กอ.รมน. ประณามเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ย้ำละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง

Share on Line Share on Facebook Share on X
กอ.รมน. ประณามเหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี ย้ำละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไร้มนุษยธรรม และไม่คำนึงถึงชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ พร้อมย้ำว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ 5 นาย และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็ก 2 ราย โดย กอ.รมน. ระบุว่า การก่อเหตุในพื้นที่ชุมชนด้วยอาวุธสงคราม ไม่เพียงมุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่ แต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มงวด

สรุปข่าว

กอ.รมน. ประณามเหตุคนร้ายโจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ประชาชนบาดเจ็บ 6 ราย ย้ำเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี และยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและระเบิดไปป์บอมบ์โจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไร้มนุษยธรรม และไม่คำนึงถึงชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ พร้อมย้ำว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ 5 นาย และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็ก 2 ราย โดย กอ.รมน. ระบุว่า การก่อเหตุในพื้นที่ชุมชนด้วยอาวุธสงคราม ไม่เพียงมุ่งโจมตีเจ้าหน้าที่ แต่ยังสร้างความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผอ.รมน.) ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มงวด

ด้านพลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอ.รมน. สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดูแลผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว รวมถึงยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ขณะที่พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. ได้มอบหมายให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ และเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

กอ.รมน. ระบุว่า ภารกิจของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้น การคุกคามต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย จึงถือเป็นการคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชนและสังคมในพื้นที่ด้วย ทั้งยังสอดคล้องกับหลักการพื้นฐานขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

พร้อมกันนี้ กอ.รมน. ย้ำว่า สิทธิมนุษยชนเริ่มต้นจากสิทธิในการมีชีวิตและความปลอดภัยของทุกคน ผู้ที่ใช้ความรุนแรงจนทำให้ประชาชนไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข คือผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่แท้จริง และการก่อเหตุที่มุ่งทำร้ายทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ถือเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

นอกจากนี้ ยังได้สดุดีความเสียสละของกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ทั้ง 5 นาย ที่อุทิศชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประชาชน พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน

กอ.รมน. ยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับกองทัพ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วน เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ และขอความร่วมมือประชาชนร่วมปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ หากพบเบาะแสสามารถแจ้งสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN