ยกระดับบุคลากร EV ไทย! เปิดศูนย์เทคโนโลยีการคมนาคมไทย–จีน เติมทักษะแรงงานรองรับตลาดยานยนต์ไฟฟ้า

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยกระดับบุคลากร EV ไทย! เปิดศูนย์เทคโนโลยีการคมนาคมไทย–จีน เติมทักษะแรงงานรองรับตลาดยานยนต์ไฟฟ้า

การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทำให้ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง แบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า การตรวจสอบข้อขัดข้อง ตลอดจนบริการหลังการขาย ซึ่งกลายเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของการสร้างระบบนิเวศ EV ให้ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการพัฒนากำลังคน

หนึ่งในความร่วมมือที่มุ่งตอบโจทย์ดังกล่าว คือ การเปิด “ศูนย์สถานีเทคโนโลยีการคมนาคมไทย–จีน” (Thailand–China Transportation Technology Station) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกอบรมยานยนต์ไฟฟ้า RMUTI–CHELOVE EV Training Center มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง GAC AION Thailand มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) วิทยาลัยเทคนิคการคมนาคมเทียนจิน (Tianjin Transportation Technical College) ศูนย์นวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านการขนส่งอย่างยั่งยืนระดับโลก (GSTIKC) และสมาคมนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษาและเทคโนโลยีจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับยานยนต์พลังงานใหม่

พัฒนาคน เติมกำลังสำคัญให้อุตสาหกรรม EV ไทย

ศูนย์สถานีเทคโนโลยีการคมนาคมไทย–จีน ถูกวางบทบาทให้เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและจีน เชื่อมโยงสถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานสนับสนุน เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตร ถ่ายทอดเทคโนโลยี และเพิ่มทักษะให้แก่ครูผู้สอน นักศึกษา ช่างเทคนิค และบุคลากรด้านบริการหลังการขาย

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมทักษะที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานในอุตสาหกรรม EV ตั้งแต่ความรู้ด้านระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ระบบแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า การตรวจสอบและบำรุงรักษา ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อขัดข้อง ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้ทางทฤษฎี มาตรฐานความปลอดภัย และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง

Mr. Ryan Zhang ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขายและหัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้า GAC AION Thailand ระบุว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่จำเป็นต้องเดินควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร ทั้งด้านทฤษฎี ความปลอดภัย และทักษะปฏิบัติ โดยบริษัทพร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษา เพื่อสร้างกำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศไทย

สรุปข่าว

GAC AION Thailand ร่วมพันธมิตรไทย–จีน เปิดศูนย์สถานีเทคโนโลยีการคมนาคมไทย–จีน ที่ มทร.อีสาน นครราชสีมา พัฒนากำลังคนรองรับ EV มีครูต้นแบบ 5 คน ผู้ผ่านอบรมรุ่นแรก 17 คน พร้อมต่อยอด MOU ด้านหลักสูตร การฝึกงาน วิจัย และเทคโนโลยีอนาคต 5 สาขา

การขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทำให้ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง แบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า การตรวจสอบข้อขัดข้อง ตลอดจนบริการหลังการขาย ซึ่งกลายเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของการสร้างระบบนิเวศ EV ให้ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการพัฒนากำลังคน

หนึ่งในความร่วมมือที่มุ่งตอบโจทย์ดังกล่าว คือ การเปิด “ศูนย์สถานีเทคโนโลยีการคมนาคมไทย–จีน” (Thailand–China Transportation Technology Station) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกอบรมยานยนต์ไฟฟ้า RMUTI–CHELOVE EV Training Center มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง GAC AION Thailand มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) วิทยาลัยเทคนิคการคมนาคมเทียนจิน (Tianjin Transportation Technical College) ศูนย์นวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านการขนส่งอย่างยั่งยืนระดับโลก (GSTIKC) และสมาคมนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคการศึกษาและเทคโนโลยีจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับยานยนต์พลังงานใหม่

พัฒนาคน เติมกำลังสำคัญให้อุตสาหกรรม EV ไทย

ศูนย์สถานีเทคโนโลยีการคมนาคมไทย–จีน ถูกวางบทบาทให้เป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและจีน เชื่อมโยงสถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และหน่วยงานสนับสนุน เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตร ถ่ายทอดเทคโนโลยี และเพิ่มทักษะให้แก่ครูผู้สอน นักศึกษา ช่างเทคนิค และบุคลากรด้านบริการหลังการขาย

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมทักษะที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำงานในอุตสาหกรรม EV ตั้งแต่ความรู้ด้านระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ระบบแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า การตรวจสอบและบำรุงรักษา ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อขัดข้อง ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้ทางทฤษฎี มาตรฐานความปลอดภัย และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง

Mr. Ryan Zhang ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขายและหัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้า GAC AION Thailand ระบุว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่จำเป็นต้องเดินควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร ทั้งด้านทฤษฎี ความปลอดภัย และทักษะปฏิบัติ โดยบริษัทพร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษา เพื่อสร้างกำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศไทย

ครูต้นแบบ 5 คน ผู้ผ่านการอบรมรุ่นแรก 17 คน

อีกหนึ่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของความร่วมมือ คือ การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมยานยนต์พลังงานใหม่ โดยใช้ชุดฝึกปฏิบัติที่พัฒนาจากเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของ GAC เพื่อให้การเรียนรู้สอดคล้องกับการทำงานจริงในภาคอุตสาหกรรม

ภายในพิธีเปิดมีการมอบประกาศนียบัตรให้แก่ ครูผู้สอนต้นแบบ 5 คน ซึ่งจะทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และมาตรฐานความปลอดภัยให้กับผู้เรียนต่อไป พร้อมด้วย ผู้ผ่านการอบรมรุ่นแรก 17 คน ที่ผ่านการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

เนื้อหาการฝึกอบรมครอบคลุมระบบสำคัญของยานยนต์พลังงานใหม่ ได้แก่ ระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ระบบแบตเตอรี่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า การตรวจสอบและบำรุงรักษา รวมถึงการวิเคราะห์ข้อขัดข้อง ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดกับสายงานด้าน EV และบริการหลังการขายได้

ขยายความร่วมมือจาก EV สู่เทคโนโลยีอนาคต 5 สาขา

ความร่วมมือครั้งนี้ยังขยายออกไปมากกว่าการพัฒนาบุคลากรด้านรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ หรือ MOU ภายใต้โครงการ Engineering Practice Innovation Project (EPIP) ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาลัยเทคนิคการคมนาคมเทียนจิน และสมาคมนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งประเทศไทย

กรอบความร่วมมือครอบคลุมการพัฒนาหลักสูตรและมาตรฐานวิชาชีพ การแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักศึกษา การพัฒนาครูผู้สอน การศึกษาดูงาน การฝึกงาน และการวิจัยร่วมใน 5 สาขา ได้แก่

  • เทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่
  • เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data
  • เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตแผงวงจรพิมพ์
  • เทคโนโลยีระบบราง
  • เทคโนโลยีการประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับ

ผู้แทนจาก GSTIKC และ GAC AION Thailand เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการศึกษา เทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรมระหว่างไทยกับจีน

จากรถ EV สู่ “EV Ecosystem” ที่ต้องมีทั้งเทคโนโลยีและบุคลากร

การสร้างระบบนิเวศ EV ในประเทศไทยมีองค์ประกอบมากกว่าการเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนน เพราะการรองรับอุตสาหกรรมในระยะยาวต้องมีบุคลากรที่สามารถติดตั้ง ตรวจสอบ บำรุงรักษา วิเคราะห์ปัญหา และให้บริการเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

การเปิดศูนย์สถานีเทคโนโลยีการคมนาคมไทย–จีน จึงเพิ่มช่องทางในการถ่ายทอดองค์ความรู้จากภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบการศึกษา พร้อมสร้างครูต้นแบบและบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์จากชุดฝึกปฏิบัติจริง

สำหรับ GAC AION Thailand แนวทางต่อจากนี้คือการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และพันธมิตร เพื่อเพิ่มศักยภาพกำลังคนไทยให้สอดคล้องกับทิศทางของเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ และรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตของประเทศไทย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN