จุฬาฯ พัฒนาใช้ข้อมูลพันธุกรรม รักษาผู้ป่วยดื้อยาไวรัสตับอักเสบ ซี

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 19 ตุลาคม 2569 ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กรมควบคุมโรค และภาคีเครือข่าย เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาแนวทางรักษาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ ซี ที่รักษาไม่สำเร็จ โดยใช้ข้อมูลความหลากหลายของสายพันธุ์ไวรัส ปริมาณไวรัส แอนติบอดี แอนติเจน และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เพื่อค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าโครงการวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลการศึกษาจากจังหวัดเพชรบูรณ์สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยในการบูรณาการการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ซี ในระดับปฐมภูมิ ควบคู่กับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสออกฤทธิ์ตรง (Direct-Acting Antivirals: DAA) ซึ่งมีความครอบคลุมร้อยละ 97.3 แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ภายในปี 2573

สรุปข่าว
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 19 ตุลาคม 2569 ร่วมกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กรมควบคุมโรค และภาคีเครือข่าย เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาแนวทางรักษาผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ ซี ที่รักษาไม่สำเร็จ โดยใช้ข้อมูลความหลากหลายของสายพันธุ์ไวรัส ปริมาณไวรัส แอนติบอดี แอนติเจน และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เพื่อค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าโครงการวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลการศึกษาจากจังหวัดเพชรบูรณ์สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยในการบูรณาการการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ซี ในระดับปฐมภูมิ ควบคู่กับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสออกฤทธิ์ตรง (Direct-Acting Antivirals: DAA) ซึ่งมีความครอบคลุมร้อยละ 97.3 แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ภายในปี 2573

ผลการศึกษายังพบว่า ความล้มเหลวในการรักษาที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยที่ศึกษานั้น ไม่ได้มีสาเหตุจากการกลายพันธุ์ของไวรัสเสมอไป แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ยาและภาวะของโรคในผู้ป่วยด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถนำมาพิจารณาปรับแผนการรักษาได้ เช่น การปรับสูตรยาหรือระยะเวลาการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
ศ.นพ.ยง กล่าวว่า การดูแลผู้ป่วยในอนาคตควรให้ความสำคัญกับการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งอาจเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อมาตั้งแต่อดีต ควบคู่กับการวางระบบป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มเสี่ยง เพื่อลดการแพร่ระบาดและสนับสนุนเป้าหมายการกำจัดโรคอย่างยั่งยืน
ด้าน นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาการผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวว่า แม้ปัจจุบันการรักษาไวรัสตับอักเสบ ซี จะมีประสิทธิภาพดีขึ้นมาก แต่ยังมีผู้ป่วยบางส่วนที่รักษาไม่สำเร็จ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ จึงไม่ควรสรุปว่าผู้ป่วยทุกรายมีปัญหาเชื้อดื้อยา การมีข้อมูลที่ถูกต้องและสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยจะช่วยให้วางแผนการรักษาได้ตรงจุด ลดความไม่แน่นอน และใช้ทรัพยากรด้านสาธารณสุขได้อย่างคุ้มค่า
สวรส. สนับสนุนทุนวิจัยดังกล่าวเพื่อพัฒนาองค์ความรู้สำหรับปรับปรุงแนวทางการรักษา เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการดูแลผู้ป่วย พร้อมผลักดันผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์ทั้งในระดับนโยบายและการให้บริการจริง
ขณะที่ นพ.ชาตรี จุลเพชร จากกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ประเทศไทยตั้งเป้าคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ซี ในประชากรที่เกิดก่อนปี 2535 ซึ่งมีประมาณ 38 ล้านคน โดยตั้งเป้าคัดกรองสะสมอย่างน้อย 30 ล้านคน ปัจจุบันในช่วงปี 2567–2569 มีผู้ได้รับการคัดกรองสะสมแล้วประมาณ 9 ล้านคน หรือร้อยละ 30

สำหรับปีงบประมาณ 2570 กรมควบคุมโรควางแผนคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี เพิ่มอีก 8 ล้านราย พร้อมกำหนดเป้าหมายให้ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี ได้รับยารักษาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 นอกจากนี้ ยังผลักดันบริการตรวจยืนยันการติดเชื้อภายในวันเดียวกันสำหรับผู้ที่มีผลคัดกรองเป็นบวก ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มการเข้าถึงยาและพัฒนาระบบข้อมูลสำหรับติดตามผลการรักษา
ทั้งนี้ ไวรัสตับอักเสบ ซี เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ เนื่องจากการติดเชื้อเรื้อรังอาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งและมะเร็งตับ การพัฒนาระบบคัดกรอง การวินิจฉัย และการรักษาที่เหมาะสม จึงเป็นกลไกสำคัญในการลดผลกระทบของโรค โดยงานวิจัยครั้งนี้จะเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาแนวทางดูแลผู้ป่วยที่รักษาไม่สำเร็จให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการกำจัดไวรัสตับอักเสบ ซี ภายในปี 2573

- จุฬาฯ จับมือ National Geographic ส่งจุลินทรีย์ปะการังไทยสู่อวกาศ
- จุฬาฯ จัดพิธีปิดโครงการอบรมผู้บริหารสื่อมวลชนด้านการบริหารจัดการ
- วิกฤตเชื้อดื้อยา! คร่าชีวิตทั่วโลกปีละ 1.27 ล้านคน ส่วนไทยปีละ 3.8 หมื่นราย คาดอีก 5 ปี เสียชีวิตพุ่ง! หากไร้การรับมือ
- ไทยพบเชื้อดื้อยาเพิ่มมากขึ้น กรมวิทย์ฯย้ำ ใช้ยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลัง ทรู ดิจิทัล พาร์ค ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยเทียบชั้นสากล
ที่มาข้อมูล : คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่มารูปภาพ : คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ
