โบรกมองหุ้นไทยผันผวน ระวังแรงเทขายทำกำไร

TNN ONLINE

WEALTH

โบรกมองหุ้นไทยผันผวน ระวังแรงเทขายทำกำไร

โบรกมองหุ้นไทยผันผวน ระวังแรงเทขายทำกำไร

โบรกมองหุ้นไทยผันผวน แม้เฟดส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่นักลงทุนสลับกลุ่มลงทุนในตลาดใหญ่ เตือนระวังแรงขายทำกำไร บล.ไทยพาณิชย์แนะนำหุ้น EA บล.เอเซียพลัสชู 3 หุ้นเด่น CPF-MINT-NER

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งตัวและมีแนวโน้มย่อตัวลงได้ในระหว่างทาง หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนผ่อนคลายได้ในระดับหนึ่ง


แต่มีการ Rotation ด้วยการขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเกิดขึ้นในตลาดใหญ่ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และย้ายเข้ามาลงทุนพวกกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ดังนั้นจะเห็นตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวทั้ง

ในแดนบวก-ลบตามการ Rotation ของแต่ละตลาดนอกจากนี้ หลายประเทศเริ่มมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว ซึ่งไทยก็จะเริ่มในไม่ช้านี้ ดังนั้นหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากวัคซีนก็จะปรับตัวได้ดีขึ้น ยกเว้น บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) อาจรับผลลบจากประกาศเพิ่มทุน


ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามคือความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ การทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 4/63 ในช่วงที่เหลือ โดยแนะนำทยอยขายเมื่อปรับขึ้น และซื้อเติมพอร์ตหากราคาย่อตัว เนื่องจากตลาดยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้มีโอกาสผันผวนได้ประเมินแนวรับ 1,493-1,480 จุด แนวต้าน 1,513-1,520 จุด


รายงานข่าวจากบล.ไทยพาณิชย์แจ้งว่า SET ผันผวน แม้วัคซีนเป็นปัจจัยหนุน แต่ตลาดหุ้นต่างประเทศพักตัว ทำให้ SET ต้องระวังแรงขายทำกำไรวันนี้ โดยพอร์ตหลัก ยังรอสัญญาณการเข้าซื้อรอบใหม่ ส่วนพอร์ตเก็งกำไร selective buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและเก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง ดังนี้ 1. Global Policy Play เน้นย่อซื้อ : EA ,PTTEP, PTT ,TOP 2.หุ้นเกาะกระแสกัญชา เน้นโรงสกัด : IP, DOD, RBF เทรดดิ้งและกำหนดจุด stop loss 3. หุ้นที่คาดกำไร 4Q63 เติบโตดี 1Q64 สดใส : CPF, BAM ,TNP, WICE


อย่างไรก็ตาม แนะนำ EA (ราคาเป้าหมาย 71.00 บาท) คาดงบ 4Q63 เติบโตจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมและธุรกิจปาล์ม ส่วนปี 64 คาดธุรกิจ EV โตอย่างมีนัยฯ ธุรกิจแบตเตอรี่เฟส 1 ขนาด 1GWh จะเริ่ม COD ต้นปีนี้ และเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์วัคซีนและงบดุลดี AOT, MINT, CPN, BDMS


ด้านบล.เอเซียพลัสแนะนำหุ้น CPF (FV@42.00) คาดกำไรสุทธิปี 2563-64 จะเติบโต 32.8% yoy และ 4.7% yoy จากธุรกิจสุกรในไทย เวียดนามและจีนเติบโตชัดเจน จากราคาสุกรในไทย จีนและเวียดนามยืนสูงต่อเนื่อง จากปัญหาสุกรขาดแคลนในภูมิภาคเอเชีย กำหนด Fair Value ปี 2563 เท่ากับ 42 บาท อิง PBV 1.7 เท่า ราคาหุ้นมี Valuation สนใจ ที่ PER เพียง 9 เท่า และสามารถคาดหวังปันผลได้กว่า 3% จึงแนะนำซื้อลงทุนระยะกลางถึงยาว


ถัดมาเป็น MINT (FV@34.00) สัปดาห์นี้ไทยจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรก คาดสร้าง Sentiment บวกต่อเศรษฐกิจไทย และการกระจายของวัคซีน COVID-19 ทั่วโลก ตั้งแต่ช่วง ธ.ค. โดยเฉพาะในยุโรป ประกอบกับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกเริ่มลดลง ช่วยลด Downside ต่อประมาณการ ที่คาดเริ่มเห็นผลขาดทุนต่ำลงตั้งแต่ 2H64 คงแนะนำ ซื้อ ตามธีมวัคซีนยุโรป


ปิดท้ายที่ NER (FV@ 6.2) คาดทิศทางกำไรสุทธิปี 2564 จะเติบโตอีก 22% yoy จาก Volume ขายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ NER ยังได้มีการศึกษาทำ ธุรกิจปลูกกัญชงและสกัดน้ำมันกัญชง แต่ยังไม่มีแผนทำธุรกิจในระยะสั้น Valuation และปันผลยังน่าสนใจ 4.9%


โบรกมองหุ้นไทยผันผวน ระวังแรงเทขายทำกำไร

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง