วันนี้วันอะไร 7 ตุลาคม 2569 “วันมะเร็งเต้านมโลก” เปิดสัญญาณเตือน รู้เร็วรักษาได้

“มะเร็งเต้านม” ถือเป็นหนึ่งในโรคที่ผู้หญิงทั่วโลกควรให้ความสำคัญ เพราะปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็น มะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก และสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงในทุกประเทศ
วันที่ 7 ตุลาคม จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่มีการใช้รณรงค์สร้างความตระหนักเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ขณะที่ตลอดเดือนตุลาคมยังเป็น Breast Cancer Awareness Month หรือเดือนแห่งการรณรงค์มะเร็งเต้านม ทั่วโลก
สิ่งสำคัญของการรณรงค์ไม่ใช่การทำให้ทุกคนรู้สึกกลัวโรคมะเร็ง แต่คือการทำให้เรา รู้จักร่างกายของตัวเอง สังเกตความเปลี่ยนแปลง และไม่ละเลยเมื่อพบสิ่งผิดปกติ
เพราะมะเร็งเต้านมหากตรวจพบและเข้าสู่กระบวนการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ย่อมมีโอกาสได้รับผลการรักษาที่ดีกว่าการตรวจพบเมื่อโรคลุกลามแล้ว
สรุปข่าว
“มะเร็งเต้านม” ถือเป็นหนึ่งในโรคที่ผู้หญิงทั่วโลกควรให้ความสำคัญ เพราะปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็น มะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงทั่วโลก และสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงในทุกประเทศ
วันที่ 7 ตุลาคม จึงเป็นอีกหนึ่งวันที่มีการใช้รณรงค์สร้างความตระหนักเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ขณะที่ตลอดเดือนตุลาคมยังเป็น Breast Cancer Awareness Month หรือเดือนแห่งการรณรงค์มะเร็งเต้านม ทั่วโลก
สิ่งสำคัญของการรณรงค์ไม่ใช่การทำให้ทุกคนรู้สึกกลัวโรคมะเร็ง แต่คือการทำให้เรา รู้จักร่างกายของตัวเอง สังเกตความเปลี่ยนแปลง และไม่ละเลยเมื่อพบสิ่งผิดปกติ
เพราะมะเร็งเต้านมหากตรวจพบและเข้าสู่กระบวนการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ย่อมมีโอกาสได้รับผลการรักษาที่ดีกว่าการตรวจพบเมื่อโรคลุกลามแล้ว
5 สัญญาณเตือน “มะเร็งเต้านม” ที่ไม่ควรมองข้าม
มะเร็งเต้านมในระยะแรกอาจไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บ ดังนั้นการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมจึงเป็นเรื่องสำคัญ
WHO ระบุสัญญาณที่ควรสังเกตไว้ เช่น
1. คลำพบก้อนหรือบริเวณที่หนาตัวขึ้น
หากคลำพบก้อนหรือบริเวณที่รู้สึกแตกต่างไปจากเนื้อเต้านมโดยรอบ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ แม้ว่าก้อนนั้นจะไม่เจ็บก็ตาม
2. ขนาดหรือรูปร่างของเต้านมเปลี่ยนไป
หากเต้านมข้างใดข้างหนึ่งมีขนาด รูปร่าง หรือลักษณะเปลี่ยนไปจากปกติอย่างเห็นได้ชัด ควรสังเกตและปรึกษาแพทย์
3. ผิวหนังบริเวณเต้านมเปลี่ยนแปลง
เช่น ผิวบุ๋ม เป็นรอย รอยแดง หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่ไม่เคยมีมาก่อน
4. หัวนมหรือลานหัวนมมีลักษณะผิดปกติ
หากลักษณะของหัวนมหรือผิวหนังบริเวณรอบหัวนมเปลี่ยนไปจากเดิม ก็ควรได้รับการประเมิน
5. มีของเหลวผิดปกติหรือเลือดออกจากหัวนม
โดยเฉพาะของเหลวหรือเลือดที่ออกจากหัวนมโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ถือเป็นอีกหนึ่งความผิดปกติที่ไม่ควรละเลย
อย่างไรก็ตาม การพบอาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งเต้านมเสมอไป เพราะก้อนและความผิดปกติของเต้านมจำนวนมากสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้ สิ่งที่ควรทำคือ เข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง แทนการวินิจฉัยด้วยตัวเอง
ผู้ชายก็เป็นมะเร็งเต้านมได้
แม้มะเร็งเต้านมจะพบในผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ แต่ผู้ชายก็สามารถเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน WHO ระบุว่า ประมาณ 0.5–1% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมดเกิดขึ้นในผู้ชาย
ดังนั้น หากผู้ชายคลำพบก้อนบริเวณเต้านม หรือพบความผิดปกติบริเวณหัวนม ก็ไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน
- จบปัญหา "มะเร็งกลับมาเป็นซ้ำ" รู้จักนวัตกรรม "a-NK" ล็อกเป้าฆ่าเซลล์มะเร็งตกค้างหลัง "ผ่าตัด"
- อายุแค่ 30 กว่า คลำไม่เจอก้อน แต่กลับเป็นมะเร็งเต้านม ได้อย่างไร?
- "วัคซีนรักษามะเร็ง" จากความฝันในห้องทดลอง สู่ความหวังใหม่ในสนามจริง
- อินเดียฝึก “สุนัขดมกลิ่นมะเร็ง” ใช้ AI ช่วยดึงศักยภาพ ฝึกดมกลิ่นชี้เป้าโรคร้าย
- ทางรอดใหม่ในการรักษา "มะเร็ง" เมื่อการปรับ "จุลินทรีย์ลำไส้" กลายเป็นการแพทย์เฉพาะบุคคล
ที่มาข้อมูล : WHO: Breast Cancer Awareness Month 2026
ที่มารูปภาพ : Canva
