“กาฬโรค” 5 ข้อต้องรู้ ติดเชื้อแล้วอันตรายแค่ไหน?

Share on Line Share on Facebook Share on X
“กาฬโรค” 5 ข้อต้องรู้ ติดเชื้อแล้วอันตรายแค่ไหน?

กาฬโรค กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งจากข่าวนักทดลองทำหลอดทดลองเพาะเชื้อแตก และมีคนติดเชื้อจำนวนมาก และมีรายงานผู้เสียชีวิต โรคนี้น่ากังวลแค่ไหนTNN Health มีคำตอบ

“กาฬโรค” หรือ Plague เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่เกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis โดยเชื้อนี้พบได้ในสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะอย่างหนู และสามารถแพร่จากสัตว์มาสู่คนได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว โรคอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต


สรุปข่าว

กาฬโรค กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งจากข่าวนักทดลองทำหลอดทดลองเพาะเชื้อแตก และมีคนติดเชื้อจำนวนมาก และมีรายงานผู้เสียชีวิต โรคนี้น่ากังวลแค่ไหนTNN Health มีคำตอบ

กาฬโรค กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งจากข่าวนักทดลองทำหลอดทดลองเพาะเชื้อแตก และมีคนติดเชื้อจำนวนมาก และมีรายงานผู้เสียชีวิต โรคนี้น่ากังวลแค่ไหนTNN Health มีคำตอบ

“กาฬโรค” หรือ Plague เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่เกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis โดยเชื้อนี้พบได้ในสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะอย่างหนู และสามารถแพร่จากสัตว์มาสู่คนได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว โรคอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต


มาทำความรู้จักกาฬโรคให้มากขึ้นใน 5 ข้อสำคัญ

1. กาฬโรคติดต่อมาจากไหน?

คนส่วนใหญ่มักติดเชื้อจาก หมัดที่มีเชื้อกาฬโรคกัด โดยหมัดเหล่านี้สามารถรับเชื้อมาจากสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ เช่น หนู กระรอก หรือกระต่าย

นอกจากนี้ คนยังสามารถติดเชื้อจากการสัมผัสสัตว์ที่มีเชื้อโดยตรง โดยเฉพาะการสัมผัสเลือดหรือเนื้อเยื่อของสัตว์ที่ติดเชื้อ ส่วนกาฬโรคปอดสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองจากการไอหรือจามได้

2. กาฬโรคมี 3 ชนิด และความรุนแรงต่างกัน

กาฬโรคแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่

  • กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (Bubonic plague) พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดจากการถูกหมัดที่มีเชื้อกัด ผู้ป่วยจะมีไข้ หนาวสั่น และต่อมน้ำเหลืองบวมโตและเจ็บ โดยมักพบบริเวณขาหนีบหรือรักแร้
  • กาฬโรคโลหิตเป็นพิษ (Septicemic plague) เชื้อเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง ความดันโลหิตต่ำ เลือดออกผิดปกติ และอาจเกิดภาวะอวัยวะล้มเหลวได้
  • กาฬโรคปอด (Pneumonic plague) เป็นรูปแบบที่อันตรายที่สุด เพราะเชื้อเข้าสู่ปอดและสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองทางเดินหายใจ ผู้ป่วยอาจมีไข้ ไอ หายใจลำบาก และมีเสมหะหรือเสมหะปนเลือด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว อาจเสียชีวิตได้

3. กาฬโรคเคยคร่าชีวิตคนจำนวนมหาศาล

กาฬโรคเป็นหนึ่งในโรคระบาดที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ “กาฬโรคครั้งใหญ่” ในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 14 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมาก

ในอดีต ผู้คนยังไม่มีความรู้เรื่องเชื้อโรคและยาปฏิชีวนะ ทำให้การแพร่ระบาดควบคุมได้ยาก จนกาฬโรคกลายเป็นหนึ่งในโรคที่สร้างความหวาดกลัวอย่างมากในยุคนั้น

4. ปัจจุบันกาฬโรคยังพบได้ แต่รักษาได้

แม้กาฬโรคจะดูเหมือนเป็นโรคจากอดีต แต่ปัจจุบันยังพบผู้ติดเชื้อได้เป็นระยะในบางพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะพื้นที่ที่เชื้อยังคงอยู่ในสัตว์และหมัดตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม กาฬโรคในปัจจุบัน สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และยิ่งได้รับการรักษาเร็ว โอกาสควบคุมโรคและลดความรุนแรงก็ยิ่งมากขึ้น

ดังนั้น หากมีประวัติเสี่ยง เช่น ถูกหมัดกัดหรือสัมผัสสัตว์ที่อาจติดเชื้อ และมีอาการไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองบวม หรือมีอาการทางระบบหายใจ ควรรีบพบแพทย์

5. ป้องกันอย่างไร?

การป้องกันกาฬโรคเน้นไปที่การลดโอกาสสัมผัสเชื้อและสัตว์ที่อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อ เช่น

  • รักษาความสะอาดบริเวณบ้านและไม่ปล่อยให้มีแหล่งอาหารหรือที่อยู่อาศัยของหนู
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย สัตว์ตาย หรือซากสัตว์โดยตรง
  • ป้องกันหมัดในสัตว์เลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้สัมผัสสัตว์ป่า
  • หากต้องสัมผัสสัตว์ที่อาจติดเชื้อ ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
  • หากมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสสัตว์หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรพบแพทย์โดยเร็ว

แม้กาฬโรคจะเป็นโรคที่มีความรุนแรง แต่ปัจจุบันไม่ใช่โรคที่รักษาไม่ได้อีกต่อไป หัวใจสำคัญคือการรู้ความเสี่ยง สังเกตอาการ และเข้าถึงการรักษาให้เร็วที่สุด

ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลเพชรเวช

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย