
มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน
วันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบสรุปผลการพิจารณา ผลการดำเนินการ และความเห็นในภาพรวมต่อ มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เสนอ พร้อมมอบหมายให้ ป.ป.ท. ส่งข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้ประกอบการติดตามและขับเคลื่อนมาตรการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการสานต่อมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งกำหนดแนวทางป้องกันการรับและให้สินบนใน 8 ด้านสำคัญ อาทิ การเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการต่อต้านการทุจริต การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนาระบบดิจิทัลสำหรับการอนุมัติอนุญาต การส่งเสริมภาคเอกชนร่วมต่อต้านการให้สินบน และการปลูกฝังค่านิยมสุจริตในสังคม
สรุปข่าว
มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน
วันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบสรุปผลการพิจารณา ผลการดำเนินการ และความเห็นในภาพรวมต่อ มาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เสนอ พร้อมมอบหมายให้ ป.ป.ท. ส่งข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้ประกอบการติดตามและขับเคลื่อนมาตรการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการสานต่อมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งกำหนดแนวทางป้องกันการรับและให้สินบนใน 8 ด้านสำคัญ อาทิ การเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการต่อต้านการทุจริต การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนาระบบดิจิทัลสำหรับการอนุมัติอนุญาต การส่งเสริมภาคเอกชนร่วมต่อต้านการให้สินบน และการปลูกฝังค่านิยมสุจริตในสังคม
จากการหารือร่วมกันของ 17 หน่วยงาน ทุกฝ่ายเห็นพ้องในหลักการว่าการยกระดับการป้องกันการทุจริตจำเป็นต้องอาศัย การบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการกำหนดตัวชี้วัดร่วม เพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีข้อเสนอสำคัญ เช่น การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านการเงิน ภาษี และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การเปิดเผยข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มกลางของภาครัฐ การพัฒนาระบบบริการภาครัฐแบบดิจิทัลครบวงจร (End-to-End Service) เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และเพิ่มความโปร่งใสในการให้บริการประชาชน
นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเห็นควรผลักดันการปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัย ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น สนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านการให้สินบนผ่านมาตรการจูงใจ ตลอดจนเดินหน้ารณรงค์สร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตและการไม่ยอมรับการทุจริตในทุกภาคส่วนของสังคม
ยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริต
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ป.ป.ท. เห็นว่า แม้หลายหน่วยงานจะมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรการดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ยังขาดการเชื่อมโยงข้อมูลและการกำหนดเป้าหมายร่วม จึงเสนอให้กำหนดผลลัพธ์และตัวชี้วัดแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงาน พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลและการวิเคราะห์ความเสี่ยงมาใช้ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และยับยั้งการทุจริตเชิงรุก
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริตอย่างจริงจัง โดยมุ่งใช้เทคโนโลยี การเปิดเผยข้อมูล และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบราชการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ และนักลงทุน ตลอดจนยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีสากล” นางสาวลลิดา กล่าว
- เปิดทาง 5.4 ล้านคน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ปรับเกณฑ์ใหม่ ดึงกลุ่มตกหล่นเข้าถึงสิทธิ
- เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ เปลี่ยนรัฐอำนวยความสะดวกประชาชน ลดขั้นตอนบริการ
- ครม. ไฟเขียวขยายเวลาดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญชาติ–สถานะ
- รัฐบาลโชว์ผลปราบสินค้าละเมิดออนไลน์ 5 เดือน จับ 116 คดี ยึดของกลางกว่า 2 แสนชิ้น
- รัฐให้ทุน 1 หมื่นบาท. เปิด "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์ สร้างอาชีพ พลัส" ปั้นเจ้าของธุรกิจ
ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย
ที่มารูปภาพ : Getty Images
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
