TNN online นักลงทุนสถาบัน-ต่างชาติเทขายหุ้นไทยปิดตลาดร่วง 5.97 จุด

TNN ONLINE

Wealth

นักลงทุนสถาบัน-ต่างชาติเทขายหุ้นไทยปิดตลาดร่วง 5.97 จุด

นักลงทุนสถาบัน-ต่างชาติเทขายหุ้นไทยปิดตลาดร่วง 5.97 จุด

ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 5.97 จุด แรงขายทำกำไรหุ้นบางตัวที่ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้ จับตาการประกาศงบแบงก์ ไตรมาส 3/64-ศบค.ผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่ม ประเมินกรอบแนวรับพรุ่งนี้ไว้ที่ 1,625 จุด แนวต้านที่ 1,650 จุด ชูธีมเปิดเมือง

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,633.44 จุด ลบ 5.97 จุด หรือ 0.36% ระหว่างดัชนีสูงสุดที่ระดับ 1,646.50 จุด และต่ำสุดที่ 1,629.95 จุด มูลค่าการซื้อขาย 82,973.81 ล้านบาทว่า ตลาดหุ้นไทยปิดลบ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่หนุน ประกอบกับ แรงขายทำกำไรหุ้นบางตัวหลังจากที่ปรับตัวขึ้นแรงมาก่อนหน้านี้ เช่น KBANK,SPALI,STARK


สำหรับตลาดหุ้นในยุโรปเปิดตลาดมาปิดลบเช่นกัน เพราะเป็นช่วงระหว่างรอการประกาศงบไตรมาส 3/64 ส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคและเอเชียมีทั้งบวกและลบ โดยไต้หวัน เกาหลีใต้ และอินโดนีเซียปิดลบ ขณะที่ตลาดจีน และฮ่องกงปรับตัวขึ้นแรง


สำหรับวันนี้นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 1,951.12 ล้านบาท ต่างประเทศขายสุทธิ 193.76 ล้านบาท บัญชีบล.ซื้อสุทธิ 620.49 ล้านบาทในประเทศซื้อสุทธิ 1,524.39 ล้านบาท


ด้านปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงที่เหลือของสัปดาห์คือการประกาศงบแบงก์ในไตรมาส 3/64 ในสัปดาห์นี้ เช่น TISCO,KKP วันศุกร์ประชุมศบค.ผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่ม รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนจีนเป็นตัวเลขส่งออกและนำเข้า เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ประเมินกรอบแนวรับพรุ่งนี้ไว้ที่ 1,625 จุด แนวต้านที่ 1,650 จุด ด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นหุ้นธีมเปิดเมือง เช่น CPALL ([email protected]) พัฒนาการด้านบวกจากนี้มาต่อเนื่องฝ่ายวิจัยปรับประมาณการใหม่ ภายใต้ 1. ข้อมูลเพิ่มเติมจากกรณี MAKRO จะรับโอนกิจการ CPRH จากเครือCP และเข้าถือหุ้นใน CPRD (Lotus's) แทนที่ CPRH


โดยรวมเฉพาะประโยชน์การขายหุ้น PO MAKROบางส่วนที่ นำไปคืนหนี้ CPRD + การนำเงิน CPALL จะได้จากการขายหุ้น MAKRO พร้อม PO ไปคืนหนี้ตนเองซึ่งกระทบจำกัดระยะสั้นและดีต่อระยะยาว


2.ปรับกำไรธุรกิจร้านสะดวกซื้อเดิมปี 2564 ลดลง ส่วนปี 2565 เพิ่มจากที่ทำไว้ต่ำไป ได้กำไรปี 2564 ลดลง12.8% ส่วนปี 2565 เพิ่ม 15% ได้กำไรปี 2564 ลดลง36.7% ก่อนจะฟื้นตัวเด่นในปี 2565-66 ที่ 65% และ 19% โดยเบื้องต้นประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2565 เกิน 70.5 บาทยังมี Upside เปิดให้ลงทุนประมาณ 10%


ปิดท้ายหุ้น KBANK ([email protected]) หุ้นใหญ่ มีปัจจัยบวกหนุนทิศทางการกระจายวัคซีน COVID-19 ในไทยและทั่วโลกเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การทยอยผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการ Lock down ภาพดังกล่าวคาดหมายแนวโน้ม


เศรษฐกิจไทยปี 2565 ดีกว่าปี 2564 คาดหนุนคุณภาพสินทรัพย์ของKBANK ที่มีสัดส่วนลูกหนี้ประมาณ 20% ของพอร์ตสินเชื่อ อิงกับภาคท่องเที่ยวอีกทั้งโครงสร้างสินเชื่อจาก SME ราว 33% ของพอร์ตสินเชื่อธนาคารฯ มากสุดในกลุ่มฯกนง.

มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.5% ประเมินว่าจะยืนยันความเชื่อว่าดอกเบี้ยไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วบวกกับหุ้นกลุ่ม Bank ทำให้ผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มธนาคารมี Downside จำกัด


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง