หุ้นไทยเผชิญสารพัดปัจจัยใน-นอกประเทศ ไปต่อหรือพักฐาน!

TNN ONLINE

WEALTH

หุ้นไทยเผชิญสารพัดปัจจัยใน-นอกประเทศ ไปต่อหรือพักฐาน!

หุ้นไทยเผชิญสารพัดปัจจัยใน-นอกประเทศ ไปต่อหรือพักฐาน!

ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้าต้องเผชิญปัจจัยบวก-ลบ ทั้งภายในและนอกประเทศจะวิ่งฉิวหรือพักฐานตามไปหาคำตอบได้ที่ TNNONLINE

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บล. เอเชียพลัส เปิดเผยว่า แนวโน้มภาวะตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าคาดว่าไซด์เวย์อัพจากภาวะเงินทุนที่ไหลเข้าระยะกลางและระยะยาวในตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีความผันผวนเทขายทำกำไรออกมาบ้าง

ทั้งนี้เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ยังเดินหน้าใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด ประกอบกับนโยบายของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่มีแผนปรับขึ้นภาษีนิติบุคคล หนุนให้ฟันด์โฟลว์ไหลออกสหรัฐฯ และล่าสุดได้ ประกาศ “American Rescue Plan” หรือมาตรการเยียวยาผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด มูลค่ามากกว่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ กระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 9 % ของ GDP โดยพุ่งเป้าไปที่การแจกเงินรอบใหม่ สำหรับชาวอเมริกันที่กำลังยากลำบาก รวมถึงวัคซีนโควิดจะเป็นปัจจัยบวกปลดล็อกให้หุ้นปรับตัวขึ้น

" แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยหยุดรอดูสถานการณ์และประเมินภาวะแวดล้อม แต่คาดว่าตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ยังเป็นขาขึ้นเงินทุนยังไหลเข้ามาในหุ้นไทย โดยหุ้นที่เป้าหมายของนักลงทุนยังเป็นหุ้นขนาดใหญ่ "

สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามมี 5 ประเด็นหลัก แบ่งเป็นต่างประเทศ 3 ประเด็น คือ จีนประกาศ GDP ในไตรมาส 4/63 ในวันที่ 18 ม.ค. โดย consensus คาดการณ์ว่าเติบโต 6.5% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่ถ้าหากเทียบกับไตรมาส 3/63 เติบโตเพียง 4.9% ซึ่งถ้าเป็นไปตามคาดจะเป็น sentiment เชิงบวก ต่อการลงทุน และทำให้ราคาน้ํามันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น

ส่วน GDP ของไทยจะประกาศในวันที่ 17 ก.พ.นี้ โดยฝ่ายวิจัยบล. เอเชียพลัสคาดว่า GDP ในไตรมาส 4/63 ติดลบ 4% ทั้งปี 63 ติดลบ 6.5% ส่วนในปี 64 บวก 4.1 % เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว หลังจากฉีดวัคซีนต้านโควิดให้กับประชากรโลกประสบผลสำเร็จ

นอกจากนี้เกาะติดการประชุมธนาคารกลางนานาชาติครั้งแรกในปีฉลู เช่น ธนาคารกลางบราซิล ธนาคารกลางเม็กซิโก ธนาคารกลางมาเลเซีย ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) และธนาคารกลางอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ธนาคารกลางของโลกยังใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการคิวอี เพื่อพยุงเศรษฐกิจ จะทำให้นักลงทุนโยกเงินลงทุนหาหาผลตอบแทนสูงขึ้น รวมถึงนโยบายของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ซึ่งเตรียมเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ม.ค.นี้

ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 3 ก.พ. นี้ ฝ่ายวิจัยฯประเมินว่า อาจจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้ง 0.25% ในไตรมาส 1/64 เป็นผลมาจากการระบาดโควิดรอบใหม่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว และผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในบางจังหวัด ขณะที่ดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ที่ 0.7%

ด้านปัจจัยในประเทศมี 2 ประเด็นหลักคือประกาศงบในไตรมาส 4/63 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจากการศึกษางบ 8 บริษัท คาดว่ากำไรจะอยู่ที่ 26,000ล้านบาท ลดลง 9% หากเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ถ้าเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนปรับตัวลง 36.3% นอกจากนี้ fund Flow ที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยจะหันไปลงทุนในหุ้นที่พื้นฐานแข็งแกร่ง เช่น TISCO ราคาเป้าหมาย 95 บาท จ่ายปันผล 4% BBL ราคาเป้าหมาย 154 บาท เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายใหญ่

ขณะเดียวกันต้องดูว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)จะพิจารณาผ่อนคลายล็อกดาวน์หรือเข้มงวดพื้นที่แพร่ระบาดโควิดพื้นที่ไหนเพิ่มเติมหรือไม่ แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศ เริ่มปรับตัวลดลงจาก 350 ราย เหลือเพียง 230 ราย ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ดีขึ้น และถ้ามีข่าวแนวโน้มผู้ติดเชื้อ ทรงตัวหรือปรับตัวลดลงก็มีโอกาสจะเห็นมาตรการผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อตลาด

อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นและจะส่งผลดีต่อสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ราคาน้ำมันดิบ กากถั่วเหลืองมีราคาสูงขึ้น โดยหุ้นที่น่าลงทุนช่วงนี้คือ TVO ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 37 บาท คาดว่ากำไรในไตรมาส 4/63 ปรับตัวดีขึ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ราคากากถั่วเหลืองได้ปรับตัวสูงขึ้นทุบสถิติสูงสุดในรอบ 6 ปี และผลตอบแทนสูงที่ระดับ 6.1 %

ถัดมาเป็นหุ้น SCC เป้าหมายของ fund Flow คาดว่ากำไรไตรมาส 4/63 ปรับตัวดีขึ้น ราคาเป้าหมาย 450 บาท รวมถึงหุ้น OSP ราคาเป้าหมาย 41 บาท เนื่องจากคาดว่างบในไตรมาส 4/63 ออกมาดี เป็นผลมาจากยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังเติบโต โดยเฉพาะในประเทศเมียนมาร์ ส่วนกรอบการคลื่อนไหวการลงทุนสัปดาห์หน้าประเมิน แนวรับแรกอยู่ที่ 1,500 จุด แนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,485 จุด แนวต้าน 1,550 จุด


เกาะติดข่าวที่นี่

website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE

ข่าวแนะนำ