TNN online หุ้นไทยดิ่งมากสุดรอบเดือน ต่างชาติ-สถาบันเทขายทำกำไร

TNN ONLINE

Wealth

หุ้นไทยดิ่งมากสุดรอบเดือน ต่างชาติ-สถาบันเทขายทำกำไร

หุ้นไทยดิ่งมากสุดรอบเดือน  ต่างชาติ-สถาบันเทขายทำกำไร

หุ้นไทยปิดร่วง 13.53 จุดมากสุดรอบ 1 เดือนไร้ปัจจัยใหม่หนุนผนวกแรงขายทำกำไรหุ้นบางตัวหลังราคาขึ้นแรง มองแนวโน้มพรุ่งนี้ซึมต่อประเมินกรอบเคลื่อนไหว1,620-1,640 จุด เน้นหุ้นเปิดเมืองราคาแลกการ์ด

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทย ปิดที่ระดับ 1,630.39 จุด ลบ 13.53 จุด หรือ 0.82 % โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวสูงสุดที่ระดับ1,649.66 จุด และต่ำสุดที่ระดับ 1,627.12 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 96,547.31 ล้านบาทว่า ภาพรวมตลาดหุ้นต่างประเทศวันนี้ โดยเฉพาะในเอเชียเหนือ เช่น ฮ่องกงบวก 1.5% ไต้หวันบวก 1.2% จีนบวก 1% จากการเข้าลงทุนหุ้นเทค เห็นได้จากดัชนีแนสแด็กปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนตลาดหุ้นไทยดัชนีขึ้นไปทดสอบ 1,650 จุด แต่ไม่สามารถผ่านไปได้ทำให้พลิกปรับฐานลงมากดดัชนีปิดลบ


สำหรับการปรับฐานลงวันนี้ถือว่าลงมากสุดในรอบ 1 เดือน หลังจากขึ้นมาเยอะมาก จากเดิมที่ดัชนีเคยอยู่ที่ระดับ 1,600 จุด ประกอบกับขาดปัจจัยใหม่หนุนทำให้มีแรงเทขายหุ้นทำกำไรออกมาบางส่วน หลังจากที่ราคาปรับขึ้นแรงมาก่อนหน้านี้ เช่น AOT ราคาลง 1.5% PTT 1.2% SCC 2.24 % KBANK 2.8%


นอกจากนี้การประกาศงบไตรมาส 3/64 ของบจ.ทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง ส่วนหุ้นที่บวกวันนี้เป็นหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทน และค้าปลีก เช่น EA บวก 1.6% COM 7 บวก1.8% และ HMPRO บวก 1 % จากความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ เช่น ช้อปดีมีคืน เป็นต้น


ด้านมูลค่าซื้อขายวันนี้พบว่าสถาบันขายสุทธิ 3,125.32 ล้านบาทต่างประเทศขายสุทธิ 1,591.57ล้านบาทบัญชีบล.ซื้อสุทธิ 647.06ล้านบาทในประเทศซื้อสุทธิ 4,069.83 ล้านบาท


ขณะที่แนวโน้มหุ้นไทยวันพรุ่งนี้มีโอกาสซึมลง เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่หนุน และติดตามการประกาศงบแบงก์ไตรมาส 3/64 ที่กำลังทยอยออกมา ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นเปิดเมืองราคาแลกการ์ดเช่น CPALL ([email protected]) CRC ([email protected])และSPVI ([email protected]) ประเมินกรอบเคลื่อนไหว1,620-1,640 จุด


นักวิเคราะห์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป ระบุว่า ตลาดหุ้นเริ่มให้น้ำหนักการเร่งตัวของเศรษฐกิจหรือกำไรบริษัทจดทะเบียนในระยะถัดไปจะสูงกว่าเงินเฟ้อ สัปดาห์นี้ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ การรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตราส 3 ของไทย ซึ่งคาดว่าสิ่งที่นักลงทุนค่อนข้างเป็นกังวลคือหนี้เสียและการตั้งสำรองที่อาจสูงผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 พร้อมทั้งติดตามตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทย และจีน ที่กำหนดการรายงานจีดีพีสัปดาห์หน้า หากออกมาดีกว่าคาดอาจเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อการลงทุน จึงเชื่อว่าระยะนี้ดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,625–1,655 จุด


ด้าน บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) มองว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับลงแรง จากมีแรงขายกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น ธนาคาร และกลุ่มเปิดเมือง ทั้งที่ไม่มีข่าวลบ โดยคาดว่าเป็นแรงขายทำกำไรของสถาบัน ซึ่งขายต่อเนื่องมากหลายวันแล้ว ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังซื้อต่อเนื่อง มองสถาบันขายล็อกกำไรและหวังกดดัชนีให้ลงต่ำกว่า 1,630 จุดเพื่อกลับเข้ามาเก็บของถูก


ส่วนหุ้นกลุ่มเปิดเมืองแม้ว่าจะมีข่าวบวกต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขจะประกาศแผนรองรับการเปิดเมืองวันที่ 1 พ.ย.นี้ รวมถึงกำหนดรายชื่อ 10 ประเทศเสี่ยงต่ำกลุ่มแรกที่จะสามารถเดินทางเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัว ส่วนราคาน้ำมัน จะมีการประกาศสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐในคืนวันพุธ (20 ต.ค.) คาดว่าน่าจะหนุนราคาน้ำมันกลับชึ้นไปอีก ด้านกลุ่มแบงก์จะมีการประกาศงบไตรมาส 3/64 ของแบงก์ใหญ่ครบในวันพฤหัสบดีนี้ (21 ต.ค.)


ขณะที่แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าหลังจากวันนี้ลงมาลึกน่าจะมีแรงซื้อกลับ พร้อมให้แนวต้านที่ 1,640 จุด แนวรับที่ 1,625 จุด


สำหรับ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3 หลักทรัพย์ ได้แก่

1.HENG มูลค่าการซื้อขาย 6,852.14 ล้านบาท ปิดที่ 2.86 บาท เพิ่มขึ้น 0.91 บาท

2.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 6,247.40 ล้านบาท ปิดที่ 141.00 บาท ลดลง 4.00 บาท

3.SCC มูลค่าการซื้อขาย 3,178.10 ล้านบาท ปิดที่ 393.00 บาท ลดลง 9.00 บาท

หุ้นไทยร่วง 13.53 จุด จากแรงเทขายทำกำไรกลุ่มแบงก์ -พลังงาน

ที่มา: ตลท.

ภาพประกอบ : AFP


ข่าวแนะนำ