
หลังการประชุมสภากลาโหมเมื่อวานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำในเรื่องของความมั่นคงชายแดนเพื่อเสริมความพร้อมรบในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยพื้นที่ของกองกำลังสุรนารี ได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบใหม่ชายแดนโดยปรับเปลี่ยนจากเดิม 3 ฉก. (หน่วยเฉพาะกิจ) เป็น 4 ฉก. ใน 4 จังหวัดอีสานใต้
ได้แก่
ฉก.1 จังหวัดศรีสะเกษ (ตอนเหนือ)
ฉก.2 จังหวัดสุรินทร์
ฉก.3 จังหวัดศรีสะเกษ (ตอนใต้)
ฉก.4 (แบ่งมาจาก ฉก.1 เดิม) จังหวัดอุบลราชธานี
หลังจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็จะลงพื้นที่ใน 3 กองกำลัง โดยวันที่4 กค. พื้นที่กองกำลังบูรพา และ กองกำลัง จันทบุรี- ตราด และวันที่ 5 กค. จะไปที่กองกำลังสุรนารี เพื่อติดตามความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อให้เกิดความพร้อม อย่างเร็วที่สุด
ขณะที่ หน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 4 โดย กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4 ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมกำลังพล เพื่อรองรับการประเมินผลการฝึกทักษะการรบเพื่อเอาชนะ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถด้านร่างกาย ความแม่นยำในการใช้อาวุธ และความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจทางทหาร อาทิ การฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง โดยหมู่ปืนเล็กทำการยิงที่ระยะ 100 และ 200 เมตร และหมู่ปืนกลทำการยิงที่ระยะ 300 เมตร เพื่อพัฒนาความชำนาญและความแม่นยำในการใช้อาวุธประจำกายและประจำหน่วย
และ การเดินเร่งรีบในชุดครึ่งท่อนพร้อมเป้สนาม ระยะทาง 6 กิโลเมตร เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและความอดทนในการปฏิบัติ





สรุปข่าว
หลังการประชุมสภากลาโหมเมื่อวานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำในเรื่องของความมั่นคงชายแดนเพื่อเสริมความพร้อมรบในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยพื้นที่ของกองกำลังสุรนารี ได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบใหม่ชายแดนโดยปรับเปลี่ยนจากเดิม 3 ฉก. (หน่วยเฉพาะกิจ) เป็น 4 ฉก. ใน 4 จังหวัดอีสานใต้
ได้แก่
ฉก.1 จังหวัดศรีสะเกษ (ตอนเหนือ)
ฉก.2 จังหวัดสุรินทร์
ฉก.3 จังหวัดศรีสะเกษ (ตอนใต้)
ฉก.4 (แบ่งมาจาก ฉก.1 เดิม) จังหวัดอุบลราชธานี
หลังจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็จะลงพื้นที่ใน 3 กองกำลัง โดยวันที่4 กค. พื้นที่กองกำลังบูรพา และ กองกำลัง จันทบุรี- ตราด และวันที่ 5 กค. จะไปที่กองกำลังสุรนารี เพื่อติดตามความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่ชายแดน เพื่อให้เกิดความพร้อม อย่างเร็วที่สุด
ขณะที่ หน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 4 โดย กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4 ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมกำลังพล เพื่อรองรับการประเมินผลการฝึกทักษะการรบเพื่อเอาชนะ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถด้านร่างกาย ความแม่นยำในการใช้อาวุธ และความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจทางทหาร อาทิ การฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง โดยหมู่ปืนเล็กทำการยิงที่ระยะ 100 และ 200 เมตร และหมู่ปืนกลทำการยิงที่ระยะ 300 เมตร เพื่อพัฒนาความชำนาญและความแม่นยำในการใช้อาวุธประจำกายและประจำหน่วย
และ การเดินเร่งรีบในชุดครึ่งท่อนพร้อมเป้สนาม ระยะทาง 6 กิโลเมตร เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและความอดทนในการปฏิบัติ





- Amnesty ชี้ รัฐบาล "กัมพูชา" ล้มเหลว ทลาย "ศูนย์สแกมเมอร์"
- กองทัพบก ชี้แจงพิจารณาเงินเพิ่มพิเศษสู้รบ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์วิเคราะห์แค่ขั้นต้น
- กัมพูชายอมรับเกิดวิกฤตพลังงาน ผลจากตะวันออกกลาง เร่งแก้ไขข้อพิพาทกับไทย
- สภากัมพูชาผ่านกฎหมายขยายเวลาเกณฑ์ทหาร เพิ่มบทลงโทษผู้ที่ปฏิเสธรับราชการ
- สีหศักดิ์ย้ำหารือ 3 ฝ่าย มุ่งปกป้องอธิปไตย จ่อคุยปรัก สุคน
