
การตรวจบัญชีทรัพย์สินของคณะรัฐมนตรีชุด "อนุทิน 2" ที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ทำให้เห็นภาพหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงมาก่อน นั่นคือในบรรดาทรัพย์สินที่รัฐมนตรีแจ้งไว้ นอกจากที่ดิน เงินฝาก นาฬิกา และพระเครื่องแล้ว ยังมีรายการที่ชื่อว่าอาวุธปืน รวมกันอย่างน้อย 91 กระบอก จากรัฐมนตรี 15 คน
รายที่แจ้งไว้สูงสุดคือ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวม 36 กระบอก โดยเป็นของคู่สมรส 35 กระบอก มูลค่ารวม 2,672,000 บาท รองลงมาคือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 12 กระบอก และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 10 กระบอก มูลค่า 768,000 บาท ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งไว้ 1 กระบอก มูลค่า 50,000 บาท ซึ่งเป็นของคู่สมรส
การครอบครองทั้งหมดนี้เป็นการแจ้งตามกฎหมาย และไม่มีข้อกล่าวหาว่าผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่ตัวเลขกลับถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะปรากฏขึ้นในจังหวะเดียวกับที่รัฐบาลประกาศคุมอาวุธปืนเข้มที่สุดในรอบหลายปี หลังเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 และเหตุยิงอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีในอีก 3 วันต่อมา
ครม. อนุทิน 2 ใครครอบครองปืนมากที่สุด
รัฐมนตรีที่แจ้งครอบครองอาวุธปืนมากที่สุดในคณะรัฐมนตรีชุดนี้คือ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวม 36 กระบอก ซึ่งเป็นของคู่สมรส 35 กระบอก มูลค่า 2,672,000 บาท ลำดับถัดมาคือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 12 กระบอก และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 10 กระบอก มูลค่า 768,000 บาท
กลุ่มถัดมาคือ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 6 กระบอก มูลค่า 700,000 บาท นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 5 กระบอก นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี 4 กระบอก และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4 กระบอก ซึ่งเป็นของคู่สมรสทั้งหมด
ที่เหลือคือ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3 กระบอก มูลค่า 202,000 บาท
น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 3 กระบอก เป็นของคู่สมรสทั้งหมด
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ 2 กระบอก มูลค่า 105,000 บาท
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 2 กระบอก มูลค่า 106,500 บาท
และกลุ่มที่แจ้งไว้รายละ 1 กระบอก ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มูลค่า 40,000 บาท นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มูลค่า 50,000 บาท เป็นของคู่สมรส และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มูลค่า 30,000 บาท
สรุปข่าว
การตรวจบัญชีทรัพย์สินของคณะรัฐมนตรีชุด "อนุทิน 2" ที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ทำให้เห็นภาพหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงมาก่อน นั่นคือในบรรดาทรัพย์สินที่รัฐมนตรีแจ้งไว้ นอกจากที่ดิน เงินฝาก นาฬิกา และพระเครื่องแล้ว ยังมีรายการที่ชื่อว่าอาวุธปืน รวมกันอย่างน้อย 91 กระบอก จากรัฐมนตรี 15 คน
รายที่แจ้งไว้สูงสุดคือ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวม 36 กระบอก โดยเป็นของคู่สมรส 35 กระบอก มูลค่ารวม 2,672,000 บาท รองลงมาคือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 12 กระบอก และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 10 กระบอก มูลค่า 768,000 บาท ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งไว้ 1 กระบอก มูลค่า 50,000 บาท ซึ่งเป็นของคู่สมรส
การครอบครองทั้งหมดนี้เป็นการแจ้งตามกฎหมาย และไม่มีข้อกล่าวหาว่าผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่ตัวเลขกลับถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะปรากฏขึ้นในจังหวะเดียวกับที่รัฐบาลประกาศคุมอาวุธปืนเข้มที่สุดในรอบหลายปี หลังเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 และเหตุยิงอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีในอีก 3 วันต่อมา
ครม. อนุทิน 2 ใครครอบครองปืนมากที่สุด
รัฐมนตรีที่แจ้งครอบครองอาวุธปืนมากที่สุดในคณะรัฐมนตรีชุดนี้คือ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวม 36 กระบอก ซึ่งเป็นของคู่สมรส 35 กระบอก มูลค่า 2,672,000 บาท ลำดับถัดมาคือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 12 กระบอก และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 10 กระบอก มูลค่า 768,000 บาท
กลุ่มถัดมาคือ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 6 กระบอก มูลค่า 700,000 บาท นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 5 กระบอก นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี 4 กระบอก และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4 กระบอก ซึ่งเป็นของคู่สมรสทั้งหมด
ที่เหลือคือ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3 กระบอก มูลค่า 202,000 บาท
น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม 3 กระบอก เป็นของคู่สมรสทั้งหมด
พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ 2 กระบอก มูลค่า 105,000 บาท
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 2 กระบอก มูลค่า 106,500 บาท
และกลุ่มที่แจ้งไว้รายละ 1 กระบอก ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มูลค่า 40,000 บาท นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มูลค่า 50,000 บาท เป็นของคู่สมรส และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มูลค่า 30,000 บาท
ปืนในมือรัฐมนตรีมีมูลค่าเท่าไร และเป็นของใครกันแน่
จุดที่มักถูกมองข้ามคือความเป็นเจ้าของ ปืนอย่างน้อย 43 กระบอกจาก 91 กระบอก หรือเกือบครึ่งหนึ่ง เป็นทรัพย์สินของคู่สมรส ไม่ใช่ของรัฐมนตรีเอง ประกอบด้วยคู่สมรสของนางสุขสมรวย 35 กระบอก คู่สมรสของ น.ส.ศุภมาส 4 กระบอก คู่สมรสของ น.ส.ซาบีดา 3 กระบอก และคู่สมรสของนายอนุทิน 1 กระบอก ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้ยื่นต้องแสดงทรัพย์สินของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย
ทั้งนี้ อาวุธปืนถูกจัดอยู่ในหมวดทรัพย์สินอื่น ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของ ป.ป.ช. ต้องแสดงเมื่อมูลค่าของทรัพย์สินทุกชนิดในหมวดนี้รวมกันตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป หมวดเดียวกันนี้ยังรวมถึงอัญมณี ทองคำ นาฬิกา และพระเครื่อง
ข้อมูลชุดนี้เป็นภาพปัจจุบันหรือไม่
ข้อมูลที่ปรากฏเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินในครั้งก่อนหน้า เพราะการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งของคณะรัฐมนตรีชุดปี 2569 ยังไม่มีข้อมูลเผยแพร่ ตัวเลขจึงสะท้อนสถานะ ณ วันที่ยื่นในแต่ละกรณี ไม่ใช่จำนวนปืนที่ถืออยู่จริงในวันนี้
ปืนของรัฐมนตรีเพิ่งกลายเป็นประเด็นร้อน
เพราะเกิดเหตุรุนแรงจากอาวุธปืนสองครั้งติดกันในจังหวัดนนทบุรี เหตุแรกคือการกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งรายงานระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อายุ 14 ปี ใช้อาวุธปืนของคนในครอบครัว ก่อเหตุจนมีผู้เสียชีวิตรวม 9 คน ต่อมาวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิตที่ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด
สองเหตุการณ์นี้ทำให้สังคมย้อนกลับมาตั้งคำถามกับปริมาณปืนในมือคนไทย และเมื่อสื่อรวบรวมข้อมูลจากบัญชีทรัพย์สินพบว่าผู้กำหนดนโยบายจำนวนไม่น้อยก็อยู่ในกลุ่มผู้ครอบครองปืนด้วย
รัฐบาลสั่งคุมอาวุธปืนอะไรบ้าง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ให้ยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบ แบ่งเป็นมาตรการเร่งด่วน 7 ข้อ และมาตรการระยะยาว 3 ข้อ ตามที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลง
มาตรการเร่งด่วนได้แก่ ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือใบ ป.3 จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเป็นอย่างอื่น ให้นายทะเบียนทั่วประเทศตรวจสอบใบ ป.3 ที่ค้างอยู่และรายงานภายใน 30 วัน ให้ผู้ที่ซื้อปืนแล้วต้องขอใบอนุญาตให้มีและใช้หรือใบ ป.4 ภายใน 30 วัน ตรวจสอบผู้ค้าปืนและการเสียภาษี ตรวจสอบเครื่องกระสุนของสนามยิงปืน และเร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย
ส่วนมาตรการระยะยาวคือ เสนอแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืนภายใน 60 วัน นำระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบเรียลไทม์มาใช้ตั้งแต่การนำเข้าจนถึงการโอน กำหนดให้ใบ ป.4 ต้องต่ออายุทุก 3 ปี และเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมเครื่องกระสุน ขณะที่กรมการปกครองเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแก้ไขกฎหมายอาวุธปืนระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม ถึง 10 กันยายน 2569
ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม
ที่มารูปภาพ : TNN Online
