TNN online หุ้นเด่นวันนี้ ! 5 โบรกสกรีน 14 หุ้นน่าลงทุน ชูเปิดเมือง-รับอานิสงส์บาทอ่อน TNN Wealth

TNN ONLINE

Wealth

หุ้นเด่นวันนี้ ! 5 โบรกสกรีน 14 หุ้นน่าลงทุน ชูเปิดเมือง-รับอานิสงส์บาทอ่อน TNN Wealth

หุ้นเด่นวันนี้ ! 5 โบรกสกรีน 14 หุ้นน่าลงทุน  ชูเปิดเมือง-รับอานิสงส์บาทอ่อน    TNN Wealth

หุ้นน่าซื้อวันนี้ 23 พ.ค. 65 โบรกมองหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์-ไซด์เวย์อัพ จับตา Fed Minutes -ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ คาดกรอบเคลื่อนไหว 1,605-1,630 จุด เน้นหุ้นเปิดเมือง-รับอานิสงส์บาทอ่อน



นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพการลงทุนในตลาดไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นภาพของการรีบาวน์จากการ Priced-in ปัจจัยลบระดับมหภาคในอาทิตย์ก่อนหน้า และยังปรับตัวขึ้นได้แม้ตลาดต่างประเทศจะตอบรับเชิงลบต่อการรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่างๆ อาทิ ยอดค้าปลีกในเดือน เม.ย. ซึ่งส่งผลให้ S&P500 ปรับตัวลดลงกว่า 4% สะท้อนถึงความกังวลของการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ยังให้น้ำหนักหลักต่อสภาวะเงินเฟ้อ 


อย่างไรก็ตาม กลุ่มหุ้นประเทศกำลังพัฒนา (EM) โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันตกยังเคลื่อนไหวได้ดีจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่อยู่ในสภาวะของการฟื้นตัวหนุนด้วยปัจจัยการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 ตามหัวเมืองหลักและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ระดับต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว


สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้จะอ้างอิงกับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่จะมีการรายงานออกมาอย่างหนาแน่น ตามน้ำหนักความสำคัญดังนี้ 1. การรายงานการประชุม FOMC เดือน พ.ค. (Fed Minutes) ในวันที่ 25 พ.ค. จับตาหากมีรายละเอียดหากมีการพูดถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.75% และการปรับเพดานการลดงบดุลในช่วงที่เหลือของปีจะเป็นลบต่อตลาดทุน


 2.การรายงานตัวเลข Core PCE ของสหรัฐฯ ในวันที่ 27 พ.ค. ตลาดคาดเติบโต 4.9% YoY 3. การรายงานตัวเลขภาคที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ สำหรับยอดขายบ้านใหม่ (24 พ.ค.) และยอดขายที่อยู่อาศัยที่อยู่การปิดการขาย (26 พ.ค.) ซึ่งเป็นสัดส่วนสำคัญในการคำนวณดัชนีเงินเฟ้อ (CPI) หากต่ำกว่าตลาดคาดจะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นจากความผ่อนคลายความกังวลของเงินเฟ้อ และ 4. ตัวเลขนำเข้า-ส่งออกไทยในช่วงเช้าวันนี้ (23 พ.ค.)


สำหรับบรรยากาศการลงทุนในช่วงต้นสัปดาห์คาดยังเป็นภาพ Sideway to Sideway-up เนื่องจากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญจะเกิดขึ้นตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไป โดยเราคาด SET Index วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,615-1,630 จุด 


สำหรับกลุ่มหุ้นที่คาด Outperform ตลาดในสัปดาห์นี้ได้แก่ (1) กลุ่ม Re-opening แถว 2 และ 3 อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และขนส่งมวลชนจากปัจจัยการผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 เพิ่มเติมในการประชุม ศบค. ในวันศุกร์ที่ผ่านมา และ (2) กลุ่มหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากเงินบาทอ่อนค่า ส่งออกอาหาร และโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูง 

 หุ้นเด่นวันนี้ ! 5 โบรกสกรีน 14 หุ้นน่าลงทุน  ชูเปิดเมือง-รับอานิสงส์บาทอ่อน    TNN Wealth


