นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ บูรณาการ “ทีมจังหวัด” ปราบอาชญากรรม - ธุรกิจนอมินี

Share on Line Share on Facebook Share on X
นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ บูรณาการ  “ทีมจังหวัด”  ปราบอาชญากรรม - ธุรกิจนอมินี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายแก่ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงมหาดไทย โดยเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศบูรณาการการทำงานร่วมกันในรูปแบบ “ทีมจังหวัด” เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงในทุกรูปแบบ ทั้งปัญหายาเสพติด อาชญากรรม อันธพาล การบุกรุกที่ดินสาธารณะ และธุรกิจนอมินี

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยให้ใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังในพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

สรุปข่าว

อนุทิน สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศบูรณาการทำงานแบบทีมจังหวัด เดินหน้าปราบยาเสพติด อาชญากรรม และธุรกิจนอมินี ย้ำไม่ยอมให้ต่างชาติรังแกคนไทย พร้อมกำชับติดตามคดีอุกฉกรรจ์อย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายแก่ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงมหาดไทย โดยเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศบูรณาการการทำงานร่วมกันในรูปแบบ “ทีมจังหวัด” เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงในทุกรูปแบบ ทั้งปัญหายาเสพติด อาชญากรรม อันธพาล การบุกรุกที่ดินสาธารณะ และธุรกิจนอมินี

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยให้ใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังในพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับคดีอุกฉกรรจ์และคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญต่อสังคม โดยต้องเร่งประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ทหาร และกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรัดกุมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นายอนุทินยกตัวอย่างกรณีอุบัติเหตุบนเกาะพะงัน ซึ่งมีชาวต่างชาติขับขี่รถจักรยานยนต์ชนแพทย์จนเสียชีวิต โดยระบุว่าเป็นคดีร้ายแรงที่สังคมให้ความสนใจ และทุกหน่วยงานจำเป็นต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายและครอบครัว

“ผมจะไม่มีวันยอมให้คนต่างชาติมารังแกคนไทย นี่คือนโยบายสำคัญที่ทุกหน่วยงานภายใต้ความรับผิดชอบของผมต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรียังระบุว่า ในกรณีคดีอุกฉกรรจ์ หากผู้ต้องหาสามารถได้รับการประกันตัวโดยที่หน่วยงานในพื้นที่ไม่ได้แสดงบทบาทหรือใช้กลไกที่มีอยู่ในการคัดค้านอย่างเต็มที่ ถือเป็นเรื่องที่ต้องทบทวนการทำงาน เพราะหน้าที่ของฝ่ายปกครองไม่ใช่เพียงรับทราบสถานการณ์ แต่ต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและลดความกังวลของสังคม

นอกจากนี้ ยังได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดให้รายงานความคืบหน้าและผลการดำเนินงานอย่างละเอียด ไม่ใช่เพียงตอบรับคำสั่งหรือรับทราบนโยบายเท่านั้น เพื่อให้ส่วนกลางสามารถติดตาม สนับสนุน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนุทินกล่าวว่า หากหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ อัยการ ทหาร และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม สามารถประสานการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน จะช่วยเพิ่มน้ำหนักในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายได้มากยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่าการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด จะเป็นกลไกสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย