TNN online รบ.แจง กทม. ยกเลิกงานปีใหม่แค่ 2 ที่ ยันเอกชนที่ได้รับอนุญาตจัดได้

TNN ONLINE

สังคม

รบ.แจง กทม. ยกเลิกงานปีใหม่แค่ 2 ที่ ยันเอกชนที่ได้รับอนุญาตจัดได้

รบ.แจง กทม. ยกเลิกงานปีใหม่แค่ 2 ที่ ยันเอกชนที่ได้รับอนุญาตจัดได้

โฆษกรัฐบาล ยืนยันเอกชนที่ได้รับอนุญาตแล้วสามารถ​จัดงานช่วงปีใหม่ได้ กทม.ยกเลิกเฉพาะงานเป็นเจ้าภาพ คือสวดมนต์ข้ามปี-งานรื่นเริง ถ.ลาดหญ้า

วันนี้( 23ธ.ค.64) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย จากกรณีที่มีความเข้าใจผิดจากกระแสข่าว กรุงเทพมหานครแถลงข่าวยกเลิกการจัดงานเทศกาลขึ้นปีใหม่นั้น พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รายงานข้อเท็จจริงให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมในฐานะ ผอ. ศบค. ทราบว่า กรุงเทพมหานครงดการจัดงานในส่วนงานที่เป็นเจ้าภาพจัดเองในปีนี้ ซึ่งมีเพียง 2 งาน คือ

1.งานสวดมนต์ข้ามปี ที่บริเวณด้านหน้าลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

2.งานรื่นเริง ที่ถนนลาดหญ้า

ส่วนภาคเอกชนที่ได้ยื่นขออนุญาตจัดงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และได้รับอนุญาตแล้วสามารถจัดงานได้ โดยกำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการเฝ้าระวังโควิด -19 ตามที่ ศบค.ได้กำหนดไว้

นายธนกร ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลประกาศยกเลิกกิจกรรมปีใหม่ทั้งหมดนั้น ไม่เป็นความจริง โดยยังคงอนุญาตให้มีการจัดงานกิจกรรมในช่วงวันปีใหม่ได้ ทั้งนี้ยึดตามมติคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 20/2564 ที่มีมติเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมาที่อนุญาตให้ทุกพื้นที่ให้เปิดบริการและดื่มสุราได้ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 64 - 1 ม.ค. 65 ได้ไม่เกิน 01.00 น. เฉพาะร้านที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก มาตรการจัดงานปีใหม่ตั้งแต่ 1,000 คน ขึ้นไป ผู้ร่วมงานต้องฉีดวัคซีน 2 เข็ม และ/หรือ มีการตรวจ ATK

ทั้งนี้ ยังสามารถจัดงานกิจกรรมในวันปีใหม่ได้ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ที่มีจัดงาน/กิจกรรม เป็นการบริหารจัดการของแต่ละพื้นที่ขึ้นกับ คณะกรรมการในระดับจังหวัดที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามผู้จัดงานให้ปฏิบัติตามประกาศ ศบค. และมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ทั้ง Covid Free Setting การคัดกรองผู้เข้าร่วมงาน การแสดงผลตรวจ ATK อย่างเคร่งครัด

ส่วนผู้ร่วมงานก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention การเว้นระยะ การสวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงอยู่ในที่แออัดด้วย






ภาพจาก เว็บรัฐบาล/AFP

ข่าวแนะนำ