สอบ “ข้าราชการท้องถิ่น” ยากแค่ไหน จนต้องโกง ? เมื่อเก้าอี้ราชการซื้อได้ด้วยเงินหลักแสน

Share on Line Share on Facebook Share on X
 สอบ “ข้าราชการท้องถิ่น” ยากแค่ไหน จนต้องโกง ? เมื่อเก้าอี้ราชการซื้อได้ด้วยเงินหลักแสน

กว่า 4 แสนคน ลงสนามสอบข้าราชการท้องถิ่น แต่มีเก้าอี้รองรับเพียง 6,669 อัตรา หรือเฉลี่ย 66 คน แข่งขันกันใน 1 ตำแหน่ง


เมื่อข้าราชการยังถูกมองว่าเป็นอาชีพแห่งความมั่นคง มีเกียรติ และมีหลักประกันชีวิต ทำให้ตำแหน่งเหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายที่มีมูลค่า จนเกิดขบวนการทุจริตเรียกรับเงินหลักแสน เพื่อแลกกับโอกาสในการเข้าสู่ระบบราชการ


เปิดเบื้องหลังสนามสอบข้าราชการไทย ทำไมการแข่งขันสูง และเหตุใดบางคนถึงเลือกใช้ทางลัดแทนการพิสูจน์ด้วยความสามารถ


สอบ “ข้าราชการท้องถิ่น” สนามดุเดือดทุกปี

 

438,227 คน นี่คือตัวเลขจำนวนผู้สมัครสอบแข่งขัน บรรจุข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศประจำปี 2568 แต่มีเก้าอี้รองรับเพียง 6,669 อัตรา ส่งผลให้การแข่งขันสูงถึง 66 คน ต่อ 1 ตำแหน่ง หรือคิดง่าย ๆ ว่า ในจำนวน 4 แสนกว่าคน มีเพียงแค่ 1.52% เท่านั้นที่จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น อาชีพที่หลายคนมองว่าเป็นเส้นทางแห่งความมั่นคง มีเกียรติ และเป็นโอกาสในการรับใช้ประชาชน


เมื่อการแข่งขันสูงและตำแหน่งมีจำกัด จึงเกิดช่องว่างให้ขบวนการทุจริตเข้ามาแสวงหาประโยชน์ โดยมีบางกรณีพบการเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000–800,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้ตำแหน่ง 


จิตเกษม น้อยไร่ภูมิ หรือ พี่แมง ป. เจ้าของแฟนเพจ พี่แมง ป. ที่มีผู้ติดตามรวม 2.5 ล้านคน และเป็นติวเตอร์ด้านการเตรียมสอบเข้ารับราชการ กล่าวกับสำนักข่าว TNN ว่า เมื่อเปรียบเทียบความยากของข้อสอบในแต่ละสนาม เช่น กพ. ที่เปิดสอบทุกปี สนามท้องถิ่น รวมถึงสนามของครูผู้ช่วยและองค์กรต่าง ๆ อย่าง กทม. และองค์กรอิสระ พบว่าข้อสอบท้องถิ่นในส่วนภาค ก. โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ หากพิจารณาในภาพรวมจากค่าเฉลี่ยหลายปี ไม่ได้อิงเฉพาะบางข้อหรือบางชุดข้อสอบ จะมีระดับความยากน้อยกว่าสนามสอบอื่น ๆ อยู่พอสมควร


“แต่ถามว่าทำไมแบบต้องจ่ายเงินเป็นแสน ทำไมต้องจ่ายขนาดนี้ เพราะด้วยความที่ข้าราชการท้องถิ่น คนที่อยากจะเข้าบรรจุ มีจำนวนสูงมากที่สุด บางคนอยากจะทำงานแบบใกล้บ้าน หรือบางคนอาจอยากรู้สึกว่ามีหวังเป็นข้าราชการ” 


“เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่แค่ว่าสอบผ่านอย่างเดียว คือเขาจะอยากไปอยู่หัวบัญชีดีด้วย กรณีของข้อสอบทุจริต มันจะไม่ได้เอามาขายฝันแค่บอกว่าจะช่วยให้สอบผ่าน แต่เขาจะขายฝันถึงขั้นบอกว่าจะช่วยให้ติดลำดับต้นบัญชี ให้ถูกเรียกได้ อันนี้คือสิ่งที่คนที่จะสอบ ไม่ได้กลัวสอบตกอย่างเดียว คือเขาจะกลัวว่าสอบได้ แต่คะแนนอาจจะไปอยู่กลาง ๆ แล้วเรียกไม่ถึง เพราะอัตราการแข่งขันมันสูง” จิตเกษม กล่าว

สรุปข่าว

กว่า 4 แสนคน ลงสนามสอบข้าราชการท้องถิ่น แต่มีตำแหน่งรองรับเพียงหลักพัน เมื่อความมั่นคงของอาชีพราชการกลายเป็นความฝันของคนจำนวนมาก จึงเกิดช่องว่างให้ขบวนการทุจริตเรียกรับเงินหลักแสน เปิดเบื้องหลังสนามสอบข้าราชการท้องถิ่นไทย ทำไมการแข่งขันสูง และเหตุใดบางคนถึงยอมจ่ายเพื่อคว้าเก้าอี้ที่ควรได้มาจากความสามารถ

กว่า 4 แสนคน ลงสนามสอบข้าราชการท้องถิ่น แต่มีเก้าอี้รองรับเพียง 6,669 อัตรา หรือเฉลี่ย 66 คน แข่งขันกันใน 1 ตำแหน่ง


เมื่อข้าราชการยังถูกมองว่าเป็นอาชีพแห่งความมั่นคง มีเกียรติ และมีหลักประกันชีวิต ทำให้ตำแหน่งเหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายที่มีมูลค่า จนเกิดขบวนการทุจริตเรียกรับเงินหลักแสน เพื่อแลกกับโอกาสในการเข้าสู่ระบบราชการ


เปิดเบื้องหลังสนามสอบข้าราชการไทย ทำไมการแข่งขันสูง และเหตุใดบางคนถึงเลือกใช้ทางลัดแทนการพิสูจน์ด้วยความสามารถ


สอบ “ข้าราชการท้องถิ่น” สนามดุเดือดทุกปี

 

438,227 คน นี่คือตัวเลขจำนวนผู้สมัครสอบแข่งขัน บรรจุข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศประจำปี 2568 แต่มีเก้าอี้รองรับเพียง 6,669 อัตรา ส่งผลให้การแข่งขันสูงถึง 66 คน ต่อ 1 ตำแหน่ง หรือคิดง่าย ๆ ว่า ในจำนวน 4 แสนกว่าคน มีเพียงแค่ 1.52% เท่านั้นที่จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น อาชีพที่หลายคนมองว่าเป็นเส้นทางแห่งความมั่นคง มีเกียรติ และเป็นโอกาสในการรับใช้ประชาชน


เมื่อการแข่งขันสูงและตำแหน่งมีจำกัด จึงเกิดช่องว่างให้ขบวนการทุจริตเข้ามาแสวงหาประโยชน์ โดยมีบางกรณีพบการเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000–800,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้ตำแหน่ง 


จิตเกษม น้อยไร่ภูมิ หรือ พี่แมง ป. เจ้าของแฟนเพจ พี่แมง ป. ที่มีผู้ติดตามรวม 2.5 ล้านคน และเป็นติวเตอร์ด้านการเตรียมสอบเข้ารับราชการ กล่าวกับสำนักข่าว TNN ว่า เมื่อเปรียบเทียบความยากของข้อสอบในแต่ละสนาม เช่น กพ. ที่เปิดสอบทุกปี สนามท้องถิ่น รวมถึงสนามของครูผู้ช่วยและองค์กรต่าง ๆ อย่าง กทม. และองค์กรอิสระ พบว่าข้อสอบท้องถิ่นในส่วนภาค ก. โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ หากพิจารณาในภาพรวมจากค่าเฉลี่ยหลายปี ไม่ได้อิงเฉพาะบางข้อหรือบางชุดข้อสอบ จะมีระดับความยากน้อยกว่าสนามสอบอื่น ๆ อยู่พอสมควร


“แต่ถามว่าทำไมแบบต้องจ่ายเงินเป็นแสน ทำไมต้องจ่ายขนาดนี้ เพราะด้วยความที่ข้าราชการท้องถิ่น คนที่อยากจะเข้าบรรจุ มีจำนวนสูงมากที่สุด บางคนอยากจะทำงานแบบใกล้บ้าน หรือบางคนอาจอยากรู้สึกว่ามีหวังเป็นข้าราชการ” 


“เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่แค่ว่าสอบผ่านอย่างเดียว คือเขาจะอยากไปอยู่หัวบัญชีดีด้วย กรณีของข้อสอบทุจริต มันจะไม่ได้เอามาขายฝันแค่บอกว่าจะช่วยให้สอบผ่าน แต่เขาจะขายฝันถึงขั้นบอกว่าจะช่วยให้ติดลำดับต้นบัญชี ให้ถูกเรียกได้ อันนี้คือสิ่งที่คนที่จะสอบ ไม่ได้กลัวสอบตกอย่างเดียว คือเขาจะกลัวว่าสอบได้ แต่คะแนนอาจจะไปอยู่กลาง ๆ แล้วเรียกไม่ถึง เพราะอัตราการแข่งขันมันสูง” จิตเกษม กล่าว

หมดหวังกับเอกชน มุ่งตรงสู่ข้าราชการ


เมื่อถามว่า อะไรมันเป็นเหตุผลที่ยังยอมให้คนจำนวนมากเลือกที่จะต้องไปแข่งขันกันอยู่ แม้ว่าจะต้องแข่งกับผู้สมัครจำนวนมากขนาดนี้ 


จิตเกษม ตอบกลับว่า ด้วยสภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจประเทศปัจจุบันของไทยถือว่าต่ำมาก โอกาสที่จะเข้าไปทำงานตั้งตัว หรือ ทำธุรกิจสร้างตัวเองได้ในภาคเอกชนมีน้อยมาก โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ ฉะนั้น การได้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งข้าราชการ จึงเปรียบเสมือนน้ำผึ้งแก้วเล็ก ๆ ที่อยู่บนกลางทะเลทรายที่พวกเขาจะคว้ามาได้ 


“ถ้าเขาไปทำงานด้านอื่น ณ ปัจจุบันมันแทบจะไม่ได้ จะไปทำอะไร ตั้งธุรกิจ จะไปแข่งกับเจ้าสัวยังไง ทุกอย่างมันแทบจะถูกผูกขาดหมดแล้ว ภาคราชการจึงเป็นแค่ความหวังเล็ก ๆ ที่มันยังพอหวังได้อยู่”


“บางคนต้องแบกคนข้างหลังเอาไว้ เช่น ข้าราชการอาจจะเงินด้วยน้อยจริง แต่ถ้าสมมติคุณมีครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคไตหมด หรือ ทั้งบ้านต้องฟอกไตจ่ายเดือนละแสน แต่ถ้าสอบราชการได้ คุณก็เบิกได้” จิตเกษม กล่าว 


“บางทีเขาไม่ได้คิดแค่ว่าโอกาสมันน้อยหรือมันมาก แต่เขามองว่ามันเป็นทางรอดเดียวที่เขาจะพอมีหวัง แล้วเขาไม่ได้มองแค่เงินเดือน แต่เขามองว่านี่คือสวัสดิการที่เขาสามารถดูแลครอบครัวได้ มันคือทางรอดของเขา” 


“เพราะฉะนั้นทุกยุคทุกสมัยที่มีการสอบแข่งขันข้าราชการ ไม่ว่าจะโอกาสผ่านแค่ 1% หรือ 4% แต่สังเกตว่าประเทศไทยก็จะมีคนอยากสอบรับราชการเสมอ ซึ่งมันจะต่างกับต่างประเทศ ที่ยิ่งนานวันคนยิ่งอยากเป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐน้อยลง แต่ประเทศไทยไม่ใช่ ยิ่งนานวันมันจะยิ่งมีคนอยากเป็นมากขึ้น เพราะว่าเขาหันหน้าไปพึ่งภาคเอกชนไม่ได้แล้ว” เจ้าของแฟนเพจ พี่แมง ป. กล่าว


วิวัฒนาการโกงสอบข้าราชการ

 

จิตเกษม เล่าย้อนให้ฟังว่า การโกงสอบราชการมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่จะแตกต่างไปตามแต่ละช่วง โดยเขาแบ่งออกเป็น 3 ยุค ได้แก่ 


ยุคแรก: เป็นการโกงโดยให้ผู้เข้าสอบจำโพยข้อสอบที่หลุดออกมาล่วงหน้า แล้วเข้าไปสอบ เปรียบเสมือนโพยท่องจำ ซึ่งจิตเกษมบอกว่า การโกงแบบนี้ ผู้จ่ายเงินต้องใช้สมองในการท่องจำข้อสอบด้วย 


