TNN online ให้ทอนยังไง? "ยำยำช้างน้อย" ขึ้นราคาเป็น 3.30 บาท

TNN ONLINE

Wealth

ให้ทอนยังไง? "ยำยำช้างน้อย" ขึ้นราคาเป็น 3.30 บาท

ให้ทอนยังไง? ยำยำช้างน้อย ขึ้นราคาเป็น 3.30 บาท

ยำยำช้างน้อย ปรับราคาขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็น 3 บาท 30 สตางค์ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

รายงานข่าวจากร้านค้าปลีกค้าส่ง เผยว่า ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ "ยำยำ" ปรับราคาขาย "ยำยำ ช้างน้อย" อีกซองละ 30 สตางค์ จากซองละ 3 บาท เป็นซองละ 3.30 บาท 


นายกิติพศ ชาญถาวรกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท วันไทย อุตสาหกรรมการอาหาร จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ "ยำยำ" กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 บริษัทปรับราคาขาย ยำยำ ช้างน้อย อีกซองละ 30 สตางค์ จากซองละ 3 บาท เป็นซองละ 3.30 บาท หลังไม่ได้ปรับราคามากว่า 10 ปี เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะแป้งสาลีและน้ำมันปาล์ม อีกทั้งยังมีต้นทุนค่าพลังงาน ค่าขนส่งและอื่นๆอีก ขณะที่สงครามรัสเซียกับยูเครนยังไม่มีทีท่าจะยุติ จึงทำให้ต้นทุนยังคงผันผวน


โดยได้ยื่นขอกรมการค้าภายใน ปรับราคาขึ้นซองละ 1 บาท แต่ได้รับอนุมัติให้ขึ้นได้ 30 สตางค์ต่อซอง ซึ่งคงไม่ส่งผลต่อตลาดมากนัก เพราะเป็นสินค้าที่ผลิตไม่มาก ไม่ใช่สินค้าหลัก ทำเพื่อรองรับตลาดกลุ่มเด็ก ๆ 


นอกจากนี้เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ได้ออกสินค้าตัวใหม่เจาะตลาดพรีเมียม เป็นยำยำพลัส จำหน่ายในราคาซองละ 11 บาท เป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าเพิ่มเติม 


ทั้งนี้ มีคำถามตามมาว่า เมื่อหน่วยค่าเงินบาทของไทย และเหรียญกษาปณ์ที่ มีเพียง 25 สตางค์ และ 50 สตางค์ ที่เหลือเป็นเหรียญบาท ส่วนหน่วยสตางค์อื่น ๆ ใช้ภายในธนาคารเท่านั้น


แต่การที่กรมการค้าภายในให้ขึ้นราคาที่ 30 สตางค์ จึงเป็นซองละ 3.30 บาท จึงเป็นการสะท้อนว่า ภาครัฐได้ขึ้นราคาให้กับผู้ผลิตแล้ว แม้จะไม่ได้ถึงซองละ 1 บาท แม้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และ ผู้ผลิตก็ไม่อยากมีปัญหากับภาครัฐ ดังนั้นจึงมีการเสนอให้ขาย 3 ซอง 10 บาท เพราะลงตัวและซื้อง่ายสำหรับเด็ก ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก



ที่มาข้อมูล : TNN ONLINE

ที่มาภาพ : TNN

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง