TNN online นักลงทุนสถาบัน-รายย่อยเทขายหุ้นไทยกดดัชนีปิดลบ

TNN ONLINE

Wealth

นักลงทุนสถาบัน-รายย่อยเทขายหุ้นไทยกดดัชนีปิดลบ

นักลงทุนสถาบัน-รายย่อยเทขายหุ้นไทยกดดัชนีปิดลบ

หุ้นไทยปิดตลาดลบ 0.16 จุด แรงขายทำกำไรจากนักลงทุนสถาบัน-รายย่อย หลังเมื่อวานปรับขึ้นแรง จับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯคืนนี้ชี้ชะตาดัชนีวันพรุ่งนี้ ชู 2 หุ้นเด่น

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,703 จุด ลบ 0.16 จุด หรือ 0.01 % ระหว่างวันซื้อขายสูงสุด 1,707.44 จุด และต่ำสุดที่ 1,696.73 จุด มูลค่าการซื้อขาย 112,335.48 ล้านบาทว่า ตลาดหุ้นไทยปิดลบตามกลุ่ม TIP สวนทางเอเชียที่ส่วนใหญ่ปิดเขียว เช่น ญี่ปุ่น และฮ่องกง ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปก็อยู่ในแดนบวก โดยหุ้นที่กดตลาดในวันนี้ เช่น PTTEP,EA,GULF ส่วนหุ้นที่ดันตลาดเป็นหุ้นในกลุ่มแบงก์ สื่อสาร ค้าปลีก และอิเล็กทรอนิกส์ เช่น KBAN,BBL,SCB,MAKRO, DELTA เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อขายวันนี้พบว่า นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 4,907.73 ล้านบาทในประเทศขายสุทธิ 3,704.64 ล้านบาทต่างประเทศซื้อสุทธิ 8,461.13 ล้านบาท บัญชีบล.ซื้อสุทธิ 151.24 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯที่จะประกาศในคืนนี้ consensus คาดว่าจะอยู่ที่7.2% หากมากกว่าคาดจะกดดัชนีหุ้นไทย แต่ถ้าต่ำกว่าคาดทำให้หุ้นไทยไปต่อได้อีก ซึ่งภาพรวมมองว่าหุ้นไทยยังน่าลงทุนจาก 4 ปัจจัยหลักคือ1. การเติบโตเศรษฐกิจไทยหนุนกำไรบจ.ปีนี้เติบโตมากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว2.ต่างชาติถือครองหุ้นไทยต่ำมากเทียบกับปี 56 โดยถือทางตรงสัดส่วนเพียง 20%อาจเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นไทยเพิ่ม 3. ดอกเบี้ยยังอยู่ระดับต่ำยังไม่ได้ปรับขึ้น 4. โครงสร้างบจ.อิงหุ้น old economy ก็เป็นแรงหนุนต่อหุ้นไทย


นอกจากนี้ต้องติดตามศบค.จะมีมาตรการล็อกดาวน์ช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ หลังจากที่ผู้ิติดเชื้อเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องและแนวโน้มอาจจะขึ้นสูงถึง 3 หมื่นรายทำให้รัฐอาจคุมเข้มกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่ม ซึ่งกดดันต่อหุ้นเปิดเมืองด้านกลยุทธ์การลงทุนเน้นขนาดใหญ่เป็นเป้าหมายของฟันด์โฟลว์และปันผลสูง เช่น SCCC ราคาเป้าหมาย161.50 บาท และ BH ราคาเป้าหมาย 170 บาท ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวพรุ่งนี้ 1,700-1,730 จุด


ที่มา นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส

ภาพประกอบ บล.เอเซีย พลัส


ข่าวแนะนำ