะใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งทักษะดิจิทัล ทักษะด้าน AI ทักษะสีเขียว และทักษะสำหรับเศรษฐกิจภาคการดูแล

ระบบรับรองทักษะจึงมีบทบาทสำคัญในการทำให้ความสามารถของแรงงานได้รับการยอมรับ โดยคุณวุฒิและทักษะที่แรงงานได้รับจากประเทศสมาชิกอาเซียนควรสามารถนำไปต่อยอดโอกาสการทำงานในประเทศอื่น ทั้งภายในและนอกภูมิภาค สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต และช่วยให้แรงงานเข้าถึงงานและรายได้ที่ดีขึ้น

ไทยเดินหน้า “Skill Bridge” เชื่อมทักษะสู่งานจริง

สำหรับประเทศไทย รัฐบาลอยู่ระหว่างพัฒนามาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ หรือ Skill Bridge เพื่อเชื่อมโยงความรู้และทักษะที่ประชาชนสะสมตลอดชีวิตเข้ากับการทำงานและโอกาสสร้างรายได้

แนวทางสำคัญประกอบด้วยระบบธนาคารหน่วยกิต หรือ Credit Bank และการรับรองประสบการณ์และการเรียนรู้เดิม หรือ Recognition of Prior Learning: RPL เพื่อให้ความรู้และทักษะที่ประชาชนได้รับจากสถานศึกษา การทำงาน หรือประสบการณ์ สามารถได้รับการรับรองและนำไปต่อยอดสู่อาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม

รัฐบาลตั้งเป้าให้แรงงานทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงการยกระดับทักษะและการพัฒนาทักษะใหม่ มีโอกาสทำงานที่มีคุณค่า พร้อมสร้างรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงขยายโอกาสไปถึงแรงงานนอกระบบและกลุ่มที่อาจเข้าไม่ถึงการพัฒนาทักษะในระบบปกติ

ผลักดัน 3 เสาหลักมาตรฐานทักษะอาเซียน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศหุ้นส่วน เพื่อพัฒนาคุณวุฒิและทักษะให้สามารถเทียบเคียงและได้รับการยอมรับข้ามพรมแดน พร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปสู่ความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม

“การทำงานร่วมกันจะช่วยให้อาเซียนยกระดับมาตรฐานทักษะ สร้างโอกาสที่มากขึ้นให้แก่ประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของภูมิภาค” นายกรัฐมนตรีกล่าว


สำหรับการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน เป็นกลไกความร่วมมือระดับรัฐมนตรีด้านแรงงานของภูมิภาค จัดขึ้นทุก 2 ปี โดยครั้งที่ 29 ประเทศไทย โดยกระทรวงแรงงาน เป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 23-28 สิงหาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ

การประชุมครั้งนี้มุ่งผลักดัน 3 เสาหลัก ได้แก่

  1. การรับรองหลักสูตรฝึกอบรมทักษะอาเซียน

  2. การรับรองมาตรฐานทักษะอาเซียน

  3. การรับรองศูนย์ความเป็นเลิศอาเซียน

มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 350 คน จากประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจาอาเซียนบวกสาม ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมถึงเลขาธิการอาเซียนและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ โดยไทยมุ่งใช้เวทีดังกล่าวขยายความร่วมมือด้านทุนมนุษย์ เพื่อรองรับโครงสร้างตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงและเพิ่มโอกาสให้ทักษะของแรงงานอาเซียนได้รับการยอมรับในระดับสากล

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