หุ้นเด่นวันนี้ แนะนำ 4 ตัวนำโดย MBK  เราประเมินว่าราคาหุ้นมี Momentum เชิงบวก จาก 1.การเปิดเมืองอย่างเต็มรูปแบบใน 2Q65 หนุนหุ้นกลุ่มศูนย์การ ค้า 


2.การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นบวกโดยตรงต่อบริษัท เนื่องจากศูนย์การค้าของบริษัทพึ่งพิงสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูงกว่า CPN, CRC ราคาหุ้นซื้อขายที่ PBV เพียง 1.1 เท่า เทียบกับ CPN, CRC ที่ระดับ PBV สูงกว่า 3 เท่า นอกจากนั้น หากหัก Market Cap ของการถือหุ้นใน TCAP ออก จะซื้อขายที่ระดับ PBV เพียง 0.9 เท่า 


หุ้นเด่น ถัดมาคือ   M   รามีมุมมองบวกต่อกลุ่มร้านอาหาร เนื่องจากผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในปีที่ผ่านมา ขณะที่ปี 2565 เริ่มต้นได้ดี หลังกำไร 1Q65 กลับมาเติบโต +205% YoY เป็น 271 ลบ. และเราคาดว่าเพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของกำไรที่กลับเข้าสู่ขาขึ้น ประเมินเบื้องต้นคาดกำไร 2Q65 เติบโตทั้ง YoY และ QoQ ฐานะการเงินแข็งแกร่งเป็น Net Cash ซื้อขายที่ PER2565 ระดับ 28 เท่า รวมทั้งราคายังต่ำกว่าระดับก่อนเกิด COVID ที่บริเวณ 70 บาท 


หุ้นเด่น อีกตัวคือ  MAKRO  เราชอบหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่มีสัดส่วนสินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น ซึ่งทนแรงเสียดทานต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจได้ดีกว่ากลุ่มสื่อค้าฟุ่มเฟือย


คาดกำไร 2Q65 เติบโตทั้ง YoY และ QoQ จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การฟื้นตัวของสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ HoReCa และพื้นที่เช่า เราคาดว่ากำไร 2H65 จะเด่นกว่า 1H65 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างธุรกิจระหว่าง MAKRO-LOTUS ส่วนใหญ่จะถูกบันทึกลงใน 1H65 ส่งผลให้ 2H65 จะเริ่มเห็น Synergy ที่ชัดเจนของการควบรวมกิจการ 


หุ้นเด่นสุดท้าย    BEC ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 15.50 บาท แนวรับ 14.90 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 14.30  บาทคาดกำไร 2Q65 เติบโต YoY และ QoQ จากการปรับผังรายการใหม่ เช่น เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์และเรื่องเด่นเย็นนี้ โดยเพิ่มเวลาข่าวอีก 15-30 นาที/รายการ คาดกำไรปี 2565 เติบโต +36% YoY เป็น 1.03  พันลบ. 

หุ้นเด่นวันนี้ ! 5 โบรกสกรีน 14 หุ้นน่าลงทุน  ชูเปิดเมือง-รับอานิสงส์บาทอ่อน    TNN Wealth


บล.เอเซียพลัส มองว่า  เงินบาทกลับมาแข็งค่าหลังอ่อนค่าแรงขึ้นไปบริเวณ 35 บาท/USD ซึ่งตีความ การอ่อสค่าว่าเป็นการดูดซับ ผลต่างในเชิงการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ที่ตึงตัวเชิงรุก ขณะที่ ธปท. ยังใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายสนับสนุน การฟื้นตัวเศรษฐกิจ ประเมินการกลับมาแข็งค่าของเงินบาทน่าจะเป็น ภาวะการพักตัวระยะสั้นรอดูการเปลี่ยนแปลงในเดือน มิ.ย.65 


ซึ่ง Fed จะเริ่ม ลดขนาดงบดุล การกลับมาแข็งค่าของเงินบาท น่าจะเปิดโอกาสให้เห็น Fund Flow ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อหุ้น Market Cap ใหญ่ ส่วนผลประกอบการ 1Q65 บริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิ 2.74 แสนล้านบาท ช่วยเปิด Upside ต่อประมาณการกำไรปี 2565 เล็กน้อย SET Index น่าจะดีดตัวกลับขึ้นในระยะสั้น กรอบ 1615 – 1631 จุด พอร์ต จำลองให้ลดเงินสดลงจาก 30% เป็น 20% ให้เข้าซื้อ STEC น้ำหนัก 10% หุ้น Top Pick เลือก BBL, MINT และ STEC 


