TNN online จีนอาจเผชิญสภาพอากาศรุนแรงสุดขั้วปีหน้าจากพิษเอลนีโญ

TNN ONLINE

World

จีนอาจเผชิญสภาพอากาศรุนแรงสุดขั้วปีหน้าจากพิษเอลนีโญ

จีนอาจเผชิญสภาพอากาศรุนแรงสุดขั้วปีหน้าจากพิษเอลนีโญ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ จีนจะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดอีกรอบ และอากาศรุนแรงสุดขั้วในปีหน้า ผลพวงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ

วันนี้ ( 27 ธ.ค. 66 )โจว ปิง หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญศูนย์สภาพอากาศแห่งชาติของจีน เปิดเผยว่าจีนกำลังเผชิญกับสภาพอากาศหนาวเย็นที่สุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนธันวาคมปีนี้ และมีแนวโน้มว่าจะเผชิญกับสภาพอากาศร้อนรุนแรงอีกรอบ และสภาพอากาศสุดขั้วที่เพิ่มขึ้นในปีหน้า เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ


ในปีนี้ จีนเผชิญกับอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดที่เคยบันทึกไว้ ไปจนถึงสภาพอากาศหนาวเย็นรุนแรง ซึ่งทำให้หลายพื้นที่ของประเทศกลายเป็นน้ำแข็ง เป็นเวลานานเกือบ 2 สัปดาห์ในช่วงต้นเดือนนี้


ซีซีทีวี รายงานอ้างคำกล่าวของโจว ปิง ที่ระบุว่า ในปีหน้า 2567 อาจเป็นปีที่ร้อนขึ้น และอาจเป็นอีกหนึ่งปีที่สภาพอากาศสุดขั้วอาจเกิดถี่และรุนแรงขึ้น 


ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา กรุงปักกิ่งทำสถิติอากาศร้อนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เมืองเล็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ มีอุณหภูมิร้อนถึง 52 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับจีน อีกทั้งไต้ฝุ่นยังก่อให้เกิดฝนตกหนักทำลายสถิติ ในภาคเหนือของจีน ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง


ปรากฏการณ์เอลนิโญ หมายถึงปรากฏการณ์สภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทุก ๆ 2 ถึง 7 ปี ซึ่งน้ำใกล้เส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิก จะอุ่นขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก พายุ หรือภัยแล้งในบางส่วนของโลก


เอลนีโญในปีนี้ เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน และทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นครั้งใหม่ทั่วโลก บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ คาดการณ์ว่า เอลนีโญอาจจางหายไประหว่างเดือนเมษายนและมิถุนายนปีหน้า แต่เนื่องจากผลกระทบต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเกิดขึ้นจริง ทำให้อาจอุณหภูมิพุ่งสูงทำลายสถิติมากขึ้นในปี 2567


โจว กล่าวว่า สภาพอากาศเลวร้ายอาจ 'เด่นชัดยิ่งขึ้น' ตามมาภายหลังปรากฏการณ์เอลนิโญ


ปรากฏการณ์เอลนีโญมักทำให้ฤดูหนาวที่อากาศอุ่นขึ้นในประเทศจีน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เอลนิโญ ประกอบกับลมหนาวที่พัดมาจากอาร์กติกเมื่อต้นเดือนนี้ ทำให้มีการคาดการณ์ที่ซับซ้อน โดยคลื่นความหนาวเย็นทำให้อุณหภูมิลดลงต่ำ ติดลบ 40 องศาเซลเซียส ในบางพื้นที่ของจีน


ภาพจากAFP 


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง