TNN เช็กทิศทาง ราคาทองคำ ถ้าเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยมีผลอย่างไร?

TNN

Wealth

เช็กทิศทาง ราคาทองคำ ถ้าเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยมีผลอย่างไร?

เช็กทิศทาง ราคาทองคำ ถ้าเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยมีผลอย่างไร?

กูรู ชี้ราคาทองสัปดาห์หน้ายังประเมินยาก มองทิศทางทองคำระยะยาวยังแข็งแกร่ง แม้ระยะกลางปรับฐาน จับตาการเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครนและวิกฤติพลังงานทั่วโลก แนะขายทำกำไรที่แนวต้าน 1,966-2,009 ดอลลาร์ และรอสะสมที่แนวรับ 1,890-1,870 ดอลลาร์

วันนี้( 2 เม.ย.65)  นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า สถานการณ์ ราคาทองคำ ในสัปดาห์หน้า ยังคงคาดเดาได้ยาก เนื่องจากมีปัจจัยของเศรษฐกิจโลกเข้ามาเกี่ยวข้องนอกเหนือจากสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่เวลานี้มองว่าการเจรจามีแนวโน้มที่ดี ราคาทองคำในตลาดโลกควรปรับตัวลดลง แต่มีปัจจัยเศรษฐกิจโลกชะลอตัว หลังมีการประกาศคว่ำบาตรทางการเงินรัสเซีย ส่งผลทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า นักลงทุนจึงหันมาซื้อทองคำ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ราคาทองคำที่ควรจะปรับตัวลดลงจึงกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ทั้งที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด มีโอกาสที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย


อย่างไรก็ตามหาก ราคาทองคำ จะปรับตัวลงก็เชื่อว่าจะไม่ปรับตัวลงแรง ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครนเป็นสำคัญที่เวลานี้มองว่ามีท่าทีประนีประนอมมากขึ้น แต่ก็ยังคงต้องมีการจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีเรื่องของราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น


ด้านนางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดล่วงหน้า (TFEX) เปิดเผยว่า  ทิศทาง ราคาทองคำ ในช่วงนี้ว่าจะยังแกว่งตัวออกด้านข้าง แม้ว่าเผชิญแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ  แต่ตลาดเชื่อมั่นว่าเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป เนื่องจากราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ยังอยู่ในระดับสูง  แม้การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนจะมีความคืบหน้า  แต่การที่รัสเซียประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับการซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียต้องจ่ายเป็นเงินรูเบิ้ลเท่านั้น   ยิ่งทำให้วิกฤติพลังงานทั่วโลกอาจทวีความรุนแรงขึ้น   ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีและ 10 ปีเพิ่งเกิดภาวะผกผัน(Inverted Yield Curve)ในช่วงสั้นๆ  ทำให้ตลาดเริ่มวิตกว่าหากเกิด inverted yield curve ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีอีกครั้งและต่อเนื่องจะสะท้อนโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญกับสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในอนาคต


ทั้งนี้ วายแอลจีมีคำแนะนำนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำให้เน้นทำกำไรในกรอบ ขึ้นขาย-ลงซื้อ พร้อมตั้งตัดขาดทุนหากราคามาเป็นไปตามคาดการณ์ โดยมีแนวรับที่ 1,890-1,870 ดอลลาร์ต่อออนซ์  แนวต้านที่ 1,966-2,009 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนทองคำในประเทศคาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31,000-30,000 บาท 


ที่มา : นายกสมาคมค้าทองคำ  ,วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส 

ภาพ : AFP

ข่าวแนะนำ