
วันนี้ ( 10 สิงหาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ณ ห้องประชุมจันทบูร ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวให้การต้อนรับ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ที่ประชุมได้รับฟังการบรรยายสรุปความคืบหน้าและการแก้ไขปัญหาด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่จากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า และกรมการขนส่งทางบก นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้รับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาอุปสรรคด้านคมนาคมจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยถึงทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคมในพื้นที่ภาคตะวันออกว่า กระทรวงคมนาคมมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนโครงการสำคัญ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟทางคู่ต่อขยายจากระยอง เข้าสู่จันทบุรี และมุ่งหน้าไปยังจังหวัดตราด เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าเกษตรและผลไม้เศรษฐกิจสำคัญ เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย ส่งตรงถึงชายแดนเพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านและจีน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุปข่าว
วันนี้ ( 10 สิงหาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ณ ห้องประชุมจันทบูร ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวให้การต้อนรับ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ที่ประชุมได้รับฟังการบรรยายสรุปความคืบหน้าและการแก้ไขปัญหาด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่จากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมเจ้าท่า และกรมการขนส่งทางบก นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้รับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาอุปสรรคด้านคมนาคมจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยถึงทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคมนาคมในพื้นที่ภาคตะวันออกว่า กระทรวงคมนาคมมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนโครงการสำคัญ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟทางคู่ต่อขยายจากระยอง เข้าสู่จันทบุรี และมุ่งหน้าไปยังจังหวัดตราด เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าเกษตรและผลไม้เศรษฐกิจสำคัญ เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย ส่งตรงถึงชายแดนเพื่อส่งออกต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านและจีน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพรวมการพัฒนาและงบประมาณว่า แม้ในงบประมาณปี 2570 กระทรวงคมนาคมจะถูกปรับลดงบประมาณไปเกือบ 30,000 ล้านบาท ตามกรอบของสำนักงบประมาณ แต่กระทรวงฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะหาแนวทางเร่งรัดและชดเชยโครงการที่จำเป็นอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม การเกษตร และการท่องเที่ยว รัฐบาลจึงต้องกระจายการพัฒนาอย่างทั่วถึง และเข้าไปปิดจุดอ่อนในพื้นที่ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมอาจใช้เวลา แต่นำมาซึ่งผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่าในระยะยาวอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ได้มอบข้อสั่งการแก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมให้เร่งรัดและบูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัดและผู้แทนประชาชน เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและภาคตะวันออกเกิดผลเป็นรูปธรรม ช่วยอำนวยความสะดวก ปลอดภัย รองรับการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
- "พิพัฒน์" ถกแผนรับมือน้ำท่วม-น้ำแล้งภาคใต้ ตั้ง War Room เฝ้าระวัง 24 ชม.
- คมนาคมบูรณาการแผน 20 ปี เร่งโครงสร้างพื้นฐานหนุนเศรษฐกิจ
- “พิพัฒน์” หยัดได้ - คนใต้สิ้นสุดการรอคอย เร่งสร้าง 2 สะพาน พลิกโฉมคมนาคมภาคใต้
- คมนาคมถอดบทเรียนรถไฟชนรถเมล์ เร่งยกระดับความปลอดภัยจุดตัดทั่วประเทศ
- “พิพัฒน์” รับลูกแท็กซี่ไทย เดินหน้าลดต้นทุน-เพิ่มสถานีชาร์จ
ที่มาข้อมูล : กระทรวงคมนาคม
ที่มารูปภาพ : กระทรวงคมนาคม
