กรมควบคุมโรค ติดตามข่าวกรณีสงสัยกาฬโรคปอดในประเทศรัสเซียอย่างใกล้ชิด

Share on Line Share on Facebook Share on X
กรมควบคุมโรค ติดตามข่าวกรณีสงสัยกาฬโรคปอดในประเทศรัสเซียอย่างใกล้ชิด

 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า  (5 ตุลาคม 2569) จากการติดตามข่าวต่างประเทศ พบรายงานว่า หญิงอายุ 28 ปี ปฏิบัติงานที่ Irkutsk Anti-Plague Research Institute แคว้น Irkutsk สหพันธรัฐรัสเซีย ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบรุนแรงไม่ทราบสาเหตุและเสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 โดยมีรายงานผู้สัมผัสอย่างน้อย 197 รายที่ได้รับการติดตามอาการจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่น เบื้องต้นยังไม่พบอาการป่วยในกลุ่มผู้สัมผัส และยังไม่มีหลักฐานยืนยันทางห้องปฏิบัติการว่าเป็นการเสียชีวิตจากเชื้อกาฬโรค (Yersinia pestis) และยังไม่มีหลักฐานการแพร่เชื้อหรือเกิดการแพร่เชื้อจากคนสู่คนแต่อย่างใด แม้เหตุการณ์ดังกล่าวยังจัดเป็นเหตุการณ์สงสัยแต่กรมควบคุมโรคไม่นิ่งนอนใจ ได้มอบหมายกองระบาดวิทยา ในฐานะจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR National Focal Point: IHR-NFP) ตรวจสอบและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยตรง


สรุปข่าว

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์การเผยแพร่ข่าวพบผู้สงสัยเสียชีวิตจากกาฬโรคปอดในสหพันธรัฐรัสเซียอย่างใกล้ชิด จากการติดตามและประเมินสถานการณ์ทางระบาดวิทยายังไม่มีหลักฐานเพิ่มเติมและยังไม่พบการแพร่ระบาดนอกพื้นที่ ส่วนการประเมินความเสี่ยงนำเข้าเชื้อสู่ประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำ ขอประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการ พร้อมย้ำในประเทศไทย กาฬโรค (Plague) เป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 จึงอยู่ภายใต้มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคที่เข้มงวด โดยต้องรายงานตั้งแต่พบผู้ป่วยสงสัย ไม่จำเป็นต้องรอผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการหรือการวินิจฉัยสุดท้าย

 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า  (5 ตุลาคม 2569) จากการติดตามข่าวต่างประเทศ พบรายงานว่า หญิงอายุ 28 ปี ปฏิบัติงานที่ Irkutsk Anti-Plague Research Institute แคว้น Irkutsk สหพันธรัฐรัสเซีย ป่วยด้วยโรคปอดอักเสบรุนแรงไม่ทราบสาเหตุและเสียชีวิตภายหลังเข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 โดยมีรายงานผู้สัมผัสอย่างน้อย 197 รายที่ได้รับการติดตามอาการจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่น เบื้องต้นยังไม่พบอาการป่วยในกลุ่มผู้สัมผัส และยังไม่มีหลักฐานยืนยันทางห้องปฏิบัติการว่าเป็นการเสียชีวิตจากเชื้อกาฬโรค (Yersinia pestis) และยังไม่มีหลักฐานการแพร่เชื้อหรือเกิดการแพร่เชื้อจากคนสู่คนแต่อย่างใด แม้เหตุการณ์ดังกล่าวยังจัดเป็นเหตุการณ์สงสัยแต่กรมควบคุมโรคไม่นิ่งนอนใจ ได้มอบหมายกองระบาดวิทยา ในฐานะจุดประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR National Focal Point: IHR-NFP) ตรวจสอบและติดตามข้อมูลเพิ่มเติมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยตรง


“IHR-NFP ได้ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น พบว่า ความเสี่ยงต่อการนำเข้าเชื้อสู่ประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากเหตุการณ์ในรัสเซียยังจำกัดอยู่ในพื้นที่เฉพาะ ยังไม่มีรายงานการแพร่กระจายในชุมชนหรือนอกพื้นที่ อีกทั้ง ขณะนี้ WHO ยังไม่มีการประกาศเตือนหรือยกระดับมาตรการจำกัดการเดินทางแต่อย่างใด ตามกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง กาฬโรคถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคติดต่ออันตราย ซึ่งเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง จึงต้องมีระบบรายงานและการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน โดยทั่วไปกาฬโรคปอดจะแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองฝอยจากทางเดินหายใจของผู้ป่วยที่สามารถแพร่เชื้อได้ และมักเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิด ขณะเดียวกันโรคมีระยะฟักตัวค่อนข้างสั้น และมีมาตรการควบคุมที่มีประสิทธิผล ได้แก่ การตรวจจับและวินิจฉัยผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว การแยกผู้ป่วย การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ และการติดตามผู้สัมผัส ทั้งนี้ กาฬโรค คือชื่อโรคติดเชื้อทั้งหมดที่เกิดจากเชื้อ Yersinia pestis ส่วน กาฬโรคปอด คือหนึ่งในรูปแบบของกาฬโรคที่เชื้อเข้าสู่ปอดหรือแพร่กระจายมาที่ปอดจึงรุนแรงและสามารถแพร่จากคนสู่คนได้” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการจำกัดการเดินทาง เที่ยวบิน หรือเปิดการคัดกรองพิเศษ ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ เนื่องจากระบบเฝ้าระวังปกติของประเทศไทยมีความเข้มแข็งและเพียงพอในการรองรับสถานการณ์ ทั้งนี้ โรคที่อยู่ใน พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 นั้นประเทศไทยจะต้องมีระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การสอบสวนโรค และความพร้อมทางห้องปฏิบัติการอย่างครบถ้วน หากพบผู้เดินทางที่มีอาการสงสัย (ไข้ ร่วมกับปอดอักเสบรุนแรง และมีประวัติสัมผัสเสี่ยง) สามารถเข้าสู่กระบวนการแยกกัก รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ และสอบสวนโรคได้อย่างทันท่วงที โดยกรมควบคุมโรคจะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และจะแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบเมื่อมีหลักฐานหรือข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า หญิงวัย 28 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยต่อต้านกาฬโรคแห่งไซบีเรียและตะวันออกไกล ในแคว้นอีร์คุตสค์ ประเทศรัสเซีย เสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 หลังเข้ารับการรักษาด้วยอาการปอดอักเสบ โดยหน่วยงานสาธารณสุขของรัสเซียระบุว่าเป็น “ปอดบวมไม่ทราบสาเหตุ” (pneumonia of unknown etiology)

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดกระแสข่าวลือว่า หญิงรายนี้อาจติดเชื้อ กาฬโรคปอด (pneumonic plague) หลังมีรายงานจากสื่อและแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน เธออาจประสบอุบัติเหตุทำหลอดทดลองที่มีเชื้อก่อโรคกาฬโรคแตกภายในห้องปฏิบัติการ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการรัสเซีย

ด้าน Rospotrebnadzor หน่วยงานกำกับดูแลด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสาธารณสุขของรัสเซีย ระบุว่า จากการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม ไม่พบจุลชีพที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของผู้เสียชีวิต และไม่พบหลักฐานว่าเกิดอุบัติเหตุหรือการรั่วไหลของเชื้อก่อโรคภายในสถาบัน นอกจากนี้ ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ของสถาบันที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคติดเชื้อในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ทางการได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังผู้สัมผัส โดยมีรายงานว่า เกือบ 200 คน ที่อาจสัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตถูกนำเข้าสู่การติดตามอาการหรือแยกกักเพื่อเฝ้าระวัง ขณะที่โรงพยาบาลในเมืองเชเลคอฟ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้เสียชีวิตเข้ารับการรักษา ถูกจำกัดการดำเนินงานบางส่วนเพื่อควบคุมความเสี่ย

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