หุ้นเด่นตัวแรกคือ BBL  ราคาเป้าหมาย 152 บาท นอนรอดอกเบี้ยขาขึ้น แบงค์ใหญ่ชอบกำไรสุทธิ 1Q65 เท่ากับ 7.1 พันล้านบาท (+12.7%QOQ จาก ECL ลด, +2.8% YOY เพราะ PPOP ฟื้นตัว)โดยรวมกำไรสุทธิ 1Q65 คิดเป็นสัดส่วน 25% ของประมาณการทั้งปี จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2565 ที่2.9 หมื่นล้านบาท เติบโต 9% YOY ทั้งนี้ แนวโน้ม 2Q65กำไรชะลอตัว Q0Q จากค่าใช้จ่ายตามฤดูกาล (แต่บวกYoY จากกำไร 6.4 พันล้านบาทในงวด 2Q64)ยามดอกเบี้ยขาขึ้น ถือเป็นธนาคารที่ได้เปรียบกว่ากลุ่มฯจากโครงสร้างสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง


นอกจากนี้พอร์ตสินเชื่อรายใหญ่สามารถทนทานต่อInflation ได้มากกว่ารายย่อยและ SME ผ่านการส่งผ่านราคาสินค้า กอปรกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทรงตัวสูงเอื้อต่อการ Recovery ของเศรษฐกิจอินโดฯ บวกต่อธนาคาร Permata


หุ้นตัวถัดมาคือ  MINT  ราคาเป้าหมาย 42.50  บาท  การฟื้นตัวชัดขึ้นตั้งแต่ 2Q65แม้แนวโน้มการดำเนินงานของ NH Hotel ใน EU มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตั้งแต่ 2Q65 สะท้อนจาก Occupancyrate เม.ย. อยู่ที่ประมาณ 63% (2Q62 ที่ 75%) และมีทิศทางดีต่อเนื่อง ส่วนค่าห้องพักปรับเพิ่มจาก 90 ยูโรต่อห้องต่อคืนในงวด 1Q65 มาที่ 110 ยูโรต่อห้องต่อคืน 


ส่วนโรงแรมไทยคาดการณ์ฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ 2H65 โดยเฉพาะ4Q65 หนุนด้วยแผนการเปิดประเทศของภาครัฐและ HighSeason ของท่องเที่ยวไทยคงสมมติ ฐานกำไรปี 2565 - 66 ฟื้นตัวสู่ระดับ 36% และ68% ของฐานกำไรปี 2562 ตามลำดับ มองหากราคาปรับฐานจากการดำเนินงานที่ผิดจากตลาดคาด สามารถ

ทยอยสะสมได้


หุ้นอีกตัวคือ  STEC ทุกอย่างจะดีขึ้นตามลำดับงวด 1Q65 กำไรสุทธิ 232 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%YoYรายได้ก่อสร้างยังไม่กลับสู่ระดับปกติจากปัญหาขาด

แคลนแรงงาน แต่มีอัตรากำไรดีขึ้นจากสัดส่วนงานmargin ต่ำที่ทยอยหมดลง เชื่อแนวโน้มผลประกอบการช่วงที่เหลือของปีจะดีขึ้นเรื่อยๆ ตามยอดรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น จากการที่ภาครัฐเปิดให้มีการนำเข้าแรงงานต่างด้าว


 โดย STEC ยังมี Backlog รอรับรู้รายได้มากกว่า1.2 แสนล้านบาท รองรับรายได้ช่วง 4 ปีข้างหน้าราคาหุ้นปรับตัวลดลง 12% นับจากต้นปี สวนทางกับ

พื้นฐานของบริษัทที่มีพัฒนาการเชิงบวกอย่างชัดเจนปัจจุบัน STEC ซื้อขายที่ PBV ต่ำเพียง 1.10 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ถึง 67% และมีค่า PER ต่ำเพียง17.2 เท่า ประเมิน FV อิง Historical PER 24 เท่า ได้18.00 บาท แนะนำ ซื้อ

หุ้นเด่นวันนี้ ! 5 โบรกสกรีน 14 หุ้นน่าลงทุน  ชูเปิดเมือง-รับอานิสงส์บาทอ่อน    TNN Wealth

 

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส   บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า  วันนี้คาด SET แกว่งขึ้น ในกรอบแนวรับ 1,610 จุด และแนวต้าน 1,640 จุดเน้นหุ้นแนวโน้มกำไรเด่น 


โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำ SNNP  คาดกำไร 2Q65เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้ง QOQ และ YoY จากยอดขายทั้งในและต่างประเทศขยายตัวผสานกับอัตรากำไรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อีกทั้งโรงงานในเวียดนามคาดเดินหน้าได้ตามแผน ซึ่งจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือน ต.ค. เพิ่มกำลังผลิตและการลดต้นทุนมากยิ่งขึ้น

เป้าหมายเชิงคลยุทธ์ 18.8 บาท

 

หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ   CKP คาด 2Q65&3Q65 จะฟื้นตัวมีกำไรที่เด่น แรงหนุนจากจีนปล่อยน้ำในเขื่อน และ ปีนี้ฝนตกชุก รวมถึงฝนมาเร็วกว่าปกติประมาณหนึ่งเดือน และล่าสุดโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง1,460MW ได้ลงนาม Tariff  MOU แล้ว ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มเป็น 3,627MWเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 6.5 บาท

หุ้นเด่นวันนี้ ! 5 โบรกสกรีน 14 หุ้นน่าลงทุน  ชูเปิดเมือง-รับอานิสงส์บาทอ่อน    TNN Wealth


บล.ไทยพาณิชย์    คาด SET มี upside จำกัด บริเวณแนวต้าน 1,630-1,637 จุด โดยตลาดยังขาดปัจจัยหนุน ขณะที่ยังเผชิญปัจจัยกดดันหลักจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยติดตามรายงานประชุมได้ในสัปดาห์นี้ และรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐจำนวนมากในสัปดาห์นี้ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแสดงสัญญาณชะลอตัว ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,605 และ 1,590 จุด ตามลำดับ หากต่ำกว่า เริ่มเป็นลบ



หุ้นเด่นวันนี้ แนะนำ    CBG (ราคาเป้าหมาย 118.00 บ.) คาดกำไรจะทำจุดต่ำสุดใน 1H65 และจะเข้าสู่ขาขึ้นตั้งแต่ 2H65 จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุน (คาดราคาอลูมิเนียมทำจุดสูงสุดไปแล้วใน 1Q65) การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเติบโตของปริมาณการขายในตลาดต่างประเทศ


 หุ้นเด่นอีกตัวคือ    PSL (ราคาเป้าหมาย IAA consensus 25.50 บ.) คาดยังได้อานิสงส์บวกต่อเนื่องจากค่าระวางเรือที่กลับมาอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยล่าสุด BDI Index อยู่ที่ระดับ 3,344 จุด (+1.7%DoD) สูงสุดในรอบ 5 เดือน รับแรงหนุนจีนเตรียมคลายล็อกดาวน์หนุนดีมานด์ขนส่งเพิ่ม ขณะที่อุปทานเรือยังมีน้อยกว่าความต้องการ


 หุ้นเด่นวันนี้ ! 5 โบรกสกรีน 14 หุ้นน่าลงทุน  ชูเปิดเมือง-รับอานิสงส์บาทอ่อน    TNN Wealth


ขณะที่ บล.กสิกรไทย   มองดัชนีหุ้นไทยวันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ   1,610-1,640 จุด โดยหุ้นเด่นวันนี้แนะนำ 3 ตัวคือ CPALL ราคาปัจจุบัน 64.75  บาท   ราคาเป้าหมาย    71   บาท CBG  ราคาปัจจุบัน  108.50บาท ราคาเป้าหมาย 119.50    บาท และ KAMART   ราคาปัจจุบัน 4.94     บาท ราคาเป้าหมาย 5.45 บาท

 


 



ศึกษาการลงทุนเพิ่มเติมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คลิกที่นี่ 


ที่มา : บล.หยวนต้า,  บล.เอเซียพลัส, บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย), บล.ไทยพาณิชย์ ,บล.กสิกรไทย

ภาพประกอบข่าว : AFP,  TNN Online,พิกซาเบย์

อัลบัมรูปภาพ 5ภาพ

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง