หุ้นไทยไซด์เวย์อัพแรงหนุนราคาน้ำมันดิบพุ่ง

TNN ONLINE

WEALTH

หุ้นไทยไซด์เวย์อัพแรงหนุนราคาน้ำมันดิบพุ่ง

หุ้นไทยไซด์เวย์อัพแรงหนุนราคาน้ำมันดิบพุ่ง

โบรกมองหุ้นไทยไซด์เวย์อัพแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี หลังซาอุดิอาระเบียตรึงกำลังการผลิตน้ำมันอีก 2 เดือน บล.ไทยพาณิชย์ชูหุ้นขนาดใหญ่ราคาแลกการ์ด ฝั่งบล.เอเซียพลัส แนะนำ PTT- CPF-AMATA

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีแนวโน้ม sideway up ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปี จากที่ซาอุดิ อาระเบียจะไม่เพิ่มกำลังการผลิต 2 เดือนถึงเดือนเม.ย.นี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐ (Bond Yield) อายุ 10 ปีปรับตัวสูงขึ้น โดยจะส่งผลดีตลาดหุ้นไทยที่ส่วนใหญ่เป็นหุ้นวัฎจักรเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์และ กลุ่มพลังงาน

นอกจากนี้วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ คาดน่าจะส่งผลให้หุ้นในเอเชียปรับตัวขึ้น โดบในรายละเอียดร่างกฎหมายดังกล่าวจะไม่เหมือนเดิม ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะโหวตในวันอังคารนี้ จึงยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประเมินแนวรับที่ 1,530 จุด แนวต้านที่ 1,550-1,560 จุด

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส มองว่า Risky Asset กลับมาคึกคัก ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐ (Down Jones) ที่ฟื้นตัวแรง 1.8% และราคาน้ำมันดิบเกือบ 4% ส่วนหนึ่งเกิดจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐและจีนฟื้นตัวดีกว่าคาด (ตามหัวข้อด้านบน) ขณะที่ดอลลาร์ที่แข็งค่าเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ค่าเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าและยืนเหนือ 30 บาท/เหรียญอีกครั้ง ในปีนี้

ส่วนตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นพิเศษ โดยตลอด 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นแรงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกกว่า 3.16% และยังมี Momentum ให้ Outperform ต่อ ทั้งจากการคุม Covid-19 ได้ดี และเริ่มมีการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้นส่วนใหญ่ในตลาด ที่มีลักษณะการฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ หรือ Cyclical และปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติกลับมาให้น้ำหนักในการลงทุนหุ้นกลุ่มนี้มากขึ้น ทำให้เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยจะเป็นที่หมายปอง และเป็นแม่เหล็กดูด Fund Flow ได้ดีในช่วงต่อจากนี้กลยุทธ์การจัดพอร์ตเน้นหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งที่มี Beta สูง มีโอกาสฟื้นตัวได้แรงกว่าตลาด รวมถึงเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อย่าง PTT (ราคาน้ำมันขึ้น), CPF (บาทอ่อน), AMATA (วัคซีนพาสปอร์ต) เป็น Top pick

สำหรับ PTT (FV @ 40.50) มุมมองเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว หนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น 70 เหรียญฯ ถือเป็นบวกต่อหุ้นน้ำมันอย่าง PTT รวมถึงผลการดำเนินงานค่อยๆฟื้นตัวตามเศรษฐกิจในภาพใหญ่ หนุนความต้องการใช้ปิโตรเลียม/ปิโตรเคมีกระเตื้องขึ้น คาดกำไรงวด 1Q64 มีแนวโน้มดีขึ้น QoQ จากทุกธุรกิจทั้งธุรกิจก๊าซฯ และโรงแยกก๊าซฯของ PTT จากความต้องการใช้ที่กระเตื้องขึ้นตามเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่คาดจะได้รับอานิสงค์จากทั้งค่าการกลั่น และ spread ปิโตรเคมีที่จะเห็นการฟื้นตัว โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 64 เท่ากับ 48.50 บาท มี Upside ประมาณ 20% อีกทั้งราคาหุ้น laggard กลุ่มฯและราคาน้ำมันอยู่มาก

ถัดมาเป็น CPF (FV @ 42.00) ธุรกิจหลักยังดีต่อเนื่องในปี 2564 จากธุรกิจสุกรในไทย จีนและเวียดนามดีต่อเนื่อง จากปัญหาสุกรขาดแคลน ธุรกิจกุ้งเติบโต่อเนื่อง และช่องทางการขายสินค้าผ่าน LOTUS’s มากขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้แนวโน้มกำไรปกติงวด 1Q64 จะเพิ่มขึ้นจากงวด 4Q63 และ 1Q63 นอกจากนี้ ยังมีสินค้าใหม่ อาทิ Plant based meat ที่จะเริ่มเปิดตัวในไทยในพ.ค. 64 และเตรียมส่งออกไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ยังศึกษาทำธุรกิจกัญชงครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วย ซึ่งล้วนเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมี Valuation สนใจ มีค่า PER เพียง 9 เท่า PBV เพียง 1.1 เท่า และมี Upside สูงเกือบ 45% บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่ากว่า 2%ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อราคาหุ้นส่งออกอย่าง CPF อีกแรง

ปิดท้ายที่ AMATA (FV @ 24.99) คาดกำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 1.27 พันล้านบาท +15.7%YoY จากยอดขายที่ดินปี 2564 จะค่อยๆกระเตื้องขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และโดดเด่นช่วง 2H64 คาดว่า Presale ปี 2564 จะเพิ่มจากปีก่อนเป็น 480 ไร่ (ไม่รวมเมียนมาร์) นอกจากนี้ AMATA ได้ยื่นขอใบอนุญาตลงทุนโครงการ AMATA Power Long Thanh และ AMATA Power Ha Long เพื่อให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าในเวียดนาม คาดว่านิคมฯทั้ง 2 แห่ง จะสามารถขาย Presale ได้ในปีนี้ ขณะที่ราคาหุ้นยังมี Upside สูงกว่า 35% ถือเป็นโอกาสสะสม

รายงานข่าวจากบล.ไทยพาณิชย์แจ้งว่า เลือกหุ้นขนาดใหญ่ที่ laggard มี valuation น่าสนใจ ได้แก่ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองและฉีดวัคซีน CPALL, HMPRO,CENTEL, MINT, BDMS, BEM ส่วนหุ้นขนาดเล็กเน้นหุ้นเติบโตเด่น TNP, NER, TWPC, STARK, ZEN ทางด้านพอร์ตเก็งกำไรยังคงเกาะกระแสหุ้นกัญชง DOD, RBF เน้นเข้าเก็งกำไรเมื่ออ่อนตัว

ทั้งนี้แนะนำ CHG (ราคาเป้าหมาย 3.30 บาท) เราปรับประมาณการกำไรปี 64-65 ขึ้น สะท้อนรายได้เพิ่มเติมจากบริการบริหารโรงพยาบาล หนุนให้คาดการณ์กำไรปีนี้โตเด่น 18% และแนะนำ PTG (ราคาเป้าหมาย IAA consensus 22.10 บาท) คาดกำไรปี 64 โตต่อเนื่อง ทั้งยังประจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจ non-oil ที่มีอัตราการเติบโตที่ดีกว่า ส่วนธุรกิจชาร์จ EV จะเริ่มในปีนี้ กรอบแแนวรับแรก 1,538 จุด แนวรับถัดไป 1,530จุดแนวต้านแรก 1,550 จุด และแนวต้านถัดไปที่ 1,560 จุด


หุ้นไทยไซด์เวย์อัพแรงหนุนราคาน้ำมันดิบพุ่ง



ข่าวแนะนำ