ล็อกดาวน์ 13 จังหวัดฉุดจีดีพีหายวับ 3 แสนล้านบาท

TNN ONLINE

Wealth

ล็อกดาวน์ 13 จังหวัดฉุดจีดีพีหายวับ 3 แสนล้านบาท

ล็อกดาวน์ 13 จังหวัดฉุดจีดีพีหายวับ 3 แสนล้านบาท

ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยเผยล็อกดาวน์ 13 จังหวัด ผลพวงโควิดระบาดรุนแรง ฉุดจีดีพีไทยหายวับ 3 แสนล้านบาท คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โตไม่ถึง 1% หวั่นหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดใน 13 จังหวัดที่มีการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรง แม้ว่าจะเป็นมาตร การที่จำเป็นในการชะลอการระบาดของเชื้อโรคได้ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง เนื่องจากใน 13 จังหวัดนี้ ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหนาแน่น โดยคิดเป็นสัดส่วนของจีดีพีไทยสูงถึง 60% หรือกว่า 9.8 ล้านล้านบาท จากจีดีพีทั้งประเทศที่ 16.8 ล้านล้านบาท


โดยจากการประเมิน หากล็อกดาวน์ 13 จังหวัดนี้ จะฉุดให้จีดีพีลดลงประมาณ 1.6 แสนล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อรวมกับก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลประกาศกึ่งล็อกดาวน์ 3 เดือน จะกระทบต่อจีดีพีประมาณเดือนละ 5 หมื่นล้านบาท รวมแล้วกว่า 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้ในปีนี้จีดีพีจะหายไปกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งอาจทำให้จีดีพี ปี 2564 ไม่ขยายตัว หรือขยายตัวได้ไม่ถึง 1%




 ล็อกดาวน์ 13 จังหวัดฉุดจีดีพีหายวับ 3 แสนล้านบาท



ทั้งนี้เนื่องจากเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจหลักของไทยประสบปัญหาเกือบทั้งหมด ได้แก่ 1. การบริโภคภายในประเทศ ในปีนี้คาดว่าจะลดลงมากกว่าปีผ่านมา เพราะว่าการระบาดของโควิด รุนแรงมาก ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบสูง ส่งผลให้แรงงานที่อยู่ในกลุ่มเอสเอ็มอีมีรายได้ลดลง รวมทั้งตัวเลขในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา มียอดตกงานเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านคน ศึ่งคนกลุ่มนี้จะไปดึงให้ตัวเลขหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นมาก และทำให้หนี้ครัวเรือนทะลุ 90% ของจีดีพี จะเกิดปัญหาเศรษฐกิจเรื้อรังในอนาคต จึงทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจการบริโภคภายในประเทศทำงานไม่ได้


2. การลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ หรือการลงทุนตั้งกิจการและโรงงานภายในประเทศ ในปีนี้นักลงทุนไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้เลย ทำให้ตัวเลขนี้ที่ในแต่ละมีจะมีกว่า 3 แสนล้านบาทต้องหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้ไทยต้องสูญเสียเม็ดเงินในส่วนนี้ รวมทั้งยังส่งผลให้ศักยภาพในการผลิตของไทยในระยะยาวลดลงอีกด้วย


3. การลงทุนภาครัฐ ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดียวที่ยังเดินเครื่องได้ และรัฐก็พยายามอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนอย่างเต็มที่ แต่จากการที่โควิด-19 ระยาดในแคมป์คนงาน ทำให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ภาครัฐ จะต้องหยุดดำเนินการทั้งหมด และหลังจากล็อกดาวน์ ก็จะมีปัญหาในการหาแรงงานเข้ามาทำงาน เพราะแรงงานต่างด้างบางส่วนอาจจะต้องกลับประเทศ ทำให้เครื่องยนต์การลงทุนภาครัฐทำงานได้ไม่เต็มที่


4. การส่งออก ที่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญของไทย เพราะมีสัดส่วนกว่า 60% ของจีดีพี ซึ่งแม้ว่าในช่วง 2 ไตรมาสแรก จะออกมาดีขยายตัวสูงกว่าปีที่ผ่านมามากพอสมควร แต่จากการระบาดของโควิด-19 ในโรงงาน และสถานประกอบการสูงขึ้น จนทำให้หลายโรงงานขยายไปเป็นคลัสเตอร์ โดยเฉพาะโรงงานเอสเอ็มอี จะเป็นส่วนสำคัญในการฉุดให้การส่งออกเดินหน้าได้ไม่เต็มที่ ซึ่งในอนาคตหากโรงงานผลิตรถยนต์ หรือโรงงานส่งออกขนาดใหญ่ติดโควิด-19 ทำให้ต้องปิดโรงงานไม่ต่ำกว่า 14 วัน จะกระทบต่อตัวเลขการส่งออกมาก รวมทั้งประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ก็เริ่มมีปัญหาการระบาดของโควิด-19 ในระลอกใหม่ที่ระบาดอย่างรวดเร็ว อาจทำให้การนำเข้าลดลง ปัญหาเหล่านี้จึงทำให้การส่งออกของไทยอยู่บนความเสี่ยงสูง ทำให้ในไตรมาส 3 และ 4 ลดลงได้

อย่างไรก็ตาม หากในช่วงเล็กดาวน์ รัฐบาลเร่งตรวตเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อ คัดแยกผู้ป่วยออกมารักษา และเร่งฉีดวัคซีนได้มากขึ้น รวมทั้งบูรณาการการทำงานของกระทรวงต่าง ๆ และเอกชนให้ไปในทิศทางเดียวกัน ให้ข้อมูลกับประชาชนที่ตรงกัน ก็จะทำให้การระบาดทุเลาลง และอาจทำให้ในปลายไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ตัวเลขเศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้น เอสเอ็มอีกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ และโรงงานส่งออกผลิตได้โดยไม่สะดุด ก็อาจทำให้จีดีพีไทยกลับมาเป็นบวกในอัตราที่น่าพอใจได้


นอกจากนี้ ที่สำคัญภาครัฐจะต้องเร่งออกมาตรการพักต้น พักดอกอย่างแท้จริง 6 เดือนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ที่ล็อกดาวน์ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการหยุดเก็บค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า 2-3 เดือน ก็จะเป็นการเติมเงินให้ถึงมือผู้ได้รับผลกระทบในทางอ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยรัฐอาจจะไปอุดหนุนในด้านอื่น ๆ ให้กับธนาคาร การไฟฟ้า และการประปา ก็จะทำให้รัฐรายจ่ายน้อย แต่ได้ผลมาก


“ขณะนี้สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และสมาคมการค้ากว่า 30 สมาคม อยู่ระหว่างการหารือ เพื่อจัดทำข้อเสนอให้กับภาครัฐในการช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ได้อย่างตรงจุด ผู้ประกอบการสามารถประคองกิจการจนผ่านช่วงยากลำบากนี้ไปได้ ซึ่งจะนำเสนอต่อรัฐบาลในเร็ว ๆ นี้”


 ล็อกดาวน์ 13 จังหวัดฉุดจีดีพีหายวับ 3 แสนล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง