เงินบาทอ่อนยืนอันดับบ๊วยสุดในภูมิภาค

TNN ONLINE

WEALTH

เงินบาทอ่อนยืนอันดับบ๊วยสุดในภูมิภาค

เงินบาทอ่อนยืนอันดับบ๊วยสุดในภูมิภาค

"รุ่ง"เผยการเคลื่อนไหวสกุลเงินภูมิภาคตั้งแต่ 1 ก.พ.-24 ก.พ. เยน-ญี่ปุ่นยืนอ่อนสุด รองลงมาเป็น เปโซ-รูเปียห์-หยวน ส่วนเงินบาทอยู่อันดับบ๊วย คาดกรอบสัปดาห์หน้า 29.90- 30.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

น.ส. รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทสัปดาห์หน้าคาดว่าจะเคลื่อนไหวที่ระดับ 29.90- 30.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคือข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ภาคบริการถ้าออกมาดีจะทำให้มีแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ผู้ติดเชื้อโควิคที่สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ

เริ่มฟื้นตัวหลังการกระจายวัคซีนเริ่มมากขึ้น

สำหรับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลหรือบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นแรงหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นและกดเงินบาทให้อ่อนค่าลง นอกจากนี้ตลาดมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้งหลังจาก ที่สหรัฐฯ มีแผนออก

มาตรการเยียวยากระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐและอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาฯแม้ว่าเฟดจะยังคงใช้นโยบายแบบผ่อนคลายและยังไม่ถอนมาตรการคิวอี เนื่องจากยังมีความเป็นห่วงเรื่องตลาดแรงงาน ด้านประ

เด็นเรื่องการเมืองในประเทศมีผลจำกัด แต่ต้องรอการแต่งตั้งครม.ชุดใหม่ว่าใครจะเข้ามาทำหน้าที่แทนรมต.ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมือง


ทั้งนี้หากเทียบค่าเงินในสกุลภูมิภาค ตั้งแต่ต้นก.พ ถึง 25ก.พ.ที่ผ่านมาพบว่า เยน-ญี่ปุ่นอ่อนค่าสุด 1.2% รองลงมาคือเปโซ-ฟิลิปปินส์1.1% รูเปียห์-อินโดนีเซีย 0.51% หยวน-จีน 0.35%บาท-ไทย 0.3% ส่วนสกุลเงินที่แข็งค่าประกอบด้วย ดอลลาร์-ไต้หวัน 1.45% วอน-เกาหลีใต้ 0.97% รูปี-อินเดีย 0.85%ดอลลาร์-สิงคโปร์ 0.78% ริงกิตมาเลเซียทรงตัว อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ 1 ก.พ.-24 ก.พ. ชาติขายสุทธิหุ้นไทย 11,000 ล้านบาทขายสุทธิพันธบัตร 5,400 ล้านบาท ขณะที่ม.ค.ขายสุทธิหุ้นไทยและพันธบัตรไป 11,000 ล้านบาท ทำให้เงินทุนไหลออกต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2


ส่วนการที่ไทยเริ่มฉีดวัคซีนโควิดเป็นเรื่องทีดีถ้ากระจายวัคซีนไปยังผู้ติดเชื้อโดยเร็วดึงความเชื่อมั่นและทำให้เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น โดยเฉพาะภาคบริการ การท่องเที่ยว เนื่องจากไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลักพอเจอโควิดรอบ2

ทำให้ท่องเที่ยวแย่ลงอีกขาดสภาพคล่อง ซึ่งเชื่อว่าท่องเที่ยวไทยจะกลับมาฟื้นได้เหมือนก่อนโควิดต้องใช้เวลา 2 ปี เพราะรายได้ของ ไทยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ภาคบริการและการท่องเที่ยวหากยังเปิดประเทศไม่ได้ก็จะส่งผลกระทบในภาพรวม คาดว่าอย่างเร็วสุดจะเปิดประเทศได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ แต่ต้องดูประเทศอื่นด้วย


ด้านการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทสิ้นไตรมาส 1/64 คาดว่าแตะที่ระดับ 29.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สิ้นปีแตะที่ 29.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยขึ้นอยู่กับนโยบายการเงินของสหรัฐฯเป็นหลัก แม้ว่าเฟดจะไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย แต่หากเงินเฟ้อที่อยู่ระดับสูงทำให้ไม่สะท้อนเศรษฐกิจที่แท้จริงดังนั้นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าสหรัฐฯจะมีมาตรการการเงินและการคลังอย่างไรต่อไป ส่วนเงินบาทแนวโน้มแข็งค่า แต่ไม่ได้ปรับขึ้นเร็วนัก โดยในช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเคลื่อนไหวขึ้นลงประมาณ 0.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น เนื่องจากพักฐานรอปัจจัยใหม่ชี้นำ แต่ทั้งนี้ต้องดูบัญชีเดินสะพัดและดุลการค้ายังเกินดุลต่อเนื่องหรือไม่ ถ้าเกินดุลจะทำให้เงินบาทกลับมาแข็งค่า

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง