
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลผู้รับบริการที่ปรากฏในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” หลังมีประชาชนแจ้งขอให้ตรวจสอบข้อมูล โดยตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานหน่วยบริการทั่วประเทศทวนสอบข้อมูลจากต้นทาง เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับประชาชน
การแถลงความคืบหน้ามี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมชี้แจง
รับแจ้ง 7,164 คน ตรวจสอบกว่า 18,000 รายการ
ดร.นพ.โสภณ เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่รวบรวมในการตรวจสอบ มีประชาชนแจ้งเรื่องเข้ามา 7,164 คน รวมรายการที่ขอให้ตรวจสอบ 18,052 รายการ หรือเฉลี่ยประมาณ 2.5 รายการต่อคน โดยบางรายแจ้งข้อมูลซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง
กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้หน่วยบริการในพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลจากต้นทาง โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม
เมื่อจำแนกหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียน พบว่า 40% เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และอีก 18.8% เป็น รพ.สต.ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้เกือบ 60% ของรายการเกี่ยวข้องกับบริการระดับปฐมภูมิ
อีกประมาณ 24% เป็นโรงพยาบาลชุมชน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในโรงพยาบาลทั่วไปและหน่วยบริการประเภทอื่น
71% เกี่ยวกับคัดกรอง-ส่งเสริมสุขภาพ-ป้องกันโรค
เมื่อพิจารณาประเภทบริการ พบว่า 71% ของคำร้องเกี่ยวข้องกับงานคัดกรอง ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ซึ่งหลายกิจกรรมเป็นบริการเชิงรุกที่ดำเนินการในพื้นที่หรือชุมชน ไม่ได้เกิดจากการเดินทางเข้ารับการรักษาอาการเจ็บป่วยที่โรงพยาบาลโดยตรง
จากรายการที่มีข้อมูลเพียงพอและสามารถตรวจสอบได้จำนวน 16,346 รายการ พบว่าเกือบ 36% เป็นข้อมูลที่ตรงกับข้อมูลจากหน่วยบริการต้นทาง แต่ประชาชนบางส่วนอาจไม่ทราบหรือจำไม่ได้ว่าเคยได้รับบริการดังกล่าว
ตัวอย่างหนึ่งคือช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีการตรวจ PCR เชิงรุกในชุมชน เมื่อประชาชนได้รับการตรวจ ข้อมูลจะถูกบันทึกเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ แม้ผู้รับบริการอาจไม่ได้รับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล
อีกกรณีคือการส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในชุมชน ซึ่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ลงพื้นที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจด้วยตนเอง และมีการบันทึกกิจกรรมเป็นบริการส่งเสริมสุขภาพ แม้กิจกรรมบางประเภทไม่ได้มีการเบิกค่าใช้จ่ายจากกองทุน
เมื่อข้อมูลดังกล่าวปรากฏในแอปหมอพร้อม แต่รายละเอียดไม่ได้ระบุรูปแบบการให้บริการทั้งหมด เช่น เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการถึงบ้านหรือในชุมชน อาจทำให้ผู้ใช้งานเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้
สรุปข่าว
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลผู้รับบริการที่ปรากฏในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” หลังมีประชาชนแจ้งขอให้ตรวจสอบข้อมูล โดยตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานหน่วยบริการทั่วประเทศทวนสอบข้อมูลจากต้นทาง เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับประชาชน
การแถลงความคืบหน้ามี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดร.นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมชี้แจง
รับแจ้ง 7,164 คน ตรวจสอบกว่า 18,000 รายการ
ดร.นพ.โสภณ เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่รวบรวมในการตรวจสอบ มีประชาชนแจ้งเรื่องเข้ามา 7,164 คน รวมรายการที่ขอให้ตรวจสอบ 18,052 รายการ หรือเฉลี่ยประมาณ 2.5 รายการต่อคน โดยบางรายแจ้งข้อมูลซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง
กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้หน่วยบริการในพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลจากต้นทาง โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม
เมื่อจำแนกหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียน พบว่า 40% เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และอีก 18.8% เป็น รพ.สต.ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้เกือบ 60% ของรายการเกี่ยวข้องกับบริการระดับปฐมภูมิ
อีกประมาณ 24% เป็นโรงพยาบาลชุมชน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในโรงพยาบาลทั่วไปและหน่วยบริการประเภทอื่น
71% เกี่ยวกับคัดกรอง-ส่งเสริมสุขภาพ-ป้องกันโรค
เมื่อพิจารณาประเภทบริการ พบว่า 71% ของคำร้องเกี่ยวข้องกับงานคัดกรอง ส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ซึ่งหลายกิจกรรมเป็นบริการเชิงรุกที่ดำเนินการในพื้นที่หรือชุมชน ไม่ได้เกิดจากการเดินทางเข้ารับการรักษาอาการเจ็บป่วยที่โรงพยาบาลโดยตรง
จากรายการที่มีข้อมูลเพียงพอและสามารถตรวจสอบได้จำนวน 16,346 รายการ พบว่าเกือบ 36% เป็นข้อมูลที่ตรงกับข้อมูลจากหน่วยบริการต้นทาง แต่ประชาชนบางส่วนอาจไม่ทราบหรือจำไม่ได้ว่าเคยได้รับบริการดังกล่าว
ตัวอย่างหนึ่งคือช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีการตรวจ PCR เชิงรุกในชุมชน เมื่อประชาชนได้รับการตรวจ ข้อมูลจะถูกบันทึกเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ แม้ผู้รับบริการอาจไม่ได้รับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล
อีกกรณีคือการส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในชุมชน ซึ่งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ลงพื้นที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจด้วยตนเอง และมีการบันทึกกิจกรรมเป็นบริการส่งเสริมสุขภาพ แม้กิจกรรมบางประเภทไม่ได้มีการเบิกค่าใช้จ่ายจากกองทุน
เมื่อข้อมูลดังกล่าวปรากฏในแอปหมอพร้อม แต่รายละเอียดไม่ได้ระบุรูปแบบการให้บริการทั้งหมด เช่น เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการถึงบ้านหรือในชุมชน อาจทำให้ผู้ใช้งานเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้
พบความผิดพลาดจากการบันทึกข้อมูลบางส่วน
ผลตรวจสอบยังพบปัจจัยจากขั้นตอนการทำงานของหน่วยบริการ เช่น การเร่งบันทึกผลงานในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงปลายไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ซึ่งอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการลงข้อมูล
นอกจากนี้ พบกรณีเลือกข้อมูลผู้รับบริการผิด เช่น บุคคลมีชื่อซ้ำกัน คิดเป็นประมาณ 5–7% ขณะที่อีกประมาณ 6% เกี่ยวข้องกับการที่ประชาชนเข้าตรวจสอบหรือทดลองใช้งานระบบด้วยตนเอง เช่น กดแก้ไขข้อมูล หรือแจ้งว่าไม่ต้องการให้ข้อมูลบางส่วนปรากฏในแอปพลิเคชัน
ข้อมูลอาจเกี่ยวข้องเบิกงบประมาณประมาณ 0.3%
สำหรับประเด็นที่มีการตรวจสอบว่าข้อมูลคลาดเคลื่อนอาจเชื่อมโยงกับการเบิกจ่ายงบประมาณหรือไม่ ดร.นพ.โสภณ ระบุว่า พบในสัดส่วนประมาณ 0.3% และยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบรายละเอียด
ในบางกรณีที่พบว่ามีการเบิกจ่ายไปยังหน่วยบริการ ได้ดำเนินการ เรียกเงินคืนเข้าสู่กองทุนแล้ว ขณะที่รายการอื่นยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ก่อนจะพิจารณาว่าเข้าข่ายการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องหรือไม่
กระทรวงสาธารณสุขย้ำว่า กระบวนการตรวจสอบจะดำเนินการจากหน่วยบริการต้นทาง ภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย โดยประชาชนสามารถยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร และหน่วยงานจะดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข พร้อมแจ้งผลกลับเป็นรายบุคคล
สธ.ชี้ข้อมูลรวมกว่า 1,300 ล้านรายการ คลาดเคลื่อนต่ำกว่า 0.01%
จากภาพรวมการตรวจสอบตลอดช่วงประมาณ 7 สัปดาห์ กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ฐานข้อมูลที่สะสมในช่วงหลายปีมีมากกว่า 1,300 ล้านรายการ ขณะที่ข้อมูลที่พบความคลาดเคลื่อนคิดเป็นสัดส่วน ต่ำกว่า 0.01%
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าตรวจสอบรายการที่เหลือ พร้อมแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและปรับปรุงระบบแสดงผลในแอปหมอพร้อมให้มีรายละเอียดชัดเจนขึ้น เพื่อลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและเพิ่มความเชื่อมั่นในการใช้ข้อมูลสุขภาพของประชาชน
- สธ. เผย หมอพร้อม ล่าสุดมี 16,350 คำร้อง เร่งทวนสอบข้อมูลและชี้แจงผู้ร้อง
- สธ.แจงปมข้อมูล "หมอพร้อม" พบเกิดจากบันทึกผิด สั่งสอบทั่วประเทศ
- แอปฯหมอพร้อม ผิดพลาดเร่งสอบ 3 ประเด็นหลัก รู้ผลใน 2 สัปดาห์
- "หมอพร้อม" ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มุ่งตรวจ 3 ปมสำคัญ คาดรู้ผลใน 2 สัปดาห์
- รัฐบาลแจง! สธ. เร่งประสาน รพ. ตรวจสอบ-แก้ไขข้อมูลใน “หมอพร้อม” กรณีไม่ตรงกับการรับบริการจริง
