
สรุปข่าว
วันนี้ ( 26 ม.ค. 66 )กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ กรณีการถูกมิจฉาชีพติดตั้งแอปพลิเคชั่นควบคุมโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะโอนเงินจากแอปฯจนหมดบัญชี โดยระบุว่า “ตั้งรหัสล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือเหมือนกับรหัสแอปฯ ธนาคาร เสี่ยงถูกดูดเงินหมดบัญชี” ถ้าไม่อยากเงินหายหมดบัญชี ห้ามใช้รหัสล็อกหน้าจอมือถือเหมือนกับรหัสแอปฯ ธนาคาร
เนื่องจากปัจจุบัน “แก๊งคอลเซนเตอร์ - แก๊ง SMS แนบลิงก์ควบคุมมือถือระยะไกล” มักแอบอ้างเป็นหน่วยงาน หรือองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากร ยื่นข้อเสนอลดหย่อนภาษี หรือคืนเงินภาษี โดยทั้งหมดนี้ล้วนเป็นกลอุบายของมิจฉาชีพทั้งสิ้น หากประชาชนพบเจอ โปรดอย่าหลงเชื่อเด็ดขาด

จากแผนประทุษกรรมที่ผ่านมา เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ หรือเผลอไปกดลิงก์โดยไม่ได้ตั้งใจ มิจฉาชีพมักจะหลอกให้เหยื่อบอกรหัสล็อกโทรศัพท์ หรือบอกให้เหยื่อปลดล็อกโทรศัพท์ให้ ซึ่งในขณะนั้นมิจฉาชีพก็จะควบคุมมือถือของเราจากระยะไกล
.เหยื่อส่วนใหญ่ที่ใช้รหัสล็อกหน้าจอโทรศัพท์เป็นรหัสเดียวกับแอปฯ ธนาคาร จะทำให้คนร้ายสามารถเข้าไปในแอปธนาคาร และโอนเงินออกจากบัญชีไปจนหมดภายในเวลาไม่กี่นาที
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของเงินในบัญชีธนาคาร นอกจากจะไม่กดลิงก์แปลกแล้ว ขอแนะนำให้ตั้งรหัสล็อกโทรศัพท์ให้แตกต่างกับรหัสแอปธนาคาร
ข้อมูลจาก : กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
ภาพจาก : AFP
- ชนะคดี!! ศาลตัดสินจำคุกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก "ชาล็อต ออสติน" เสียหายกว่า 4 ล้านบาท
- เตือน! มุกใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกมีคนอ้างว่าเรามอบอำนาจให้ไปเปิดบัญชี
- ติดอะไร? ระวังชีวิตพัง มิจฉาชีพจับจุดจิตวิทยาเหยื่อแม่นยิ่งกว่า AI
- เตือนภัย! ร่างใหม่แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตำรวจ แจ้งเปิดบัญชีม้าขาย
- แบงก์ชาติยกระดับปรับปรุงเกณฑ์เปิดบัญชีใหม่ "สกัดบัญชีม้า"
- โฆษณาปลอมเกลื่อน หนึ่งในรายได้ FB-IG หรือกำไรจะสำคัญกว่าความปลอดภัยผู้ใช้งาน
- เตือนภัย 7 ขั้นตอนมิจฉาชีพหลอกทำภารกิจ อ้างจะได้เงินก้อนใหญ่
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