ยุคต่อมา: เริ่มใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วย โดยจะให้ผู้เข้าสอบพกอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้าห้องสอบ โดยมีจะคนข้างนอกคอยบอกคำตอบ ซึ่งผู้เข้าสอบจำเป็นต้องอ่านข้อสอบมาก่อน เพื่อป้องกันกรณีการบอกคำตอบพลาด 


ยุคล่าสุด: ผู้เข้าสอบไม่ต้องท่องจำอะไรเลย จ่ายเงินแล้วทุกอย่างจบ ตอนสอบจะกาอะไรก็ได้ แล้วเดี๋ยวหลังบ้านไปจัดการแก้คำตอบให้เอง 

นายกฯ เผย หากพบผิดจริง เตรียมยกเลิกผลสอบทั้งหมด

 

หลัง ป.ป.ช. แถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายขบวนการทุจริตการสอบบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น 


อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เผยว่า การสอบครั้งนี้ หากชัดเจนว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะต้องยกเลิกผลสอบทั้งหมด แม้จะมีการประกาศผลสอบและบรรจุบุคคลเข้ารับราชการไปแล้วก็ตาม 


การโกงข้อสอบท้องถิ่นถือเป็นการทำลายระบบคุณธรรมของภาครัฐโดยตรง เพราะทำให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถจริงเสียโอกาส ขณะที่บุคคลที่ใช้วิธีการไม่ถูกต้องสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐได้


“หากมีความชัดเจนว่า ผิดกฎหมายจริง ในเมื่อที่มามันไม่ถูกต้อง ตามทฤษฎี ‘ผลไม้พิษ’ ทุกอย่างก็ต้องถูกยกเลิกไป ใครเดือดร้อนก็ไปไล่บี้กันเอาเอง” อนุทิน กล่าว

 

นายกฯ ย้ำว่าไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกฟ้องร้อง หากการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีสามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานว่ามีการกระทำผิดจริง เพราะผู้ที่เข้าสู่ระบบจากกลไกทุจริตย่อมถือว่าขาดคุณสมบัติ และไม่สามารถใช้เหตุผลว่า “ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป” ได้


ไทยจะป้องกันการทุจริตสอบ “ข้าราชการท้องถิ่น” ได้อย่างไร ?


จิตเกษมชูโมเดลการสอบของ กพ. ว่า เป็นระบบที่ได้มาตรฐาน และเสนอว่าการจัดสอบของท้องถิ่นควรนำแนวทางดังกล่าวมาใช้ โดยระบุว่า กพ. มีหน่วยงานลักษณะคล้ายสำนักวิชาการคอยกำกับทิศทางและคุณภาพของข้อสอบ ทำให้ข้อสอบมีมาตรฐานและไม่หลุดกรอบ ขณะที่การสอบของท้องถิ่นใช้วิธีประมูลมหาวิทยาลัยมาออกข้อสอบในแต่ละรอบ ส่งผลให้แนวข้อสอบและเนื้อหาไม่คงที่ อีกทั้งยังอาจมีช่องโหว่ในการบริหารจัดการของแต่ละสถาบัน ซึ่งเสี่ยงต่อการนำไปสู่การทุจริตได้ 


“เพราะฉะนั้นง่ายที่สุดของตัวท้องถิ่น ถ้าคุณไม่อยากเอาข้อสอบ กพ. มาใช้เลย อยากจะจัดสอบในรูปแบบของตัวเอง ก็ต้องมีมาตรฐานที่ใกล้เคียงกับ กพ. กพ. พอสอบเสร็จปั๊บ แป๊บเดียวตรวจอะไรต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย หรืออย่างข้อสอบปลัดก็ได้นะครับ ข้อสอบปลัด สอบวันนี้ปุ๊บ วันพรุ่งนี้รู้ผลเลย แล้วก็มาตรการอะไรต่าง ๆ จะค่อนข้างชัดเจน มีตัวอย่างที่ดีนะครับ ก็ควรจะไปเอาตัวอย่างนี้ อย่าง กพ. ก็ได้นะครับ ที่จะง่ายที่สุด” จิตเกษม กล่าว 


แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

  • บทสัมภาษณ์ จิตเกษม น้อยไร่ภูมิ หรือ พี่แมง ป. เจ้าของแฟนเพจ พี่แมง ป. วันที่ 24 มิถุนายน 2569 

  • กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น