"รองนายกฯ ปกรณ์"สยบดราม่ารัฐฟ้องปิดปาก ยืนยันนายกฯ พูดตามหลักกม.

Share on Line Share on Facebook Share on X
"รองนายกฯ ปกรณ์"สยบดราม่ารัฐฟ้องปิดปาก ยืนยันนายกฯ พูดตามหลักกม.

วันนี้ ( 18 พ.ค. 69 )รัฐบาลเปิดโต๊ะแถลง เคลียร์ปมร้อนกรณีผลสำรวจชี้ "คอร์รัปชัน" คืออุปสรรคใหญ่ของประเทศ ยืนยันนายกรัฐมนตรีไม่มีเจตนาหนุนภาครัฐฟ้องปิดปากประชาชน ชี้เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงองค์กร พร้อมตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ดึงภาคเอกชนร่วมขับเคลื่อนแบบไร้รอยต่อ

สรุปข่าว

รองนายกฯ ปกรณ์ ยันนายกฯ ไม่มีเจตนาหนุนรัฐฟ้องประชาชน แค่ชี้แจงตามหลักกฎหมาย และมองว่าผลสำรวจคอร์รัปชันของเอกชนมีประโยชน์ในการปรับปรุงองค์กรรัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย นำระบบดิจิทัลมาใช้ลดดุลพินิจเจ้าหน้าที่ และเตรียมเรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานเพื่อมอบนโยบายความโปร่งใสในวันที่ 20 พ.ค. นี้

วันนี้ ( 18 พ.ค. 69 )รัฐบาลเปิดโต๊ะแถลง เคลียร์ปมร้อนกรณีผลสำรวจชี้ "คอร์รัปชัน" คืออุปสรรคใหญ่ของประเทศ ยืนยันนายกรัฐมนตรีไม่มีเจตนาหนุนภาครัฐฟ้องปิดปากประชาชน ชี้เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงองค์กร พร้อมตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ดึงภาคเอกชนร่วมขับเคลื่อนแบบไร้รอยต่อ

นายกฯ แค่ชี้แจงหลักกฎหมาย ไร้เจตนาฟ้องปิดปาก

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชนจากคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และกลุ่มเพื่อนไม่ทน ได้ร่วมกันชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ว่า นายกรัฐมนตรีไม่ยอมรับผลสำรวจและสนับสนุนให้หน่วยงานราชการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้เปิดเผยข้อมูล

นายปกรณ์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนมาชี้แจงแทน เนื่องจากประเด็นดังกล่าวเกิดจากการตอบคำถามสื่อมวลชนอย่างสั้น ๆ ซึ่งท่านเพียงแต่พูดตามหลักกฎหมายว่า หากหน่วยงานใดมั่นใจว่าไม่ได้ทุจริตและได้รับความเสียหาย ก็เป็นสิทธิที่จะปกป้องตนเองตามกระบวนการศาลเพื่อนำความจริงมาเปิดเผย

"นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีเจตนาที่จะสนับสนุนให้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน และไม่ได้สนับสนุนการฟ้องปิดปาก (SLAPP) แต่อย่างใด" นายปกรณ์กล่าวเน้นย้ำ

คลอดคำสั่งตั้ง "คตท." ดึงบิ๊กเนมเอกชนร่วมเป็นกรรมการ

เพื่อยืนยันความจริงจังในการแก้ปัญหา ล่าสุดได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 174/2569 แต่งตั้ง "คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.)" โดยมีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานด้วยตนเอง พร้อมด้วยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธาน

ความพิเศษของคณะกรรมการชุดนี้คือการบูรณาการร่วมกับภาคเอกชนและสถาบันวิชาการชั้นนำ อาทิ สภาหอการค้าไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย, สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เพื่อร่วมกันเป็นหูเป็นตาและขับเคลื่อนนโยบายอย่างจริงจัง

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำในตอนท้ายว่า รัฐบาลและหน่วยงานต่อต้านการทุจริตทุกภาคส่วนยังคงทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ไร้ความขัดแย้ง และมุ่งมั่นที่จะขจัดปัญหาการทุจริตให้หมดไปจากประเทศไทย

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย