ป.ป.ช. ชี้แจงกรณีปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหา 3 รายคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

Share on Line Share on Facebook Share on X
ป.ป.ช. ชี้แจงกรณีปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหา 3 รายคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

ชี้แจงกรณีผู้ถูกกล่าวหา 3 ราย ได้รับการปล่อยตัวคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะ กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ แถลงข่าวสรุปผลการประชุมคณะ กมธ. กรณีการติดตามคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ว่า เรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น คณะ กมธ. เชิญผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้แทนผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล และผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ 

ครบกำหนดฝากขังสูงสุดตามกฎหมาย

เข้าชี้แจงความคืบหน้า โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ชี้แจงกรณีผู้ถูกกล่าวหา 3 รายได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากครบกำหนดฝากขังสูงสุดตามกฎหมาย คดีดังกล่าวตำรวจ บก.ปปป. แจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 157 ซึ่งฝากขังได้ 4 ผลัด ก่อนส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ ทำให้ ป.ป.ช. เหลือระยะเวลาในการดำเนินการอีก 3 ผลัด และไม่สามารถสรุปสำนวนได้ทันกำหนด


สรุปข่าว

ประธานคณะ กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ แถลงผลติดตามทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เผยป.ป.ช. ชี้แจงกรณีผู้ถูกกล่าวหา 3 รายได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากครบกำหนดฝากขังสูงสุดตามกฎหมาย

ชี้แจงกรณีผู้ถูกกล่าวหา 3 ราย ได้รับการปล่อยตัวคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะ กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ แถลงข่าวสรุปผลการประชุมคณะ กมธ. กรณีการติดตามคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ว่า เรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น คณะ กมธ. เชิญผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้แทนผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล และผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ 

ครบกำหนดฝากขังสูงสุดตามกฎหมาย

เข้าชี้แจงความคืบหน้า โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ชี้แจงกรณีผู้ถูกกล่าวหา 3 รายได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากครบกำหนดฝากขังสูงสุดตามกฎหมาย คดีดังกล่าวตำรวจ บก.ปปป. แจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 157 ซึ่งฝากขังได้ 4 ผลัด ก่อนส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ ทำให้ ป.ป.ช. เหลือระยะเวลาในการดำเนินการอีก 3 ผลัด และไม่สามารถสรุปสำนวนได้ทันกำหนด


ยังไม่มีมาตรการควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาที่ได้รับการปล่อยตัวเพื่อป้องกันการหลบหนี

ด้าน ป.ป.ช. ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาที่ได้รับการปล่อยตัวเพื่อป้องกันการหลบหนี แต่หากมีการหลบหนี จะดำเนินการตามขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดน ขณะนี้ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างจัดทำบันทึกแจ้งข้อกล่าวหากลาง เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้รับแจ้งข้อกล่าวหาในมาตรฐานเดียวกัน ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2569 จากเดิมที่คาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม เนื่องจากพบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเฉพาะนายหน้าระดับรอง 

ทั้งนี้ หลังได้รับแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิชี้แจงภายใน 15 วัน และขยายได้อีกไม่เกิน 15 วัน รวมสูงสุด 30 วัน ปัจจุบัน ป.ป.ช. แบ่งคณะทำงานไต่สวนเป็น 7 ทีม ทีมละ 5-6 คน มีการสอบปากคำแล้วกว่า 1,000 ปาก และยังไม่มีการกันตัวผู้ใดไว้เป็นพยาน

สำหรับเครือข่ายนายหน้าจาก 110 สาย ป.ป.ช. สอบปากคำแล้ว 44 สาย และอยู่ระหว่างติดตามให้ครบทั้งหมด ขณะที่นายหน้าสายรองสามารถระบุตัวและสอบปากคำแล้ว 51 ราย โดยจะอยู่ในกลุ่มผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน

ส่วนคดีที่ บก.ปปป. ส่งให้ ป.ป.ช. มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 2 ราย และส่งสำนวนครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พบยอดเงินตามสำนวนประมาณ 55 ล้านบาท


ด้านการดำเนินคดีในต่างจังหวัด คณะ กมธ. ได้รวบรวมข้อมูลการแจ้งความจากตำรวจภูธร 6 จังหวัด พบมีการดำเนินคดีรวม 81 คดี ส่งให้ ป.ป.ช. แล้ว 31 คดี และยังไม่ได้ส่งอีก 50 คดี ซึ่งเป็นกรณีผู้เสียหายจ่ายเงินเพื่อให้บุตรหลานสอบเข้ารับราชการ แต่ไม่ผ่านการคัดเลือก โดยจังหวัดสตูลมี 27 คดี และส่งให้ ป.ป.ช. ครบทั้งหมด จังหวัดศรีสะเกษ 19 คดี จังหวัดพัทลุง 11 คดี จังหวัดนครราชสีมา 5 คดี จังหวัดนครนายก 3 คดี และจังหวัดเพชรบูรณ์ 1 คดี

นอกจากนี้ คณะ กมธ. ยังขอให้ ป.ป.ช. เร่งนำโทรศัพท์มือถือของผู้ถูกกล่าวหารายหนึ่งในจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นกรรมการ กสถ. และถูกจับกุมเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ไปตรวจสอบข้อมูลการสนทนา เพื่อขยายผลถึงบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องในระดับสูงขึ้น 

ทั้งนี้ การรวบรวมคดีจากทั่วประเทศมีความสำคัญเพื่อให้ผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และป้องกันไม่ให้เครือข่ายนายหน้ากลับมากระทำผิดซ้ำในการสอบแข่งขันครั้งต่อไป โดยจะรวบรวมข้อมูลการแจ้งความจากตำรวจทั่วประเทศส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังพบว่าการดำเนินคดีในแต่ละจังหวัดมีมาตรฐานแตกต่างกัน บางพื้นที่เมื่อมีการคืนเงินแล้วคดีฉ้อโกงยุติ ขณะที่บางพื้นที่ยังส่งสำนวนต่อให้อัยการหรือ ป.ป.ช. คณะ กมธ. จึงเห็นความจำเป็นในการรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว